โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ไทม์' ลงบทวิเคราะห์-สัมภาษณ์ 'บิ๊กตู่' หัวข้อจี้จุด 'สัญญาคืนปชต.แต่กระชับอำนาจ'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มิ.ย. 2561 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2561 เวลา 03.11 น.

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมาเว็บไซต์นิตยสารไทม์เผยแพร่บทวิเคราะห์รวมไปถึงบทสัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่เตรียมตีพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารไทม์ฉบับวันที่ 2 กรกฎาคม 2018 ในหัวข้อ “ผู้นำไทยสัญญาจะคืนประชาธิปไตย แต่กลับกระชับอำนาจ” พร้อมโปรยหัว ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของไทยจะเลือกอะไร ประชาธิปไตย หรือเผด็จการ?

ไทม์เลือกภาพประกอบเป็นภาพพล.อ.ประยุทธ์ในบรรยากาศที่มีแสงและเงาดูลึกลับถ่ายไว้ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งตั้งคำถามว่าประไทยไทยจะอยู่ในจุดนี้อีกนานเท่าไร เมื่อประเทศไทยอยู่ในจุดนี้มา 4 ปีแล้ว หลังจากการรัฐประหารที่นับเป็นครั้งที่ 12 นับตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญเมื่อปีพ.ศ. 2475 ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ สัญญาว่าจะคืนประชาธิปไตยโดยเร็ว

ไทม์ระบุถึงบทสัมภาษณ์พล.อ.ประยุทธ์ที่ระบุว่า “ตอนผมยังเด็ก ความรักชาติคือการเป็นทหาร รบในแนวหน้าเพื่อประเทศชาติ” และว่า “ผมบอกตัวเองว่าผมต้องทุ่มเทชีวิตเพื่อชาติบ้านเมืองและสถาบันกษัตริย์”

พร้อมระบุถึงเหตุผลในการยึดอำนาจว่า “ผมไม่สามารถปล่อยให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติของผมได้” นายกรัฐมนตรีระบุ และว่า “ชาติกำลังเสี่ยงที่จะถูกทำลาย”

ไทม์ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2014 ประยุทธ์ นำประเทศไทยกลับสู่ความแข็งแกร่ง ภายใต้การปกครองของรับบาลทหาร จีดีพีของไทยเพิ่มขึ้น 4 เปอร์เซ็นต์ การส่งออกสูงสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวมีมากถึง 35 ล้านคนในปี 2017 โครงการด้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้รับการไฟเขียวเช่นโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก การก่อสร้างรถไฟ และโรงงานต่างๆ

“นี่ไม่ใช่ 4 ปีเพื่อสร้างอำนาจ แต่เป็นเวลาแก้ปัญหา ก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยเพื่อก้าวไปสู่อนาคต” พล.อ.ประยุทธ์ระบุกับไทม์

อย่างไรก็ตามไทม์ชี้ว่าอนาคตยังคงมืดมัวเมื่อยังคงมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยอย่างรุนแรงทั้งการจับกุมผู้ชุมนุม การตัดสินคดีในศาลทหาร การข่มขู่ผู้สื่อข่าว และยังระบุว่าพล.อ.ประยุทธไม่สนใจความต้องการของประชาชน ให้วิธีแก้ปัญหาผ่านรายงานในช่วงเย็นที่สร้างความงุนงง อย่างการแก้ปัญหาความยากจนด้วยการทำงานหนัก หรือ เลี่ยงการเป็นหนี้ด้วยการหยุดช็อปปิ้ง รวมถึงกล่าวอ้างถึงการใช้ศาสตร์มืดจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง แถมยังมีภาพนายกรัฐมนตีพูดคุยกับกบ นอกจากนี้ยังแต่งเพลงที่พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารถึงประชาชนด้วย

ไทม์ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ พยายามที่จะสร้างระบบทางการเมืองใหม่เพื่อแสดงให้เห็นภายนอกว่าคืนประชาธิปไตยสู่ประเทศทว่านั่นก็ยังคงหมายถึงการยังคงไว้ซึ่งอำนาจของกองทัพ ด้านนักเคลื่อนไหวในไททยก็ยังรู้สึกห่างไกลจากการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิไตย โดยเฉพาะในเวลาที่นักเคลื่อนไหวถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหารุนแรงอย่างต่อเนื่อง

บทวิเคราะห์ระบุว่าไทยเริ่มเปลี่ยนไปจากชาติประชาธิปไตยไปสู่เผด็จการ และหันหน้าจากการเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ ไปสู่การสร้างสัมพันธ์กับจีนเช่นเดียวกับเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ พม่า รวมถึงกัมพูชา นับตั้งแต่การรัฐประหารของพล.อ.ประยุทธ์ และนับตั้งแต่นั้นความร่วมมือด้านการทหารระหว่างไทยและจีนก็เพิ่มมากขึ้น มีโครงการสั่งซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์จากจีนจำนวนมหาศาล รวมไปถึงความร่วมมือและการริเริ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอีกหลายโครงการ

ไทม์ระบุว่าสังคมเริ่มแสดงออกถึงความไม่พอใจการอยู่ในอำนาจของรัฐบาลทหารมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งอาจนำไปสู่จุดวิกฤตได้ในไม่ช้าเช่นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูงปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงการจัดการกับกลุ่มผู้ประท้วงอย่างเด็ดขาด

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ ยังคงยืนยันกับไทม์ว่า ตนไม่ได้เต็มใจที่จะเข้ามาอยู่ในอำนาจและว่าตนจะอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น

“ผมไม่เคยคิดที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในแบบนี้เลย” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ และว่า “มันเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตผม”

ส่วนคำถามของไทม์ที่ว่านั่นหมายความว่าพล.อ.ประยุทธ์จะปล่อยมือจากอำนาจหลังเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ซึ่งเป็นกำหนดเลือกตั้งหรือไม่นั้น

“นั่นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุพร้อมยักไหล่ “ผมไม่สามารถควบคุมเรื่องนี้ได้”ก่อนที่ไทม์จะปิดท้ายว่า ชาวไทยนับล้านคนก็รู้สึกในแบบเดียวกัน

 

 

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...