โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องทิศทาง “ราคาทองคำวันนี้” แนวโน้มเป็นอย่างไร หลังเฟดหั่นดอกเบี้ย 0.50%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 03.01 น.

ส่องทิศทาง "ราคาทองคำวันนี้" แนวโน้มเป็นอย่างไร หลังเฟดหั่นดอกเบี้ย 0.50% ดันราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงแตะระดับ 2600 ฺดอลลาร์

วันที่ 19 กันยายน 2567 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 11 ต่อ 1 ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.50% สู่ระดับ 4.75-5.00% พร้อมส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 1.00% ในปี 2568 และลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในปี 2569 ด้านราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดยังคงทรงตัว ขณะที่ราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้น แล้วทิศทางเป็นอย่างไรติดตามบทวิเคราะห์ได้ดังนี้

บริษัท ออโรร่า เทรดดิ้ง จำกัด หรือ ARR GOLD TRADING วิเคราะห์ว่า แนวโน้มการสร้างจุดต่ำใหม่เป็นการยืนยันรูปแบบแนวโน้มขาลง และอาจลงต่อเนื่องก่อนถึงช่วงเย็นวันนี้ แต่การปรับตัวลงอย่างรวดเร็วจะเพิ่มโอกาสในการดีดตัวระยะสั้น นักลงทุนพิจารณาแบ่งเงินบางส่วนเข้าซื้อตามแนวรับเมื่อเกิดการอ่อนตัวเท่านั้น และขายทำกำไรเมื่อดีดตัวประมาณ 10 ดอลลาร์จากจุดซื้อ และควรตัดขาดทุนหากราคาทองปรับฐานลงต่ำกว่า 2,530 ดอลลาร์

โดยให้แนวรับที่ 2,550-2,540-2,530 และแนวต้าน 2,565-2,570-2,580

ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานนั้น ราคาทองคำถูกขายทำกำไรเพิ่ม หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 0.50% และแสดงความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเงินเฟ้อกำลังเคลื่อนตัวสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ซึ่งจะลดความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลงในระยะยาว แต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย พิจารณาซื้อสะสมตามแนวรับเท่านั้น

ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศไทยจะมีแรงฉุดจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า นักลงทุนพิจารณาขายทำกำไรที่ระดับราคา 40,600 – 40,700 บาท

ด้าน บจ.ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน วิเคราะห์ว่า เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ตามที่ CME FED Watchtool คาด ทำให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงแตะระดับ 2600 ฺแม้จะ Break แนวต้านสำคัญ 2595 แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยืนแนวดังกล่าว ด้วยมติการปรับลดรอบนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ เกิดการทิ้งตัวลงหลังการประกาศคล้าย Sell on Fact แต่ช่วงเวลา delay ให้คนที่ Bet ซื้อก่อนการประกาศจริงได้ทำกำไรก่อน ซึ่งการทำกำไรที่มีมากย่อมทำให้เกิดแรงเทขายอย่างมากจนหลุดจุดสำคัญและปิดราคาเดย์ที่ไม่ดีนัก

สำหรับคืนนี้จะมีการประชุม BOE ตลาดคาดการณ์คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม จึงควรพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคเป็นสำคัญ เพื่อรอการประชุม BOJ ในวันถัดไป

ขณะที่ค่าเงินบาท และ Gold Spot ที่สวนทางกันอย่างชัดเจน ทำให้ราคาทองคำไทยยังไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญ ที่เป็นจุดเปลี่ยนเทรนด์ บริเวณ 40900 ขึ้นไปได้ ก็ยังมีโอกาสที่จะย่อตัว ให้เข้าซื้อ ตามจุดแนวรับสำคัญได้บ้าง แบบเว้นช่วง ให้แนวต้าน 40550/40750 และแนวรับ 40300/40180

ส่วน บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF) วิเคราะห์ว่า แนวโน้มราคาทองแรงเทขายทำกำไร ราคาทองปรับตัวลง -10.26 ดอลลาร์ คิดเป็น (-0.39%) ปิดตลาดที่ระดับ 2,558 ดอลลาร์ ราคาทองคำเกิดแรงเทขาย หลังทดสอบ 2,600 ดอลลาร์

คาดว่าระยะสั้นราคาทองคำอาจปรับตัวลงจากยังคงมีแรงเทขายต่อเนื่อง แต่แรงเทขายอาจไม่มากนัก โดยมีแนวรับบริเวณ 2,545 ดอลลาร์ และแนวรับ 2,530 ดอลลาร์ คาดราคาทองคำอาจย่อตัวลง แนะนำเปิด Long position เมื่อราคาทองคำย่อมาบริเวณ 2,545 ดอลลาร์ โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 2,530 ดอลลาร์

โดยราคาทองคำแท่งเคลื่อนไหวทรงตัว ซึ่งคาดว่าราคาทองคำแท่งอาจยังไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 40,650-40,700 บาท โดยราคาทองคำอาจเคลื่อนไหว Sideways ในกรอบแนวรับแนวต้าน แนะนำ Wait&see

ราคาทองคำผันผวนมาก โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงทำ All-time high ใหม่แตะที่ระดับ 2,600 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเกิดแรงเทขายทำกำไรออกมา ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐได้ประกาศลดดอกเบี้ยมากถึง 0.50% สู่ 4.75%-5.00% ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี ส่วน Dot Plot เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50% ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...