โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มากินเต้าหู้กันเถอะ...ถูกและดี แถมโปรตีนก็สูง!!

Health Addict

อัพเดต 05 ส.ค. 2562 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2562 เวลา 07.10 น. • Health Addict
มีใครชอบกินเต้าหู้บ้าง? แล้วรู้มั้ยว่าในเต้าหู้มีประโยช์มากกว่าที่คิด เพราะเต้าหู้เป็นหนึ่งในอาหารที่ทำมาจากถั่วเหลือง ที่ให้โปรตีนสูง ซึ่งโปรตีนในเต้าหู้นั้นเรียกได้ว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเนื้อไก่และเนื้อวัวเลยทีเดียวล่ะ?

มีใครชอบกินเต้าหู้บ้าง? แล้วรู้มั้ยว่าในเต้าหู้มีประโยช์มากกว่าที่คิด เพราะเต้าหู้เป็นหนึ่งในอาหารที่ทำมาจากถั่วเหลือง ที่ให้โปรตีนสูง ซึ่งโปรตีนในเต้าหู้นั้นเรียกได้ว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเนื้อไก่และเนื้อวัวเลยทีเดียวล่ะ?

#โปรตีน…สำคัญขนาดไหน?
ได้ยินกันอยู่แต่ว่ามีโปรตีนๆ แล้วรู้มั้ยว่าโปรตีนมันสำคัญกับร่างกายยังไง เราจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก่อนว่า… จริงๆ แล้ว โปรตีน ก็คือสารอาหารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับร่างกาย มีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและช่วยในการทำงานของกระดูก กล้ามเนื้อ และผิวหนัง ถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถสร้างกรดอะมิโนได้เอง 9 ชนิด แต่ก็ยังจำเป็นต้องได้รับกรดอะมิโนอีก 11 ชนิดเพิ่มเติมจากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ถั่วชนิดต่างๆ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย 
#ถั่วเหลือง…ไม่ใช่แค่เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ แต่ยังมีดีต่อ "สาววัยทอง" ด้วย
ถั่วเหลืองถือเป็นแหล่งอาหารโปรตีนราคาถูกประเภทหนึ่งที่มักถูกมองข้าม ถั่วเหลือง นอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญแล้ว ในถั่วเหลืองยังมีสารกลุ่มไอโซฟลาโวน (Isoflavones) เช่น เจนีสทีน (genistein) เดดซีน (daidzein) และไกลซิทีน (glycitein) ที่เป็นสารจากพืชที่มีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน (phytoestrogen) ฮอร์โมนที่มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการวูบวาบ อาการเหงื่อออกเวลากลางคืน ภาวะกระดูกผุในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้แล้ว ยังมีสรรพคุณสำคัญในการช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งด้วย
ซึ่งมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าการบริโภคถั่วเหลือง มีผลช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน  และยังมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ มีผลช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ มีผลต่อการเรียนรู้และจดจำ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ด้วย
นอกจากนี้งานวิจัยจาก Molecular Nutrition & Food Research ปี พ.ศ. 2554 ยังบอกอีกด้วยว่า ในน้ำเต้าหู้ยังมีเลคซิติน (Lecithin), ไอโซฟลาโวน (Isoflavone), โอลิโก (Oligo) และไฟเบอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ ช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมน อีกทั้งยังช่วยในการขับถ่าย และป้องกันโรคเบาหวาน ลดความดันโลหิตสูง โรคอ้วน มีส่วนช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป ทั้งมีเส้นใยสูงช่วยบรรเทาอาการท้องผูก แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในผู้หญิงวัยทองได้อีกด้วยล่ะ 
#แค่กินอย่างเดียวไม่พอ มารู้จักความเป็นมาของเต้าหู้ด้วยดีกว่า
รู้มั้ยว่า "เต้าหู้" เป็นอาหารที่มีมานานกว่า 2,000 ปีเลยทีเดียว คนจีนบางกลุ่มถือว่าเต้าหู้เป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง เต้าหู้ก้อนแรกเกิดขึ้นในประเทศจีน มีการเล่าขานกันมาว่า เจ้าชายหลิวอัน (พระนัดดาของ จักรพรรดิหลิวปัง กษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์ฮั่น) สั่งให้พ่อครัวบดถั่วเหลืองให้เป็นผงแล้วนำไปต้มเป็นน้ำซุป แต่กลัวว่ารสชาติจะจืดเกินไป จึงให้พ่อครัวเติมเกลือลงไปปรุงรส เพื่อถวายพระมารดาซึ่งประชวรหนักจนไม่มีแรงที่จะเคี้ยวอาหารได้ 
หลังจากปรุงรสลงไปน้ำซุปถั่วเหลืองนั้นค่อยๆ จับตัวข้นเป็นก้อนสีขาวนุ่มๆ เมื่อพระมารดาเสวยแล้วถึงกับรับสั่งว่า “อร่อย” เจ้าชายจึงให้เหล่าพ่อครัวค้นหาสาเหตุ จึงพบว่าเกลือบางชนิดมีผลทำให้ผงถั่วเหลืองผสมน้ำเกิดการเกาะตัวขึ้นเป็นเต้าหู้นั่นเอง
รู้อย่างนี้แล้ว ต้องลองหันมากินเต้าหู้ หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองให้มากขึ้นกันดีกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...