โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เพิ่มเงินไม่ได้ก็ต้องเพิ่มรอบ! อัปเดตนวัตกรรม 'แกร็บ' ช่วยเพิ่ม 'เวลาทำมาหากิน' ให้ไรเดอร์

Positioningmag

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2567 เวลา 03.37 น.

สำหรับตลาด Food Delivery ในปัจจุบัน อาจไม่ได้เติบโตก้าวกระโดดเหมือนในอดีต หรือแม้แต่ปีนี้เองที่ ศูนย์วิจัยกสิกร คาดว่า ค่าใช้จ่ายในการสั่งอาหารเฉลี่ยต่อครั้งน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมแล้วตลาดน่าจะหดตัว 1% แสดงให้เห็นว่าตลาดเริ่มอยู่ตัว ดังนั้น หลายแบรนด์จึงหันมาโฟกัสที่การ ทำกำไร มากกว่าจะเผาเงินเหมือนตอนแรก รวมถึง แกร็บ (Grab) ประเทศไทย สามารถทำกำไรได้ 2 ปีติดต่อกัน

รายได้ไรเดอร์สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 3 เท่า

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบัน แกร็บให้บริการใน 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีผู้ใช้รวม 41 ล้านคน และแกร็บสามารถสร้างรายได้ให้กับคนขับ ไรเดอร์ ร้านค้า ร้านอาหารทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมกว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.6 แสนล้านบาท
แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายได้ของพาร์ทเนอร์ไรเดอร์ในประเทศไทย แต่ วรฉัตร เล่าว่า รายได้ของไรเดอร์ในช่วง 12 เดือน สูงขึ้น จนปัจจุบันไรเดอร์ ส่งอาหาร มีรายได้มากกว่าค่าแรงขึ้นต่ำ2-3 เท่า ส่วนไรเดอร์ ขับรถส่งคน มากกว่า 7-8 เท่า เพราะทางแกร็บพยายามที่จะเพิ่มรายได้ แต่ไม่ใช่การเพิ่มจากเงินเข้าไปอัดจ่ายจนบริษัทขาดทุน โดยจะเน้นที่ประสิทธิภาพ เช่น ทำรอบมากขึ้น ลดต้นทุนจากโครงการรถอีวี หรือการปล่อยกู้ เพื่อไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ยนอกระบบ
“เราพยายามจะไม่ลดรายได้คนขับ มีแต่จะเพิ่ม แต่การจะเพิ่มโดยที่ธุรกิจเราอยู่รอดได้ด้วย ก็คือ ต้องไม่ใช่การอัดเงินแล้วบริษัทขาดทุน แล้วก็เอาเงินนักลงทุนมาโปะ ดังนั้น ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ”
[caption id="attachment_1491634" align="alignnone" width="4608"]

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย[/caption]

เพิ่มฟู้ดล็อกเกอร์ ช่วยไรเดอร์ไม่ต้องรอ

เพราะโจทย์เดียวของแกร็บสำหรับส่วนของไรเดอร์ก็คือ เพิ่มรายได้ไรเดอร์โดยไม่เพิ่มราคา ดังนั้น ทางออกเดียวคือเทคโนโลยี โดยแกร็บจะใช้เทคโนโลยี 3 ด้านมาประกอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ได้แก่ AI > IoT > In-App Feature เพื่อเสิร์ฟ 5 กลุ่ม ได้แก่ ลูกค้า, ร้านอาหาร, ไรเดอร์, สังคม และพนักงานแกร็บ (Grabbers)
สำหรับไรเดอร์และลูกค้าโดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ แกร็บได้เพิ่ม ฟู้ดล็อกเกอร์ (Food Lockers) เพื่อช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องรีบลงมารับอาหาร และไรเดอร์ก็ไม่ต้องรอลูกค้านาน สร้างความสะดวกให้ทั้งผู้สั่งอาหารและไรเดอร์ ปัจจุบัน ฟู้ดล็อกเกอร์ให้บริการใน 4 โลเคชั่น ได้แก่ Park Q, FYI Center, The 9th Towers และ CentralwOrld Offices โดยจะขยายมากขึ้นอีกในปีนี้
“ต้องยอมรับว่าเวลาของไรเดอร์มีค่า เขาก็ไม่อยากต้องมารอเพราะเสียเวลาทำมาหากิน แต่บางทีชาวออฟฟิศติดประชุม ต้องรอลิฟต์ ดังนั้น เมื่อมีฟู้ดล็อกเกอร์ไรเดอร์เขาก็ฝากไว้ได้ โดยนับตั้งแต่มีเราเห็นว่าลูกค้า 20% เปลี่ยนมาใช้ล็อกเกอร์”


ใช้ AI หาเส้นทางและคำนวณเวลารับอาหาร

อีกส่วนที่ช่วยลดเวลาให้ไรเดอร์ คือ ระบบจัดสรรคำสั่งซื้อแบบทันเวลาพอดี (Just-in-Time Allocation) โดยแกร็บจะติดตั้ง IoTs (Internet of Things) เพื่อเก็บข้อมูลระยะเวลาเฉลี่ยในการทำอาหาร และใช้ Machine Learning (ML) และ Predictive Analytics มาประเมินเวลาการเตรียมอาหารของร้านค้าก่อนจะส่งงานให้คนขับ เพื่อลดระยะเวลาการรอรับอาหารให้สั้นที่สุด ทำให้ไรเดอร์สามารถคำนวณเวลาในการมารับอาหารได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ช่วยให้จัดการรอบการจัดส่งได้ดียิ่งขึ้น โดยตั้งแต่เริ่มต้นใช้ระบบนี้ตั้งแต่ไตรมาสสองของปี 2566 พบว่า Fulfillment Rate ดีขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการรออาหารได้ถึง 50%
อีกระบบก็คือ ระบบแผนที่ทั่วไป (Hyperlocal Mapping Technology) ที่พัฒนาขึ้นเองโดยGrabMap ช่วยแนะนำเส้นทางที่แม่นยำขึ้น มีระบบที่ช่วย แจ้งอุบัติเหตุหรือปัญหาบนท้องถนนแบบเรียลไทม์ รวมถึงแผนที่ในอาคาร (Indoor Map) ที่ช่วยบอกตำแหน่งของร้านอาหารภายในห้างหรืออาคาร ช่วยลดระยะเวลาในการค้นหาได้ถึง20%
“การช่วยประหยัดเวลาช่วยไรเดอร์ได้มากสุด อย่างเราเปลี่ยนมาใช้แผนที่ของตัวเองเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะเน้นเก็บข้อมูลเส้นทางซอยเล็ก ๆ มากกว่าถนนใหญ่เพื่อหาเส้นทางที่ดีที่สุดให้ไรเดอร์ ส่วนฟีเจอร์ที่ให้ไรเดอร์รีพอร์ตพื้นที่ปิดหรืออุบัติเหตุ ก็มีการใช้อย่างแอคทีฟ โดยที่ผ่านมามีการรีพอร์ต 3 หมื่นครั้ง เพื่อให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ยิ่งช่วงฝนตกยิ่งมีการใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม”


เพิ่มฟีเจอร์แฟมิลี่แอคเคาท์

ในฝั่งของ ผู้ใช้ แกร็บได้เพิ่มฟีเจอร์ บัญชีครอบครัว (Family Account) โดยผู้ใช้บริการสามารถเรียกรถ ตรวจสอบตำแหน่งการเดินทาง สื่อสารผ่านแชตกับคนขับ และชำระค่าบริการให้กับสมาชิกในครอบครัว เพราะที่ผ่านมาแกร็บพบว่า ลูกค้าไทย 1 ใน 3 (34%) สั่งอาหารหรือเรียกรถให้คนอื่น
อีกฟีเจอร์ที่ใช้มา 9 เดือนก็คือ บริการคำสั่งซื้อกลุ่ม (Group Order) ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มพนักงงาน ออฟฟิศและนักศึกษา ปัจจุบันฟีเจอร์นี้ก็ได้พัฒนาให้สะดวกมากขึ้น เช่น สามารถเลือกแยกจ่ายได้ หรือหารเท่าได้ และสามารถแยกใช้โค้ดส่วนลดของแต่ละคนได้ เป็นต้น
“ลูกค้า 93% ระบุว่า ปกติสั่งเป็นกลุ่มอยู่แล้ว แต่ใช้วิธีการใช้คนเดียวรวบรวมคำสั่ง พอมีฟีเจอร์นี้ยิ่งตอบโจทย์ และเราปรับให้มีความเพอเซอร์นอลไรซ์มากขึ้น ตอนนี้ออเดอร์สูงสุดที่เห็นมีมูลค่ากว่า 8,000 บาท”


ร้านค้ามีเอไอช่วยสร้างภาพให้

ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้า-ร้านอาหาร แกร็บก็มี AI ช่วยสร้างหรือออกแบบภาพอาหาร เพื่อช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการขายให้กับร้านค้าโดยเฉพาะร้านเล็ก ที่มีปัญหาเรื่องถ่ายรูปไม่สวย หรือ ไม่มีรูปเลยมีแต่เมนู อีกส่วนคือบริการสินเชื่อดิจิทัล โดยเพิ่มวงเงินสูงสุด10 ล้านบาท โดยนำเทคโนโลยี ML มาใช้ประเมินศักยภาพและอนุมัติวงเงินที่เหมาะสมให้พาร์ทเนอร์ร้านค้าโดยพิจารณาจากข้อมูลการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มของแกร็บ ปัจจุบันเริ่มเห็นการปล่อยสินเชื่อมูลค่า5-7 ล้านบาท แล้ว สำหรับร้านอาหาร
“หนี้เสียร้านอาหารเราอยู่ที่ 2.35% ขณะที่ค่าเฉลี่ยของแบงก์ชาติอยู่ที่ 2.7% ที่เราต่ำกว่าระบบ มองว่า เขาไม่อยากทิ้งอาชีพนี้ไป และถ้าร้านเขาอยู่ในแพลตฟอร์มเรา เขาก็มีโอกาสขายมากกว่า เพราะสามารถขายคนในรัศมี 10 กม. และเรามีข้อมูลให้รู้ว่าควรขายอะไร ขายตอนไหน ช่วยคุมต้นทุน วางแผนการตลาด”


เพิ่มความปลอดภัยด้วยการอัดเสียง

ที่ผ่านมา แกร็บมักเจอปัญหาให้เช่าแอคเคาท์ ทำให้แกร็บได้พัฒนาระบบยืนยันตัวตนของคนขับด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric Authentication) โดยการ สุ่มตรวจ และมีระบบตรวจสอบการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Real-time Trip Monitoring) รวมถึง ระบบบันทึกเสียงระหว่างการเดินทาง (AudioProtect) ที่ช่วยป้องกันเหตุร้ายและใช้เป็นหลักฐานหากเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้โดยสารและคนขับ

GrabGPT สำหรับ Grabbers

ในส่วนของ พนักงาน (Grabbers) ทางแกร็บได้ร่วมกับ ChatGPT ทำ GrabGPT ที่นำเทคโนโลยี Large Language Models (LLMs) เข้ามาช่วยในการผลิตเนื้อหาและภาพประกอบ รวมถึง โปรแกรม Mystique เครื่องมือที่ช่วยในการเขียนคำโฆษณา ซึ่งจะช่วยย่นเวลาการทำงานของฝ่ายการตลาดและครีเอทีฟ
ปัจจุบัน แกร็บมี Tech Hub ใน 9 ประเทศ โดยมี Hub ใหญ่อยู่ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน และบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย รวมแล้วแกร็บมี AI Model กว่า 1,000 โมเดล และมีสิทธิบัตรกว่า 1 หมื่นใบ
[caption id="attachment_1271662" align="alignnone" width="800"]

Photo : Sutterstock[/caption]

บอกไม่ได้เบอร์ 1 และ 2 ห่างกันแค่ไหน

สำหรับช่องว่างระหว่างเบอร์ 1 และ 2 ในตลาด Food Delivery วรฉัตร มองว่า ตอบยาก เพราะธุรกิจยังไม่ Mature จนมีคนกลางที่เชื่อถือได้มาเปิดเผย ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ เช่น FMCG ที่มีคนกลางอย่าง Neilson ที่เชื่อถือได้ว่าผู้เล่นแต่ละรายมี Volume เท่าไหร่
แต่ในธุรกิจ Food Delivery วรฉัตรมั่นใจว่า แกร็บยังคงเป็นผู้นำทั้งในแง่อินโนเวชั่นและการเป็นที่ยอมรับ โดยอ้างอิงจากแกร็บฟู้ดได้รับรางวัลสุดยอดแบรนด์ทรงพลัง (The Most Powerful Brands of Thailand) จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ที่เก็บข้อมูลจาก 24,000 ตัวอย่าง แบ่งเป็นกลุ่มในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 12,000 ตัวอย่าง และใน 13 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศอีก 12,000 ตัวอย่าง
“ผมมองว่าการเป็นผู้นำคงไม่ใช่เราพูดเอง ต้องให้คนอื่นบอก แต่คนที่บอกก็ต้องดูว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน อย่างรีเสิร์ชจาก Redseer Consulting ดูชื่อเราก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน ข้อมูลที่มามาจากไหนก็ไม่รู้ เพราะเราไม่เคยแชร์ข้อมูลใคร หรือข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้บอกถึงยอดขายแกร็บฟู้ด และวิธีการที่เราคำนวณรายได้เพื่อจะดูว่าอะไรเป็นรายได้ อะไรเป็นค่าใช้จ่าย แต่ละแบรนด์ก็คิดไม่เหมือนกัน เรายึดตามมาตรฐาน Nasdaq บางอันเราไม่ได้เรียกว่าเป็นรายได้ เพราะ Nasdaq ไม่ได้นับ ซึ่งมันอาจต่างจากบริษัทในไทย” วรฉัตร กล่าว

มั่นใจแกร็บยังเติบโตแม้เศรษฐกิจแย่

แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบันจะไม่ค่อยดี แต่ วรฉัตร ยืนยันว่า แกร็บยังเติบโตทั้งวอลลุ่มและรายได้ โดยในส่วนของ Food Delivery ยังเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด ตามด้วยบริการเรียกรถ และบริการมาร์ทก็ยังเติบโตได้ดี แต่ที่เติบโตกว่าที่คิดจะเป็นส่วนของโฆษณา ส่วนสินเชื่อโตขึ้นเรื่อย ๆ
“หุ้นไทยเขียว แต่ผลประกอบการเราเขียวกว่า ซึ่งเรามองว่าปีนี้ที่ดีเพราะนักท่องเที่ยวในไทยไม่ตกลงเลยนับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งนักท่องเที่ยวมีส่วนช่วยในธุรกิจเรามาก อย่างบริการเรียกรถกลุ่มนักท่องเที่ยวก็จะเน้นพรีเมียม และเมื่อเขารู้จักเราจากบริการเรียกรถก็จะมาช่วยในบริการสั่งอาหารและมาร์ท นี่จึงเป็นข้อได้เปรียบเรา เพราะเขารู้จักเราตั้งแต่สนามบิน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...