เก็งกำไร ‘หุ้นแบงก์’ รับเงินปันผลระหว่างกาล
The Bangkok Insight
อัพเดต 27 ส.ค. 2567 เวลา 00.58 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2567 เวลา 00.48 น. • The Bangkok Insightเก็งกำไรหุ้นแบงก์ รับเงินปันผลระหว่างกาล เช็กเลยแบงก์ไหนประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลแล้ว
เป็นปกติเมื่อหลังหลังการประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของทุกปี (มกราคม-มิถุนายน) จากนั้นจะเข้าสู่ฤดูของการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล กลุ่มธุรกิจที่เป็นเป้าหมายของนักลงทุนในช่วงนี้ก็ คือหุ้นธนาคาร เพราะล้วนแต่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ในไทย มีกระแสเงินสดที่ค่อนข้างสูง และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2567 มี 3 หุ้นธนาคารไทยที่ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลออกมาแล้ว ได้แก่ BBL: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), SCB: บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และ KKP: ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ดังนี้
BBL จ่ายปันผลจากกำไรสะสม ที่ระดับ 2 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 5 กันยายน 2567 กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 4 กันยายน และกำหนดจ่ายเงินปันผล 20 กันยายนนี้
SCB จ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสม ที่ระดับ 2 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 6 กันยายน 2567 กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 5 กันยายน และกำหนดจ่ายเงินปันผล 23 กันยายนนี้
KKP จ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิ ที่ระดับ 1.25 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 5 กันยายน 2567 กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 4 กันยายน และกำหนดจ่ายเงินปันผล 19 กันยายนนี้
บทวิเคราะห์บล.ดาโอ เปิดเผยว่า ปกติในช่วงนี้ของทุกปี กลุ่มธนาคารจะมีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรก โดยจะมีเพียง KTB เท่านั้นที่จ่ายปันผลเป็นแบบรายปี และไม่มีระหว่างกาล
จึงมองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร สำหรับการจ่ายเงินปันผลของกลุ่ม เพราะก่อนประกาศจ่ายเงินปันผลจะเป็นช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัว Outperform กว่า SET โดยประเมินว่าช่วงครึ่งปีแรก 2567 ธนาคารที่จะมี Dividend yield สูงสุด คือ TTB ที่ระดับ 2.8% รองลงมาเป็น TCAP ที่ระดับ 2.4% และ SCB ที่ระดับ 2.35%
ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง 2567 (ประกาศจ่ายเงินปันผลช่วงเดือนเมษายน 2568) ธนาคารที่จะมี Dividend yield สูงสุดคือ SCB ที่ระดับ 6.5% รองลงมาเป็น TISCO ที่ระดับ 6.2% และ KTB ที่ระดับ 5.4%
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ให้น้ำหนักหุ้นธนาคารเป็น“เท่ากับตลาด” โดยเลือก KTB, KBANK เป็น Top pick แม้การเติบโตของกำไรปี 2567 จะโตแบบชะลอตัวเหลือลง แต่อย่างไรก็ดี ด้าน Valuation ยังถูกและน่าสนใจ ซื้อขายที่ระดับเพียง 0.60x PBV
แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 21 บาทต่อหุ้น เพราะคาดว่ากำไรปี 2567 จะเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มที่ 15% จากปีก่อน และมี Valuation ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับต่ำกว่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี นอกจากนี้ มองว่า KTB จะเน้นการปล่อยสินเชื่อภาครัฐมากขึ้น เพราะเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและรองรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้ อีกทั้งยังเป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีการตั้งสำรองเพิ่ม และยังมี Coverage ratio ที่อยู่ในระดับสูงถึง 181%
แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 155 บาทต่อหุ้น เพราะคุณภาพของสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ประกอบกับมีการเติบโตของกำไรปีนี้ คาดว่าจะโตได้ดีราว 6% จากปีก่อน ประกอบกับแนวโน้มของ NPL และการตั้งสำรองที่เริ่มดูดีขึ้น เริ่มลดลงแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดย KBANK ยังมี valuation ที่น่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับต่ำกว่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี
สุดท้ายนี้ ต้องรอติดตามข้อมูลต่อไปว่าจะมีธนาคารไหน ที่ทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลออกมาบ้าง เมื่อข้อมูลออกมาครบ จะทำให้เรามองเห็นภาพรวมและแนวโน้มของทั้งกลุ่มได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- หุ้นไทยอยู่ใน 'Value Zone' กำไรโต หุ้นกลุ่มไหนน่าสนใจ?
- การเมืองปลดล็อก! 'โกลเบล็ก' แนะลงทุน 5 หุ้นเด่นกลุ่ม ESG Rating
- ‘โกลเบล็ก’ คัด 7 หุ้นเด่นน่าลงทุนรับดิจิทัลวอลเล็ต จับตาการเมืองร้อน!
ติดตามเราได้ที่