โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วางเกมบุกประกันสุขภาพ เมืองไทยฯฉีกกรอบ อลิอันซ์ปักหมุด

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 26 ก.พ. 2561 เวลา 23.00 น.

ปีนี้ทางสมาคมประกันชีวิตไทย ได้ตั้งเป้าหมายกรเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตไว้ที่ระดับ 4-6% หรือคิดเป็นเบี้ยรับรวม 6.4 แสนล้านบาท หลังจากสิ้นปีที่แล้ว ปิดผลงานเบี้ยได้ 6.01แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.89% ซึ่งปีที่แล้วโตต่ำกว่า 6% ทั้ง ๆ ที่ 3 ไตรมาสแรกปีก่อนโตเกิน 6% แต่พอไตรมาส 4/60 เกิดหดตัวลงจากปกติเป็นช่วง “ไฮซีซัน” ของธุรกิจประกัน

โดยนายกสมาคมฯ “นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์” ฉายภาพรวมว่า ปีนี้จะมีความท้าทายกว่าปีก่อน ๆ เนื่องจากธุรกิจประกันไม่ได้เพียงแค่เผชิญกับ “ภาวะดอกเบี้ยต่ำ” เท่านั้น หลังจากปีที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่เฉลี่ย 2.3-2.6% ดังนั้น ค่ายประกันก็ยังไม่กล้าเสนอสินค้าที่ให้ผลตอบแทนสูงได้ ถึงแม้ว่ามีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะโตดีกว่าปีก่อนก็ตาม แต่ก็ยังมีสารพัดปัจจัยลบที่มีผลต่อการเติบโตของยอดขาย โดยเฉพาะเรื่องการปรับตารางอัตรามรณะใหม่ ซึ่งจะทำให้เบี้ยประกันชีวิตลดลงกว่าเดิม 5-30%

“แบบประกันบางประเภทจะสิ้นสุดการใช้เบี้ยตามตารางมรณะเดิมในช่วงวันที่ 1 ก.ค. 61 นี้ หลังจากแบบประกันใหม่มีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่ ก.ย. 60 โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จะเป็นกรมธรรม์คุ้มครองตลอดชีพ กรมธรรม์คุ้มครองชั่วระยะเวลา และประกันคุ้มครองสินเชื่อ” นางนุสรากล่าว

นอกจากนี้ ยังเห็นบริษัทประกันปรับลดต้นทุนด้านต่าง ๆ เช่น ค่าคอมมิสชั่น ขณะที่ปีนี้ยังต้องเห็นการลงทุนเพิ่มในระบบเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาธุรกิจไปสู่สังคมดิจิทัลโดยเฉพาะการพัฒนาช่องทางขายผ่านออนไลน์ การชำระเงินจนถึงกรมธรรม์แบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Policy) การเตรียมรับมือเรื่องมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ “IFRS9&IFRS17” ที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 ซึ่งทำให้ต้องระมัดระวังในการออกสินค้าใหม่มากขึ้น เพราะต้องบันทึกกำไรขาดทุนตั้งแต่วันแรกเพื่อให้ขายแล้วพอมีกำไรอยู่บ้าง

“แม้ว่าจะมีสารพัดปัจจัยลบ แต่ก็พอมีแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตได้จากภาครัฐที่กระตุ้นทางภาษี และเฮลท์เทรนด์ (สุขภาพ) ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งปีที่ผ่านมามีเบี้ยประกันสุขภาพราว 6-7 หมื่นล้านบาท โต 7.42% คาดว่าในปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10%” นางนุสรากล่าว

เทรนด์สุขภาพ จึงเป็นตลาดใหญ่ที่ปีนี้ บริษัทประกันชีวิตต่างลั่นกลองรบอีกครั้ง โดยค่ายเมืองไทยประกันชีวิต “สาระ ล่ำซำ” กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ได้นำทีมผู้บริหาร เปิดตัวอย่างอลังการเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยปลุกพลังสังคมแห่งการดูแลชีวิตและสุขภาพ ด้วยโปรแกรม “Healthy is a Trend” ที่จะมีครบเรื่องชีวิตและสุขภาพ ฟิตเฟิร์ม+คุ้มครอง+ดูแลที่สามารถตอบโจทย์ทั้ง 3 มิติแก่ผู้รักสุขภาพ ซึ่งโปรแกรมนี้เปิดกว้างให้ลูกค้าและไม่ใช่ลูกค้าในยุคดิจิทัล สามารถเข้ามาใช้ได้หมด ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.healthyisatrend.com และเฟซบุ๊กแฟนเพจ:Healthy is a Trend ซึ่งจะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการยกระดับดูแลสุขภาพที่สัมผัสได้จริง พร้อมกันนี้ ในงานนี้ได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ “เป๊ก -ผลิตโชค” นักร้องดัง จะเข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ Healthy is a Trend ท่ามกลางแฟนคลับมากมาย

นอกจากนี้ ยังได้ส่ง “เมืองไทย Smile Club” เข้ามาเติมเต็มบริการที่เป็นแหล่งรวมข้อมูลที่น่าเชื่อถือ กิจกรรมและสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าทุกคน ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวบริการใหม่ “Best Doctors” ที่บริการความคิดเห็นที่ 2 ทางการแพทย์จากแพทย์เฉพาะทางในต่างประเทศด้วย

“เราสร้างอีโคซิมเท็มที่ครบวงจรทั้งเรื่องคลีนฟู้ด ท่องเที่ยว แฟชั่น ความรู้ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ รวมเข้าไว้ด้วยกัน เพราะเราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคน ปัจจุบันบริษัทประกันต้องมองลูกค้าแบบ outside in เพื่อพัฒนากรมธรรม์(โปรดักต์) มาตอบโจทย์ลูกค้ารายบุคคลมากขึ้น (segment of one)” นายสาระกล่าว

นางสาวสุดสวาท เพ็ชรสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “Healthy is a Trend” จะให้ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมเรา ซึ่งจะทำให้เห็นว่าเขามีไลฟ์สไตล์แบบไหน บริษัทก็จะสามารถเสนอโปรดักต์ให้เขาเลือกแบบที่เรียกว่า segment of one ให้เขา เพราะบนโลกดิจิทัลบิ๊กดาต้าเหมือนจะตามดิจิทัล ฟรุ้ตพริ้น ซึ่งไม่ใช่สะกดรอยเขา แต่ว่าต้องการจะทราบว่าเขามีการดำเนินชีวิตแบบไหน ไลฟ์สไตล์ยังไง ผลิตภัณฑ์ไหนเหมาะสมกับเขา

ในส่วนของโปรดักต์ประกันใหม่ที่เปิดตัว ก็ยัง “ฉีกกรอบ” ประกันเดิม ๆ ด้วยการเลิกจำกัดเพดานต่าง ๆ เช่น ค่ารักษา ค่าห้อง เป็นต้น ได้แก่ “เมืองไทย สบายใจ เกินคุ้ม” ซึ่งให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย และหากเจ็บป่วยในต่างประเทศก็สามารถใช้บริการ MTL Global Connect โดยไม่ต้องควักตังค์สำรองจ่ายเอง และ “สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ แบบอีลิท เฮลท์” เหมาะกับผู้ต้องการความคุ้มครองแบบเหนือระดับความคุ้มที่สูงขึ้นไปอีก ซึ่งจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า wealth โดยมีทุนประกันให้เลือก 4 แผนตั้งแต่ทุนประกัน 20 – 100 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ตลาดทั้งประเทศไทย เอเชีย (ยกเว้นอเมริกา) และทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งจะออกขายในเดือน มี.ค.นี้

“ปราโมทย์ ศักดิ์กำจร” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสของบริษัทกล่าวว่า ปัจจุบันฐานลูกค้า (wealth) กลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง แต่เบี้ยยังไม่มากอยู่ที่ 5% ของพอร์ตลูกค้าสุขภาพทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 3 แสนคน แต่คาดว่าปีนี้เบี้ยจากลูกค้ากลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นราว 30-40% และทำให้พอร์ตเบี้ยสุขภาพทั้งบริษัทเติบโต 20-30% ยืนเหนือเป้าของตลาดที่วางไว้ได้

“ปัจจุบันเรามีพอร์ตสุขภาพอยู่ top five ของวงการประกันชีวิต แต่ในอนาคตเราก็อยากเป็นผู้นำในกลุ่มนี้ เพราะฉะนั้นจะเห็นการนำนวัตกรรมมาพัฒนาโปรดักต์สุขภาพ ซึ่งอาจจะเห็นการรับประกันโรคที่ไม่รับประกันหรือคนที่ป่วยเป็นโรคบางอย่างได้” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสบริษัทกล่าว

ขณะที่ บมจ.อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต โดย “ไบรอัน สมิธ” กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกล่าวว่า ในปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนโปรดักต์ที่เน้นความคุ้มครองไว้ที่ระดับ 45% เพื่อก้าวเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่อันดับ 5 ของธุรกิจซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างออกโปรดักต์สุขภาพตัวใหม่เจาะลูกค้าแต่ละเซ็กเมนต์ โดยรอการอนุมัติจาก คปภ. ในขณะเดียวกันยังได้เตรียมส่งบริการเสริมดูแลสุขภาพรอบด้านอย่างพยาบาลดูแลยามพักฟื้นที่บ้าน และการขอความคิดเห็นที่ 2 จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับพอร์ตเบี้ยประกันสุขภาพของบริษัท (ม.ค.-ก.ย. 60) อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท เติบโต 10.9% คาดว่าจะขับเคลื่อนทำให้เบี้ยรับรวมแตะระดับ 34,000 ล้านบาท เป็นเบี้ยปีแรก 6,500 ล้านบาท มาจากทุกช่องทางการขาย ซึ่งเชื่อว่าจะเติบโตได้เร็วและมากกว่าตลาดแน่นอน

ตลาดประกันสุขภาพ จะเป็นอีกปีที่จะเห็นค่ายประกันต่าง ๆ จะออกมาขับเคี่ยวกันบนสมรภูมินี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...