โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนครองตำแหน่งแหล่งบทความ ‘ฮอต เปเปอร์’ ทางวิทยาศาสตร์อันดับ 1

Xinhua

อัพเดต 22 ก.ย 2567 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2567 เวลา 19.39 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : คณะนักวิทยาศาสตร์ทำงานในห้องควบคุมส่วนกลางของแหล่งกำเนิดโฟตอนพลังงานสูง (HEPS) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงซินโครตรอนพลังงานสูงแห่งแรกในจีน วันที่ 19 ส.ค. 2024)

ปักกิ่ง, 21 ก.ย. (ซินหัว) — รายงานคลังสมองที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (20 ก.ย.) ระบุว่าจีนยังคงเป็นแหล่ง “ฮอต เปเปอร์” (hot papers) ทางวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่ง ครองสัดส่วนร้อยละ 48.4 ของบทความรูปแบบเดียวกันนี้ทั้งหมดทั่วโลก

ฮอต เปเปอร์ คือ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เผยแพร่ภายในช่วง 2 ปีของการจัดหมวดหมู่ ซึ่งถูกนำไปใช้อ้างอิงมากอย่างมีนัยสำคัญในระยะสองเดือนล่าสุดจนอยู่ในอันดับสูงสุดร้อยละ 0.1 ของแต่ละกลุ่มสาขา

รายงานจากสถาบันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคของจีน สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่าจีนได้เผยแพร่ฮอต เปเปอร์แล้ว 2,071 บทความ เมื่อนับถึงเดือนกรกฎาคม 2024 โดยมีสหรัฐฯ ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยจำนวน 1,625 บทความ

จีนครองอันดับสองในด้านจำนวนบทความที่ได้รับการอ้างอิงสูง (highly cited paper) ซึ่งการศึกษาวิจัยเหล่านี้ได้รับการอ้างอิงอยู่ในอันดับร้อยละ 1 แรกของสาขาที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าจีนมีบทความที่ได้รับการอ้างอิงสูง 65,700 บทความ เมื่อนับถึงเดือนกรกฎาคมของปีนี้ ครองสัดส่วนร้อยละ 33.8 บทความรูปแบบเดียวกันนี้ทั้งหมดทั่วโลก และรักษาตำแหน่งอันดับสองเอาไว้ได้ ส่วนสหรัฐฯ ผลิตบทความที่ได้รับการอ้างอิงสูง 76,500 บทความ หรือร้อยละ 39.3 จากทั้งหมด และครองตำแหน่งอันดับหนึ่ง

รายงานเผยว่าในปี 2023 จีนได้เผยแพร่เอกสารงานวิจัยรวมทั้งสิ้น 395 ฉบับในวารสารวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง 3 อันดับแรก ได้แก่ เซลล์ (Cell) เนเจอร์ (Nature) และไซแอนซ์ (Science) ส่งผลให้อันดับโลกของจีนขยับขึ้นจากอันดับที่ 4 ในปี 2022 ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 2 เมื่อปีก่อน

ทั้งนี้ จำนวนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของจีนครองอันดับที่ 1 ของโลกมาเป็นเวลาหลายปีติดต่อกันแล้ว และจีนจะเดินหน้าทำงานเพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านการผลิตงานวิจัยชั้นนำต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...