โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 30 ต.ค. 2567 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 02.48 น.

#ภาวะหุ้น #ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบหลัก 1,440-1,470 จุดระยะนี้ โดยรอติดตามทั้งผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสัปดาห์หน้า รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการในสัปดาห์นี้ ล่าสุดตลาดเริ่มปรับเพิ่มโอกาส FED ในการลดดอกเบี้ยลง หลังตัวเลข JOLTs Job Openings ที่ต่ำกว่าคาดที่ 7.443 ล้านตำแหน่ง (ตลาดคาด 7.99 ล้าน)

ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. ที่จะประกาศวันพุธและศุกร์นี้ตามลำดับ ตลาดคาดว่าจะชะลอตัวลงค่อนข้างแรงเช่นกันเหลือ 1.15 แสนตำแหน่ง นอกจากนี้คืนนี้ยังมีการรายงานตัวเลข GDP 3Q24 ของทั้งสหรัฐฯและยูโรโซน ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินความเร็วที่ FED จะทยอยลดลดอกเบี้ยในอนาคตเช่นกัน

ส่วนปัจจัยในประเทศ โฟกัสหลักยังคงอยู่ที่การติดตามการประกาศกำไรบจ. 3Q24 ซึ่งภาพรวมคาดว่าจะหดตัวทั้ง q-q และ y-y ถ่วงจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเป็นหลัก หากไม่รวมกลุ่มดังกล่าว คาดกำไรทรงตัว q-q และยังโตได้ดี y-y โดยหากออกมาไม่ต่ำกว่าคาดและไม่สร้าง Downside ต่อ EPS ของ SET ปี 2024-25 อย่างมีนัยยะ เรายังเชื่อว่าดัชนีจะสร้างฐานได้บริเวณ 1,440+- จุด และทยอยฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป โดยมอง SET Target เบื้องต้นในปี 2025 ที่ 1,600 จุด เรายังมองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Domestic Play โดยเฉพาะภาคการบริโภค ได้แก่ ไฟแนนซ์ ค้าปลีก อาหารเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งจะได้อานิสงส์จากทั้งดอกเบี้ยที่ขยับลงและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากครม. ขณะที่ Downside ยังคงถูกจำกัดจากเม็ดเงินลงทุนของกองทุนวายุภักษ์

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไร 3Q24 แข็งแกร่ง // ส่วนที่สะสมในช่วงก่อนหน้ายังถือลงทุนต่อเนื่องระยะกลาง-ยาว

หุ้นเด่นเดือน ต.ค. : AOT, BCH, CBG, CPN, KCG

FSSIA Portfolio : AOT, CHG, CPALL, CPN, KCG, KTB, MTC, NSL, SFLEX, SHR, TU

หุ้นเด่นวันนี้ : CHG

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2025 ที่ 3.80 บาท

• เราคาดกำไรสุทธิ 3Q24 ที่ 402 ลบ. +109% q-q, +23% y-y ทำ Record High หากไม่รวมช่วงโควิดที่มีกำไรสูงผิดปกติ หนุนจากทั้งรายได้เงินสดและประกันสังคมที่เติบโต Double Digit และมีการบันทึกรายได้โรคเรื้อรังเพิ่มเติมอีก 90 ลบ.หลังบันทึกไว้ต่ำเกินไปในปี 2023

• ด้านรพ.แม่สอดคาดมีผลขาดทุนใน 3Q24 น้อยลงต่ำสุดตั้งแต่เปิดให้บริการ ส่วนประเด็น RW>2 ของประกันสังคมยังไม่มีข้อสรุป แต่ล่าสุดมีข่าวยืนยันจากสปส.ว่าจะจ่ายได้ 1.2 หมื่นบาท/RW ในปี 2025 คาดว่าเพียงพอที่จะช่วยจำกัด Downside ได้

• แนวรับ 2.76//2.70 บาท แนวต้าน 2.90-3 บาท

**บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ผันผวนต่อ นักลงทุนซื้อขายแบบสั้นๆ สลับขายทำกำไร รอดูผลเลือกตั้ง และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยทิศทางตลาดยังเป็นโหมด sideway (down) นักลงทุนทยอยปรับพอร์ตรอดู event สำคัญสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะเลือกตั้งสหรัฐฯ Bond Yield 10 ปี กระชากขึ้นไปที่ 4.30% บ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุน….. ขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่เข้าสู่ฤดูกาลส่งงบ ส่วนของไทย คาดประเด็นการเมือง ฉุดให้แรงซื้อหายไปจากตลาด

• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนตามการรายงานกำไร ของบริษัท Tech ขนาดใหญ่ในสัปดาห์นี้ (42% ของ Market Cap ของตลาด จะรายงานกำไรสัปดาห์นี้) และมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญๆ หลายตัวที่จะออกในสัปดาห์นี้เช่นกัน อาทิ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน(30) ตัวเลข GDP q3-a(30) ตัวเลข PCE(31) และ non-farm payroll(1) โดยตัวเลขเหล่านี้ มีผลต่อการพิจารณาลดดอกเบี้ย ในการประชุม FOMC สัปดาห์หน้า(7 พ.ย.)

• สถานการณ์ตะวันออกกลาง ยังวางใจไม่ได้ เพราะอิหร่านยังไม่ออกประกาศที่เป็นทางการว่าจะไปไม่ตอบโต้อิสราเอล ความกังวลนี้จึงมีอยู่ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อ (Brent $70.9) …. ฮิซบอลเลาะห์ประกาศแต่งตั้ง "นาอิม กัสเซม" เป็นผู้นำคนใหม่ ….. เราประเมินว่าด้วยความกังวลนี้ จะเป็นลบต่อการลงทุนในช่วงนี้ (แต่ดีต่อราคาทองคำ)

• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ม.ค.-27 ต.ค. เข้าไทยกว่า 28.4 ล้านคน สร้างรายได้ 1.3 ล้านบาท นทท.กลุ่มระยะไกลเข้ามามากขึ้น เนื่องจากเข้าช่วง high season ฝั่งยุโรป ส่วนกลุ่มระยะใกล้เข้ามาต่อเนื่อง โดย 5 อันดับแรก คือ จีน 5.66 ล้านคน มาเลเซีย 4.06 ล้านคน อินเดีย 1.68 ล้านคน เกาหลีใต้ 1.50 ล้านคน และรัสเซีย 1.27 ล้านคน

• คลังนัดหารือนายกฯ เสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วันที่ 31 ต.ค.นี้ โดยจะหารือประเด็นสำคัญ เรื่องการเดินหน้าโครงการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ซึ่งมองจากจำนวนประชากรยังขาดงบประมาณสำหรับโครงการอีกมาก จึงอาจต้องพิจารณาแบ้งเฟสย่อยไปอีก เช่น เป็นเฟส 2 และเฟส 3 แต่ไม่ถึงขั้นการทยอยจ่าย

• คลังเผยการจัดเก็บรายได้รัฐงบประมาณ 2567 ติดลบ 4-5 พันล้าน แต่ไม่ได้ส่งผลต่อดุลงบประมาณปี 67 สาเหตุหลักจากเงินบาทแข็งค่า กระทบอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลจัดเก็บภาษี VAT สินค้านำเข้าลดลง โดยคาดว่าหากไม่มีปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน จะจัดเก็บได้ตามประมาณการที่ 2.23 ล้านล้านบาท

• Equinix ผู้ใช้บริการ Data Center รายใหญ่จากสหรัฐฯ จะลงทุนในไทย 1.65 หมื่นล้านบาทใน 10 ปี ให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและ AI แห่ง CLMVT

• Event สำคัญวันนี้ : GDP Q3/24 สหรัฐฯ , ธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุมดอกเบี้ย (คาดว่าจะคงดอกเบี้ย)

Strategy

• ทิศทางตลาด คาดเข้าสู่การปรับฐาน รอความชัดเจนในเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐฯ เราปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็นเลือกขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมากๆ หรือทยอยขายลดความเสี่ยง ….. ส่วนจังหวะซื้อรอบใหม่ อาจต้องรอแนวรับถัดไป 1438 จุด

• เก็งราคาสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จาก “Trump” ชนะการเลือกตั้ง จะเป็น ทองคำ(USD+BAHT) Bitcoin และดอลล่าร์ ขณะที่สินทรัพย์ที่อิงดอกเบี้ย เช่น พันธบัตรสหรัฐฯ จะเป็นลบ

• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ CPALL, CPAXT, AAV, PTTEP ออก และนำ OSP, TTB เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย OSP(10%) , TTB(10%), SCB(10%), TRUE*(10%)

Technical : SAV, MCOT

**บล.คิงส์ฟอร์ด วางแนวรับดัชนี SET ที่ 1,440 – 1,450 แนวต้าน 1,460 คาดดัชนีมีโอกาสทรงตัว ระหว่างรอรายงานงบ Q3/67 ของกลุ่ม Real Sector รวมถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย. แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว เช่น กลุ่มขนส่ง AOT,AAV,BA เริ่มเข้าสู่ช่วง High Season / ส่งออก TU,CPF,STA,STGT คาดรายได้เติบโตดีตามตัวเลขส่งออก/ เก็งกำไร BROOK,CKP,SCAP,TASCO มีสัญญาณบวกทางเทคนิค

DITTO* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้า IAA Consensus 20.50 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิงวด 2Q67 ที่ 125 ล้านบาท +20%QoQ, +35%YoY หนุนจากรายได้ธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสาร (DMS/BPO) และระบบรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์ที่มีการขยายตัว ประกอบกับรายได้จากธุรกิจรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับโครงการราชการต่างๆ ได้แก่ โครงการสวนสัตว์แห่งใหม่ ระยะที่ 1 คลอง 6 โครงการพัฒนาศูนย์ศึกษาวิจัยแร่และหิน จังหวัดระยอง โครงการก่อสร้างพัฒนาศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลน จังหวัดระนอง แนวโน้ม 2H67 คาดกำไรเติบโตต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้โครงการภาครัฐที่มี backlog ราว 5 พันล้านบาท อีกทั้งยังมีอีกหลายโครงการรอประมูล ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 67-68 ที่ 511 ล้านบาท +44%YoY และ 660 ล้านบาท +29%YoY

NSL* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 38.38 บาท) การดำเนินงานในช่วง 3Q67 แม้จะเป็น Low Season แต่คาดว่าจะมีปัจจัยพยุงรายได้บางส่วนมาจากสินค้าใหม่ๆที่ได้รับความนิยม เช่น แซนวิชไส้ทาร์ตไข่ ขณะที่ 4Q67 จะเข้าสู่ High Season กำไรปกติมีโอกาส +YoY +QoQ และมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากม.กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯหนุนกำลังซื้อผู้บริโภค นอกจากนี้ NSL ยังมี Story จากความเป็นไปได้ที่จะลงทุนในธุรกิจสินค้าจากมะพร้าว/ข้าวโพดอ่อน ใน 1.แบรนด์ “Jus Cool” “COCO COOL”(คาดเงินลงทุนราว 150 ลบ./ช่วงเวลาธุรกรรมคาด 1Q68) และ 2.บริษัท PNF ทั้งนี้ตลาดคาดว่าปี67 และ 68 กำไรสุทธิของ NSL* จะอยู่ที่ระดับ 522 ลบ. (+51%YoY) และ 597 ลบ.(+14%YoY)

ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

TELEGRAM คลิกhttps://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...