โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วอลุ่มแสนล้านกำลังดันโบรกเกอร์ฟื้น KGI อาจเป็นผู้ที่ได้รับผลดีที่สุด !!

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 22.48 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 11.01 น. • ไชยรัตน์ ศรีสุข

ธุรกิจโบรกเกอร์ที่ผ่านมาเหมือนต้องคำสาป จากที่เคยเป็นกลุ่มมนุษย์ทองคำในอดีต โบนัสปีละ 24 เดือน แต่ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงจากค่าคอมมิชชั่น การแย่งชิงเจ้าหน้าที่การตลาด แถมยังโดนการเข้ามาของดิจิตอลเข้ามาดิสรัปชั่น อย่างหนัก แต่ตั้งแต่ปลายปี 2563 ที่ผ่านมาถึงต้นปี 2564 ธุรกิจโบรกเกอร์กลับมามีความหวังที่จะกลับมาสู่ยุครุ่งเรือง เมื่อมูลค่าการซื้อขายต่อวันเพิ่มขึ้นมากกว่าแสนล้านบาท อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจโบรกเกอร์ ให้กลับมาสดใส

มูลค่าการซื้อขายทะลุแสนล้าน !!

ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคึกอีกครั้งทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก ปัจจัยสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1 ความคืบหน้าของวัคซีน COVID – 19 ที่เป็นความหวังของมวลมนุษยชาติที่จะรักษาเจ้าโรคร้ายชนิดนี้ และ 2 การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ โจ ไบเดน ได้รับตำแหน่ง เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับผลดี และตลาดหุ้นไทยก็มีความคึกคัก เห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันวันเดือนธ.ค. อยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท และในเดือนม.ค. นี้ สูงถึง 1 แสนล้านบาทเลยทีเดียว
ความคึกคักนี้ทำให้ธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ หรือที่ถูกเรียกว่า โบรกเกอร์ ที่ห่อเหี่ยวมาหลายปีให้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ที่ธุรกรรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาโบรกเกอร์มีการปรับตัวค่อนข้างมาก จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนทั้งใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ DW และบล็อกเทรด

โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่ดูโดดเด่นมากที่สุดในเวลานี้ คือ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2562 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 2.97 % อันดับที่ 15
2563 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 3.82 % อันดับที่ 9
2564 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 7.98 % อันดับที่ 2
ในขณะเดียวกัน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มีการกระจายธุรกิจที่มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะการบุกธุรกิจด้าน DW ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 1 โดย นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) เคยให้ข้อมูลกับ WEALTHY THAI ว่า ในปี 2563 นั้น KGI ประสบความสำเร็จอย่างมาก ครองส่วนแบ่งทางการตลาดของ DW เป็นอันดับที่ 1 ของอุตสาหกรรมจากจุดเด่นของการออกผลิตภัณฑ์ที่รวดเร็ว และได้รับความเชื่อถือจากผู้ลงทุนอย่างมาก

บล.ทรีนีตี้ เชื่อเป็นปีที่สดใส

สำหรับ บล.ทรีนีตี้ มองว่า ธุรกิจโบรกเกอร์น่าจะสดใส แต่อาจไม่มากอย่างที่หลายคนคิด เพราะว่าการแข่งขันค่าคอมมิชชั่นยังรุนแรงอยู่ นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้ เผยว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ในปีนี้ มองว่าน่าจะสดใสมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโบรกเกอร์ที่เน้นให้บริการนักลงทุนรายบุคคล โดยที่ผ่านมาภาพของมูลค่าการซื้อขายก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ในระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งก็ทำให้ธุรกิจโบรกเกอร์หายใจได้สะดวกมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามแม้จะดูทิศทางว่าสดใส แต่อาจจะไม่มากเหมือนที่หลายคนคาดคิด ต้องไม่ลืมว่าการแข่งขันในธุรกิจนั้นยังสูง ทั้งค่าคอมมิชชั่นที่อยู่ในระดับที่ต่ำมากจริงๆ ดังนั้นก็ต้องติดตามว่าจะได้รับผลบวกอีกหรือเปล่า อย่างที่ผ่านมามีผู้เล่นในตลาดหลักทรัพย์หลายรายเน้นไปในด้านการออก DW ในช่วงต้นปีที่ตลาดผิดปกติก็เกิดปัญหาต้องรับผลขาดทุนไปส่วนหนึ่ง ดังนั้นนอกจากมูลค่าการซื้อขายแล้วภาพของตลาดก็มีผลกับธุรกิจด้วย
ซึ่งในแผนของทรีนีตี้ ก็จะเน้นไปในเรื่องสินทรัพย์ดิจิตอลมากขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสนใจในการระดมทุนผ่าน ICO ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ซึ่ทรีนีตี้ อยากเข้าไปมีส่วนร่วมในงานที่ปรึกษาด้านการะดมทุนมากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...