โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิเคราะห์ก้าวต่อไปของ Berkshire จะลงทุนธุรกิจไหนในญี่ปุ่น หลังระดมทุน 281,800 ล้านเยน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2567 เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 09.40 น.
วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อดัง ประธานบริษัท เบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์

เบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ (Berkshire Hathaway) บริษัทโฮลดิงของวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) กำลังถูกจับตามองถึงความเคลื่อนไหวในประเทศญี่ปุ่นต่อจากนี้ หลังจากที่เสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินเยน ระดมทุนในญี่ปุ่นไป 281,800 ล้านเยน (ประมาณ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 63,060 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา

การขายหุ้นกู้ชุดใหม่นี้ทำให้เบิร์กเชียร์มีมูลค่าการออกหุ้นกู้สกุลเงินเยนรวมในปีนี้ 545,100 ล้านเยน (ประมาณ 121,980 ล้านบาท) ซึ่งเป็นมูลค่าการออกหุ้นกู้ในญี่ปุ่นรายปีสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

ก่อนหน้านี้ ในปี 2022 และ 2023 เบิร์กเชียร์ขายหุ้นกู้สกุลเงินเยนเป็นมูลค่าไม่ถึง 300,000 ล้านเยน แต่ในปีนี้ได้เพิ่มมูลค่าการระดมทุนอย่างมีนัยสำคัญ นั่นจึงถูกจับตามองว่ากำลังจะมีการลงทุนครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นในเร็ว ๆ นี้หรือไม่

เนื่องจากผู้ร่วมตลาดมองว่า เงินทุนที่เบิร์กเชียร์ระดมได้จากญี่ปุ่นในครั้งนี้อาจจะนำไปใช้เพิ่มการลงทุนในญี่ปุ่น ตอนนี้ในตลาดจึงกำลังมองหาบริษัทในญี่ปุ่นที่สร้างรายได้ดีและมีหนี้สินต่ำ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่อาจจะเป็นเป้าหมายในการเข้าไปลงทุนของเบิร์กเชียร์ เพราะบัฟเฟตต์ชอบหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูง ไม่มีหนี้ หรือมีหนี้ต่ำ และมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

กลุ่มธุรกิจที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือธุรกิจธนาคาร ดังที่ คาซุยูกิ มูระมัตสึ (Kazuyuki Muramatsu) หัวหน้าแผนกการลงทุนของกลุ่มธุรกิจการเงินและที่ปรึกษาการลงทุน นาโกมิ แคปิตัล (Nagomi Capital) วิเคราะห์ว่า หลังจากขายหุ้นธนาคารแบงก์ออฟอเมริกา (Bank of America) ออกไปจำนวนมากในปีนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่เบิร์กเชียร์จะหันมาสนใจธนาคารขนาดใหญ่และธนาคารท้องถิ่นของญี่ปุ่น

ด้วยการคาดการณ์ว่าธุรกิจธนาคารและการเงินอาจเป็นเป้าหมายการเข้าลงทุนของเบิร์กเชียร์ และนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า การที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan : BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะหนุนให้หุ้นธนาคารและหุ้นบริษัทประกันภัยเป็นหุ้นที่น่าซื้อ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัท มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (Mitsubishi UFJ Financial Group) ซึ่งเป็นธนาคารชั้นนำของญี่ปุ่น และบริษัทประกันภัย เอ็มเอสแอนด์เอดี อินชัวแรนซ์ กรุ๊ป โฮลดิงส์ (MS&AD Insurance Group Holdings) เพิ่มขึ้น 2% เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มประกันภัยและกลุ่มธนาคารในดัชนีโทปิกซ์ (Topix) เพิ่มขึ้น 1% ครองอันดับ 2 และ 3 ของกลุ่มธุรกิจที่ทำกำไรมากที่สุดของวัน

นอกจากนั้น อีกกลุ่มธุรกิจที่ถูกจับตามองว่าเบิร์กเชียร์อาจเข้าลงทุน คือ ธุรกิจขนส่งสินค้า (Shipping) ดังที่ เอจิ คิโนอุชิ (Eiji Kinouchi) หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เทคนิคของบริษัทหลักทรัพย์ ไดวา ซีเคียวริตีส์ (Daiwa Securities) วิเคราะห์ว่า หุ้นธุรกิจขนส่งสินค้าซึ่งมีอัตราเงินปันผลสูงอาจเป็นกลุ่มธุรกิจที่ดึงดูดบัฟเฟตต์ได้

ปัจจุบัน เบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ ถือหุ้นบริษัทเทรดดิ้งชั้นนำ 5 อันดับแรกของญี่ปุ่น ได้แก่ อิโตชู (Itochu) มิตซูบิชิ (Mitsubishi Corp.) มิตซุย (Mitsui & Co.) ซูมิโตโม (Sumitomo Corp.) และมารูเบนิ (Marubeni) ซึ่งหุ้นของทั้ง 5 บริษัทปิดตลาดสูงขึ้นเพียง 1% เท่านั้นในวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม

คาดว่าราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นไม่มาก เป็นผลจากการที่เบิร์กเชียร์ไม่มีการเปิดเผยถึงแผนการเพิ่มการลงทุนในหุ้นบริษัทเหล่านี้อีกเลยนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 เป็นต้นมา ต่างจากเมื่อปีที่แล้วที่บัฟเฟตต์ไปเยือนญี่ปุ่นและประกาศแผนการเพิ่มการลงทุนในบริษัททั้ง 5 ซึ่งได้สร้างความคึกคักในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ช่วยดันให้ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ เนื่องจากเบิร์กเชียร์มีนโยบายที่จะจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัททั้ง 5 ไว้ที่ 9.9% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทนั้น ๆ ซึ่งขณะนี้เบิร์กเชียร์ถืออยู่เป็นสัดส่วนประมาณ 9% ของแต่ละบริษัท นั่นหมายความว่า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เบิร์กเชียร์ก็แทบไม่เหลือช่องว่างให้เพิ่มการลงทุนในบริษัทเหล่านี้แล้ว

ทาเคฮิโกะ มาซุซาวา (Takehiko Masuzawa) หัวหน้าฝ่ายซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลิป ซีเคียวริตีส์ เจแปน (Phillip Securities Japan) วิเคราะห์ว่า หากเบิร์กเชียร์เปิดเผยถึงการถือหุ้นบริษัทอื่น ๆ นอกเหนือจากยักษ์เทรดดิงทั้ง 5 นี้ จะเป็นการบ่งชี้ว่าเบิร์กเชียร์ได้ขยายหมวดหมู่และจำนวนหุ้นที่ซื้อ ซึ่งจะเป็นเหมือนคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นญี่ปุ่นโดยรวม

ถึงแม้ว่าขณะนี้ตลาดกำลังพุ่งความสนใจไปที่หุ้นที่บัฟเฟตต์อาจเข้าซื้อ เพื่อที่จะซื้อเก็งกำไร แต่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมีมุมมองว่า หุ้นญี่ปุ่น ณ เวลานี้ ไม่ได้น่าซื้อมากเท่าไหร่แล้ว

มิตสึชิเกะ อากิโนะ (Mitsushige Akino) ประธานบริษัทหลักทรัพย์จัดการการลงทุน อิชิโยชิ แอสเสต แมเนจเมนต์ (Ichiyoshi Asset Management) วิเคราะห์ว่า สำหรับนักลงทุนต่างชาติ โมเมนตัมความน่าดึงดูดใจของหุ้นญี่ปุ่นได้ผ่านไปแล้ว และหากไม่ได้ซื้อในตอนนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการ “ตกรถ” ในทางตรงข้าม การลงทุนในทางเลือกอื่น ๆ นอกเหนือจากหุ้นญี่ปุ่นโดยใช้เงินทุนที่กู้ยืมในสกุลเงินเยนก็ให้ประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากเงินกู้ในญี่ปุ่นมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ

อ้างอิง :

  • Nikkei Asia
  • Bloomberg

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิเคราะห์ก้าวต่อไปของ Berkshire จะลงทุนธุรกิจไหนในญี่ปุ่น หลังระดมทุน 281,800 ล้านเยน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...