B2B อยากใช้ AI แต่ไม่รู้ทำไงดี ? เปิด 5 ไอเดียหยิบ AI มาใช้ในธุรกิจ ทำคอนเทนต์ไว แต่งานคุณภาพเหมือนคนทำ
คงไม่ใช่เรื่องยากที่ธุรกิจใหม่ ๆ จะรู้จักหยิบ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ว่าจะช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น สร้างสรรค์มากขึ้น และยังลดค่าใช้จ่ายระหว่างการผลิตงานได้ด้วย
แน่นอนว่าอย่างน้อย ๆ หลายคนคงเคยได้ลองใช้ AI กันมาบ้างแล้ว แต่แอดเชื่อว่าก็คงมีอีกหลายคนเหมือนกันที่รู้จัก AI แต่อาจจะยังไม่มีไอเดียว่าเราจะหยิบมาใช้ในการทำงานยังไงได้บ้าง โดยเฉพาะกับธุรกิจ B2B ที่ต้องมีความระมัดระวังเรื่องข้อมูลที่ถูกต้องมากเป็นพิเศษ จะหยิบ AI มาใช้แค่เพราะมันเร็ว สร้างสรรค์ และช่วยลดต้นทุนก็คงไม่ได้
วันนี้ AD ADDICT เลยอยากมาแชร์ไอเดียการหยิบ AI มาใช้ในธุรกิจ B2B ว่าเครื่องมือตัวนี้จะสร้างประโยชน์อะไรที่ไม่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทได้บ้าง ใครที่อ่านแล้วรู้สึกว่าสามารถหยิบไอเดียนี้ไปใช้งานได้จริง อย่าลืมแชร์ไปให้หัวหน้าดูกันนะคร้าบ 🤭
1. ใช้ AI ช่วยสร้างคอนเทนต์
อย่าลืมว่าเราหยิบ Generative AI มาใช้ให้เป็นแค่ ‘ผู้ช่วย’ เท่านั้น แน่นอนว่ามันทำให้งานของเราออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ไวเพียงไม่กี่นาที แต่ถ้าเราแค่เผยแพร่งานของ AI ลงไปได้เลยง่าย ๆ ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบหรือปรับปรุง หมายความว่าลูกค้าหรืองานนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีเราด้วยซ้ำ
งานคอนเทนต์เป็นงานสร้างสรรค์ที่ควรมีแต่เราเท่านั้นที่คิดและทำได้ อาจจะหยิบ AI มาช่วยคิดให้ไวขึ้นบ้าง แต่งานสุดท้ายที่ออกมาก็ควรเป็นงานที่แม้แต่ AI สุดฉลาดก็ทำไม่ได้ นี่แหละคือแนวคิดสำคัญที่จะทำให้เราไม่ถูกแทนที่ด้วย AI ครับ
จากการสำรวจของ Hubspot นักการตลาด 46% ใช้ AI ในการช่วยคิดโพสต์ลง Social Media, 47% ใช้ช่วยคิดการเขียนอีเมล, 41% ใช้ช่วยคิดเรื่องโครงร่าง และอีก 36% ใช้ AI ช่วยออกไอเดียและหา Inspiration
2. หยิบ Chatbot AI มาช่วยเรื่องการสื่อสาร
พฤติกรรมความเคยชินกับความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ กลายเป็นความท้าทายให้แบรนด์ต้องสามารถส่งมอบคำตอบที่ลูกค้าต้องการได้ทันเวลาและโอกาส (ก่อนที่แบรนด์อื่นจะมาชิงให้คำตอบปาดหน้าไป)
Chatbot แทบจะเป็น AI ตัวแรก ๆ ที่ถูกพัฒนาออกมาให้เราใช้กัน แล้วมันก็ช่วยเรื่องการสื่อสารของแบรนด์กับกลุ่มลูกค้าได้จริง ๆ ไม่ว่าจะติดบนเว็บไซต์หรือบน Social Media การที่แบรนด์มี Chatbot เพื่อรองรับลูกค้าได้ตลอดเวลา โดยสามารถตอบคำถามทั่วไปง่าย ๆ ได้ทันที แล้วค่อยส่งเรื่องต่อให้คุยกับพนักงานได้เมื่อจำเป็น ส่งผลให้ใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาสั้นลงและยังปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าได้ดีขึ้นด้วย !
3. สร้างคอนเทนต์ที่หลากหลาย จากคอนเทนต์เดิมที่มีอยู่
เรามักเห็นคอนเทนต์เดิมที่ถูก Copy มาโพสต์ข้ามแพลตฟอร์มกันบ่อย ๆ ใช่ไหมครับ เช่นแคปโพสต์จาก X มาลง Facebook, IG หรือครอปตัดวิดีโอ YouTube มาลง TikTok อีกที ฯลฯ
จริง ๆ ธุรกิจ B2B ที่มีคอนเทนต์บทความเยอะ ก็สามารถใช้ AI มาเพิ่มรูปแบบที่หลากหลายให้กับงานเดิมที่มีอยู่แล้วได้ เช่น
- สร้างวิดีโอหรือเขียนสคริปต์วิดีโอจากคอนเทนต์บทความ
- สร้างสื่อส่งเสริมการตลาดจากข้อมูลสินค้า
- สร้างรายงานหรือ Data Visualizations จากข้อมูลดิบ
- สร้างโพสต์ Social Media หลายชิ้นจากคอนเทนต์ยาว ๆ เช่น บทความหรือวิดีโอ
แทนที่จะต้องมาสร้างคอนเทนต์ใหม่ตั้งแต่ต้น การต่อยอดรูปแบบคอนเทนต์ใหม่ ๆ จากข้อมูลหรือคอนเทนต์เก่าได้แบบนี้ก็ช่วยลดระยะเวลาหาไอเดียและการผลิตไปได้เยอะเลยใช่ไหมล่ะครับ
4. ให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการขาย ช่วยลูกค้าเจอสินค้าที่ใช่ด้วยตัวเอง
ความเป็นไปได้ของ AI ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องมือช่วยทำงานหลังบ้านเท่านั้น แต่เรายังสามารถใช้ AI มาช่วยเพิ่มประสบการณ์การซื้อหรือการตัดสินใจของลูกค้าได้ด้วย
ทุกวันนี้มีหลายแบรนด์ที่ใช้ AI มาช่วยลูกค้าตัดสินใจเลือกสินค้าที่ต้องการได้ง่ายยิ่งขึ้น (โดยเฉพาะการขายออนไลน์ที่ลูกค้ายังไม่สามารถรับประสบการณ์ใช้งานจริงก่อนซื้อได้) เช่น AI Filter จาก 3CE ที่ช่วยสาว ๆ ให้เจอ Make Up ที่เหมาะกับผิว, Dulux Visualizer AI ที่ให้ลูกค้าลองเทียบหาสีผนังที่ใช่ก่อนทาสีจริงได้ หรือแม้แต่วงการแฟชั่นที่ต้องใส่ใจรายละเอียดมาก ๆ ก็สามารถใช้ AI มาช่วยเลือกสินค้าผ่านการทำแบบฟอร์มของแบรนด์ SUITCUBE
ทั้งนี้ ธุรกิจ B2B ก็อาจจะเอาไอเดียนี้ไปต่อยอดเพื่อช่วยให้ลูกค้าเจอ Solution ที่เหมาะสมกับปัญหา ซึ่งนอกจากจะช่วยลดระยะเวลาการขายและสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ แล้ว ยังช่วยให้ธุรกิจเก็บข้อมูลไว้ได้อย่างครบถ้วนด้วยครับ
5. รีเสิร์ชข้อมูล หาคำตอบแบบไว ๆ ด้วย Generative AI
ตบท้ายด้วยเรื่องง่าย ๆ เกี่ยวกับ AI สำหรับใครที่ยังกลัว ยังรู้สึกว่า AI คือเรื่องไกลตัวและต้องใช้เวลาฝึกใช้นาน แอดขอแนะนำให้เริ่มต้นลองใช้ AI ในธุรกิจด้วยวิธีง่าย ๆ ก่อนก็ได้ เช่น จากปกติที่ถ้าเราต้องการค้นหาอะไร ก็ต้องเปิดหน้า Google แล้วคิดคำสั้น ๆ Keyword ตรงประเด็นสำหรับการเสิร์ชใช่ไหมครับ หลังจากนั้นก็ต้องไล่เลือกคำตอบอีกว่าจะอ่านคำตอบจากเว็บไหน ถึงแม้อัลกอรึทึ่มเจ๋ง ๆ ของ Google จะแสดงคำตอบที่ดีที่สุดมาไว้ให้ในลำดับต้น ๆ แล้วก็ตาม
แต่สำหรับการหาคำตอบด้วยเครื่องมือ AI เช่น ChatCPT, Copilot, Gemini ฯลฯ เราสามารถเขียนข้อความคำถามยาว ๆ ด้วยภาษาพูดทั่วไปเหมือนถามเพื่อนได้เลย แถมยังบรีฟการตอบคำถามให้กับ AI เพื่อให้ได้คำตอบที่ใกล้เคียงการหยิบไปใช้งานจริงด้วย
คำตอบที่ได้จาก AI เป็นคำตอบที่ถูกรวบรวม เรียบเรียง และสรุปจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มาโดยเราไม่ต้องไปคอยไล่อ่านคำตอบจากทีละเว็บแล้วสรุปในหัวเอง (ถ้าอยากได้ Source ของข้อมูลนั้น ก็สามารถบรีฟ AI เพื่อขอแหล่งที่มาของแต่ละข้อมูลที่ตอบมาได้ด้วย)
ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะหยิบไอเดียไหนไปใช้ก็ตาม สิ่งสำคัญคืออย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องและควรปรับปรุงผลลัพธ์จากงานของ AI ให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามากที่สุดด้วยนะครับ
แบรนด์ไหนใช้ AI ทำอะไรเจ๋ง ๆ ในธุรกิจอยู่บ้าง แวะมาแชร์กันได้นะคร้าบ~ แอดจะขอลอกไปทำบ้าง ฮ่า ๆ