โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ตลาดถนอมมิตร’ โกออนไลน์ นำร่องส่งดีลิเวอรี่ เชื่อผู้ค้าขายได้ ตลาดอยู่รอด

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 25 ก.ค. 2562 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2562 เวลา 09.12 น.

‘ตลาดถนอมมิตร’ โกออนไลน์ นำร่องส่งดีลิเวอรี่ เชื่อผู้ค้าขายได้ ตลาดอยู่รอด

เป็นอีกหนึ่งยุคที่แหล่งค้าขายเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของคนไทยมาเนิ่นนานอย่าง “ตลาดสด” ต้องเร่งปรับตัวกันอย่างหนัก เป็นผลพวงจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป มีคู่แข่งอยู่รอบทิศ ทั้งโมเดิร์นเทรด ตลาดเปิดใหม่ และค้าขายออนไลน์ เป็นต้น นอกจากที่กล่าวมา สาเหตุสำคัญคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แต่ก่อนเคยออกมาจากบ้านมาจับจ่ายใช้สอย ปัจจุบันเลือกที่จะใช้บริการขนส่ง หรือดีลิเวอรี่กันมากขึ้น

ปรับตัวส่งดีลิเวอรี่

คุณศุภกร กิจคณากร กรรมการผู้จัดการและทายาทรุ่นสอง ตลาดถนอมมิตร เผยว่า ตลาดถนอมมิตรเปิดให้บริการมายาวนาน 12 ปี มีพื้นที่รวม 8 ไร่ ปัจจุบันมีแผงค้าขายประมาณ 1,000 แผง การส่งดีลิเวอรี่เป็นส่วนหนึ่งที่ตลาดถนอมมิตรพยายามปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยี

“เรามองว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเข้ามาทำลายตลาดสด เมื่อก่อนสินค้าในตลาด 60% เป็นข้าวของเครื่องใช้ เช่น โทรศัพท์ เสื้อผ้า กระเป๋า ของแห้ง โชห่วย ฯลฯ 40% คือของสดและอาหารพร้อมทาน แต่ช่วง 5 ปีหลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน มีตลาดนัดเปิดมากขึ้น มีการซื้อขายผ่านออนไลน์ คนขายข้าวของเครื่องใช้เริ่มอยู่ไม่ได้ กลายเป็นว่า 70% คืออาหารของกิน อีก 30% คือของใช้” คุณศุภกร บอกถึงการเปลี่ยนแปลงช่วง 5 ปีหลัง

บวกกับตอนนี้มีการสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส แถวถนนวัชรพล รามอินทรา รถติด ลูกค้าเดินทางมาตลาดไม่สะดวก จึงนำมาซึ่งการช่วยเหลือแผงค้าให้ขายของได้ด้วยการทำโครงการนำร่อง ร่วมกับไลน์แมนส่งดีลิเวอรี่ โดยใช้ตลาดเป็นหน้าร้าน

“อันที่จริงดีลิเวอรี่มีมานานแล้ว เพียงแต่เป็นการส่งของเฉพาะร้านตัวเอง เช่น เคเอฟซี พิซซ่าฮัท แต่ช่วงหลังมีบริการไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า และอื่นๆ อีกหลายเจ้า ทำให้เกิดการแข่งขัน ลูกค้าก็เลือกที่จะใช้บริการดีลิเวอรี่มากขึ้น แม้ตอนนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบเท่าไหร่ แต่ถ้าเราไม่ปรับตัวในอนาคตอาจจะมีผลมากขึ้น” ทายาทรุ่นสอง เล่าถึงที่มาของการปรับตัวส่งดีลิเวอรี่ที่เพิ่งเริ่มนำร่องได้ไม่นาน

คุณศุภกร ระบุว่า ก่อนทำบริการส่งดีลิเวอรี่ มีผู้ค้าในตลาดส่งดีลิเวอรี่มาก่อนแล้ว แต่เป็นการทำเฉพาะร้านใครร้านมัน

“เราเข้าไปสำรวจแผงผู้ค้าที่ส่งดีลิเวอรี่มาก่อนแล้ว ว่าทำแล้วมีข้อดีข้อเสียอย่างไร จากข้อมูลสรุปกันมาว่า หากแผงค้าเล็กๆ ทำดีลิเวอรี่กันเองจะไม่คุ้มลูกค้า เช่น ขายของกิน 1 อย่าง ลูกค้า นาย ก สั่งขนมร้านนี้ ขนมมูลค่า 30 บาท ค่าส่ง 50 บาท ถ้าอยู่ไกลหน่อยค่าส่งอาจเป็นร้อย”

รวบรวมแผงค้าคุณภาพ ร่วมนำร่อง 

สำหรับการนำร่องส่งดีลิเวอรี่ของตลาดถนอมมิตร คุณศุภกร บอกว่า ได้คัดเลือกร้านเด็ดจากแผงค้าในตลาด ที่มีความพร้อม มีคุณภาพ และรับกฎกติกาได้คือ ร้านต้องเปิดรับออร์เดอร์ 10.00-19.00 น. หากหยุดต้องแจ้งล่วงหน้า ถ้าของหมดต้องรีบแจ้ง เป็นต้น

“ตอนนี้มีร้านค้ารวม 40 แผง เป็นร้านอาหารทั้งหมด ของคาว 80% ของทานเล่น 20% ร้านละ 3-5 เมนู รวมๆ แล้วเกือบ 200 เมนู ทั้ง อาหารเหนือ อาหารใต้ ขนมไทยต่างๆ ลูกค้าสามารถเลือกได้โดยจ่ายค่าขนส่ง 1 ครั้ง เป็นประโยชน์กับลูกค้าโดยตรง ทางตลาดได้จัดทีมซื้อของ เพื่อรวบรวมออร์เดอร์ของลูกค้า ให้กับแมสเซนเจอร์เพื่อความรวดเร็ว”

แม้ว่าออร์เดอร์จะยังไม่มากเท่าที่คิด แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางตลาดเองจะประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าได้รับรู้มากขึ้น คุณศุภกร มองว่า แม้จะยังไม่คุ้มในเรื่องของเม็ดเงิน แต่ทำแล้วคุ้มกับผู้บริโภคและผู้ค้าในตลาดมากกว่า ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อช่องทางไหนก็ตาม เท่ากับผู้ค้าขายได้ ตลาดก็อยู่ได้ ถือเป็นเรื่องที่น่าศึกษา

“ช่วงแรกพ่อค้าแม่ค้าจะ งงๆ ว่าคืออะไร ต้องอธิบาย แต่ส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วก็พร้อมเข้าร่วม ทุกวันนี้ยังมีแผงค้าขอสมัคร เพราะเห็นประโยชน์ ผมตั้งเป้าให้ได้วันละ 40-50 ออร์เดอร์ เราต้องค่อยๆ สะสมลูกค้าให้โตขึ้นเรื่อยๆ” คุณศุภกร กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาด ได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดถนอมมิตร 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...