วิกฤตห้าง Macy’s แห่ปิดตัว นำไปสู่ก้าวใหม่ ที่ตอบโจทย์ทุกอย่างของชุมชน
โอกาสหลังวิกฤต ห้างสรรพสินค้า Macy's ของสหรัฐ แห่ปิดตัวลง แต่ได้กลายไปสู่การพัฒนาพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของชุมชน ตามทิศทางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
วันที่ 12 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า เมซีส์ (Macy's) เครือห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งตัดสินใจปิดสาขามากถึงเกือบ 1 ใน 3 คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัท ชุมชน และผู้บริโภคทั่วสหรัฐ โดยการปิดตัวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มของห้างสรรพสินค้าในสหรัฐที่กำลังถูกกดดันให้ปรับตัวตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเช่น การหันไปซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรซึ่งทำให้เมืองหรือภูมิภาคเล็ก ๆ บางแห่งประสบปัญหาในการรักษาการดำเนินการศูนย์การค้า
ในช่วงปลายเดือนก.พ. Macy's ได้ประกาศแผนที่ปิดร้านค้าประมาณ 150 แห่ง ภายในต้นปี 2530 แม้ว่าบริษัทไม่ได้ระบุว่าสาขาใดบ้างที่จะถูกปิดตัวลง แต่นายโทนี สปริง ซีอีโอของ Macy's ระบุว่าการปิดตัวลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อร้านค้าทั้งหมด 25% แต่ผลกระทบจะต่ำกว่า 10% ของยอดขาย
Macy's จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนในร้านค้า 350 สาขา ที่ยังคงเปิดให้บริการต่อไป และวางแผนเปิดสาขาใหม่สำหรับแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมากกว่า เช่น Bloomingdale's และ Bluemercury โดยนายคริส วิมเมอร์ ผู้อำนวยการอาวุโสของ Fitch Ratings เชื่อว่าการปิดร้าน Macy's อาจส่งผลดีต่อห้างสรรพสินค้าและลูกค้าจำนวนมาก เขาเสนอว่าการปิดสาขาจะช่วยจะเร่งการลดจำนวนห้างสรรพสินค้าคุณภาพต่ำ และนับเป็นโอกาสที่ห้างสรรพสินค้าคุณภาพดีจะได้ฟื้นฟูตนเองด้วย
นายวิมเมอร์ กล่าวว่า Macy's เป็นเจ้าของร้านค้าส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติของบริษัทตั้งแต่สมัยที่ร้านค้าต่าง ๆ คือแห่งดึงดูดหลักในห้างสรรพสินค้า การดึงดูดลูกค้าและการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าพื้นที่ให้กับผู้ค้าปลีกรายอื่น ๆ เมื่อบริษัทปิดสาขาลง บริษัทอื่น ๆ ที่ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่มีทำเลดีกว่าและมีเสถียรภาพทางการเงินที่ดี ต่างก็กระตือรือร้นที่แย่งชิงพื้นที่ร้านของMacy's ที่ปิดตัวล
ไป เพื่อนำไปพัฒนาใหม่
นอกจากนี้แล้ว การปิดสาขาต่าง ๆ ของ Macy's อาจช่วยปูทางไปสู่การพัฒนาใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับข้อมูลประชากรและเศรษฐกิจในท้องถิ่น เช่น สถานพยาบาล ชุมชนผู้เกษียณอายุ หรือร้านขายของชำ อย่างไรก็ตาม นายวิมเมอร์ตั้งข้อสังเกตว่าห้างสรรพสินค้าMacy's บางแห่งอาจปรับเปลี่ยนการดำเนินการได้ยาก หากตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสม
ปัญหาที่นำไปสู่การทยอยปิดสาขา
Macy's กำลังลดจำนวนสาขาลง เนื่องจากทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่าง ๆ ต่างต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ขณะที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งอื่น ๆ เช่น Sears, Lord & Taylor และ JCPenney ก็ลดสาขาหรือปิดตัวไปเช่นกัน โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาMacy's ได้ปิดร้านค้าไปแล้วมากกว่า 1 ใน 3 จนเหลือสาขาทั้งหมดรวม 503 แห่ง
- ปี 2567 - Macy's มีสาขา 773 แห่ง
- ปี 2558 - 737 แห่ง
- ปี 2559 - 673 แห่ง
- ปี 2560 - 660 แห่ง
- ปี 2561 - 649 แห่ง
- ปี 2562 - 613 แห่ง
- ปี 2563 - 572 แห่ง
- ปี 2564 - 570 แห่ง
- ปี 2565 - 566 แห่ง
- ปี 2566 - 502 แห่ง
- 2567 - ในไตรมาส 1 เหลือ 503 แห่ง
ห้างสรรพสินค้าโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าระดับ A และ B ซึ่งมีอัตราการใช้พื้นที่สูงและมีจำนวนยอดขายต่ำ และห้างสรรพสินค้าระดับ C และ D ซึ่งมีอัตราการใช้พื้นที่ต่ำและมีความจำนวนยอดขายสูง โดยในปี 2559 มีห้างสรรพสินค้าระดับ A และ B จำนวน 352 แห่ง แต่ลดลงเหลือ 316 แห่งในปี 565 ส่วนห้างสรรพสินค้าระดับ C และ D ลดลงอย่างมาก จาก 684 แห่งในปี 559 เหลือ 287 แห่งในปี 565
นายอนันท์ กุมาร จาก Coresight Research ระบุว่า สหรัฐมีห้างสรรพสินค้ามากเกินไป บรรดาห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กที่มีการดำเนินงานไม่ค่อยดีนักกำลังประสบปัญหา ขณะที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำยังคงสามารถดึงดูดทั้งผู้ค้าปลีกและผู้บริโภค แนวโน้มนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไป และในขณะที่ร้านค้าส่วนใหญ่ซื้อของทางออนไลน์ และบรรดาผู้ค้าปลีก เช่น Dollar General, Five Below และ TJ Maxx ก็กำลังขยายสาขาในศูนย์การค้าชานเมืองแทนที่จะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในตัวเมือง
ปัญหาของMacy's คือการปรับแนวทางการใช้พื้นที่ เนื่องจากห้างสรรพสินค้าของMacy's มักมีพื้นที่ขนาดใหญ่ระหว่าง 200,000 ถึง 225,000 ตารางฟุต และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Nordstrom และ Belk ก็ไม่ได้ต้องการพื้นที่จำนวนมากเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป
นายกุมารกล่าวว่า ห้างสรรพสินค้าชั้นนำจะครองส่วนแบ่งการใช้จ่ายที่มากขึ้น ในขณะที่ห้างสรรพสินค้าระดับล่างจะต้องปิดตัวลงหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจไปโดยให้เช่าพื้นที่ด้านอื่นแทนร้านค้าปลีก เช่นคลินิกแพทย์, การให้เช่าพื้นที่ Co-working Space, ร้านทำเล็บหรือร้านเสริมสวย และร้านอาหาร เพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งMacy's สามารถนำแรงทางนี้ไปปรับใช้ได้เช่นกัน ด้วยการใช้พื้นที่กว้างให้เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจเหล่านี้ แทนร้านค้าปลีก
จากห้างสรรพสินค้าเก่าสู่ร้านขายของชำ พื้นที่กีฬาและคลังสินค้าของอะเมซอน (Amazon)
ห้างสรรพสินค้าMacy's ที่ปิดตัวไปในอดีต มีแนวโน้มที่จะถูกแปลงโฉมใหม่เป็นพื้นที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งสะท้อนถึงกระแสการนำเอาจุดขายหลักของห้างสรรพสินค้ามาปรับใช้ใหม่ในรูปแบบใหม่ ๆ โดยห้างสรรพสินค้าที่ถูกปิดตัวลงมักนำไปสู่การพัฒนาไปเป็นอาคารชุด พื้นที่บันเทิง และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น ร้านอาหาร สวนสนุก ศูนย์เล่นเกมต่าง ๆ เช่น laser tag และศูนย์กีฬา เช่น การปีนผาจำลองในร่ม
นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา Brookfield Properties ได้ลงทุนมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการพัฒนาห้างสรรพสินค้าเก่ามากกว่า 100 แห่ง รวมถึงอดีตห้างสรรพสินค้าของMacy's ที่ปิดตัวลง ให้กลายเป็นพื้นที่ใหม่ ๆ เช่น
- Stonestown Galleria ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นอดีตห้างสรรพสินค้าของMacy's ที่ปิดตัวลง ได้ถูกแปลงเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods และมีพื้นที่โรงภาพยนตร์ ร้านขายอุปกรณ์กีฬา และสถานพยาบาล
- Tysons Galleria วอชิงตันดีซี - อีกหนึ่งอดีตห้างสรรพสินค้าของMacy's ที่ปิดตัวลง ได้ถูกปรับปรุงและเสริมพื้นที่ใหม่ รวมถึง ลานโบว์ลิ่ง โรงภาพยนตร์ ร้านขายสินค้าตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร และโชว์รูมรถยนต์ Lucid Motors
- Utah Hockey Club ซอลท์ซิตี - อดีตห้างสรรพสินค้าMacy's ที่กลายเป็นศูนย์ฝึกซ้อมของทีม Utah Hockey Club แห่งแนชันแนลฮอกกีลีก (NHL) ซึ่งมีพร้อมทั้งลานน้ำแข็งและที่ตั้งสำนักงาน
นอกจากนี้แล้ว พื้นที่ห้างสรรพสินค้าเดิมของ Randall Park ในรัฐไอไฮโอ และรัฐลุยเซียนา ก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ของ Amazon อีกด้วย
นายอดัม ทริต จาก Brookfield Properties กล่าวว่า โครงการเหล่านี้มีความซับซ้อน เนื่องจากต้องมีการโครงสร้างอาหารช่น การยกหลังคาหรือเพิ่มหน้าต่าง อย่างไรก็ตาม โครงการเหล่านี้เปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่นและสร้างสรรค์มากขึ้น ซึ่งดึงดูดผู้มาเยี่ยมชมได้มากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เน้นย้ำว่าพื้นที่ห้างสรรพสินค้าเดิม ยังคงสามารถดัดแปลงและปรับเปลี่ยนได้เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของผู้บริโภคและอุปสงค์ตามแต่ละชุมชน อีกทั้งยังนำเสนอการใช้งานที่สร้างสรรค์และหลากหลาย ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและแนวโน้มทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
อ้างอิง : cnbc.com
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌