โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

28 ส.ค.ลุ้นเลือกกก.เนติบัณฑิตยสภา เปิดทีมตัวเต็งแต่ละสาย ใครแรง? ใครแผ่ว?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 มิ.ย. 2563 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 06.31 น.

ลุ้นเลือก กก.เนติบัณฑิตยสภา63 ใครมาวิน สายบุคคลทั่วไป อรรถพล-สราวุธ-เกียรติขจร มีโอกาสยกทีม5คนผ่านฉลุย จับตาสายอัยการปีนี้ดุเดือดที่สุดรอบหลายสิบปี “ทีมสิงห์ชัย-ปรเมศวร์-ชัชชม”เเม้เเข็ง เเต่มีโอกาส โดน”ศุภกิตต์-พฤฒิพร” เบียด ส่วนสายทนาย ทีม”สมบัติ”โดดเด่นเเต่เชื่อคละกันเข้า สายศาล “อำนาจ-ธานี-เอื้อน-ประเสริฐ-ทองธาร”ทีมแน่น เเทรกยาก

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเนติบัณฑิตยสภาจะดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาชุดใหม่แทนคณะกรรมการชุดเดิมที่จะหมดวาระลงในวันที่ 11 กันยายน นี้ โดยมีกำหนดส่งบัตรเลือกตั้งให้สมาชิกวันที่ 18 มิถุนายน โดยให้ส่งบัตรลงคะเเนนคืนภายในวันที่ 28 สิงหาคม ก่อนเวลา 16.30 น.เเละตรวจนับคะเเนนวันที่ 29 ส.ค.

ทั้งนี้บัตรเลือกตั้งกรรมการเนติฯจะมี4ประเภทดังนี้

1.บัตรสีฟ้าเป็นประเภทข้าราชการตุลาการ
2.สีชมพูเป็นประเภทข้าราชการอัยการ
3.สีเหลืองเป็นประเภททนายความ
4.สีเขียวเป็นประเภทบุคคลอื่น

โดยภายในซองบัตรเลือกเลือกตั้งแต่ละประเภทจะประกอบด้วยบัญชีรายชื่อสามัญสมาชิกผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเนติฯ และส่งไปรษณีย์สำหรับใส่บัตรเลือกตั้งเพื่อส่งกลับมายังเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งสามารถเลือกตั้งกรรมการเนติฯจากบุคคลในประเภทของตนจำนวนไม่เกิน 5 คน

สำหรับเนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปภัมภ์ เป็นองค์การอิสระ ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ถือเป็นสถาบันสำคัญที่มีบทบาทส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยด้านวิชาการของการประกอบอาชีพทางกฎหมายรวมทั้งจัดหาทุน ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก รวมถึงมีการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

มีคณะกรรมการ 23 คนประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นนายกเนติบัณฑิตยสภา  ประธานศาลอุทธรณ์ เป็นอุปนายกฯคนที่ 1 และอัยการสูงสุด เป็นอุปนายกฯคนที่ 2 คณะกรรมการที่เหลือ20คนมาจากการเลือกตั้งจาก สายตุลาการ อัยการ ทนายความ เเละบุคคลอื่น สายละ 5 คน โดยกรรมการมีวาระ4ปี

การเลือกตั้งกรรมการเนติบัณฑิตยสภาประจำปี2563 ที่น่าจับตามอง ของสายศาลจะเป็นผู้พิพากษาสายวิชาการที่เป็นอาจารย์สอนในเนฯมาหลายสิบปีได้เเก่ นายธานี สิงหนาท ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญวิชาพยาน  สอบอันดับ1ผู้ช่วยผู้พิพากษา เป็นที่คาดหมายว่าได้ขึ้นประธานศาลฎีกาในอนาคต ,นายเอื้อน ขุนแก้ว ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา สอบอันดับที่1 เนฯ เเละผู้ช่วยฯรุ่น32 ผู้พิพากษาสายวิชาการที่เขียนตำราหลายเล่มโดดเด่นในกฎหมายล้มละลาย ,นายประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ อธิบดีศาลแพ่งตลิ่งชัน (เลขาธิการสำนักอบรมและศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาคนปัจจุบัน) เเละอาจารย์เนฯหลายสิบปี ,นายทองธาร เหลืองเรืองรอง ผู้พิพากษาศาลฎีกา , นายอำนาจ พวงชมพู ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ อดีตอธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตฯคนเเรก ซึ่งเป็นอาจารย์นักกฎหมายที่มีบุคลิกใจดี สมรรถะ ผู้คนนับถือ จับกลุ่ม5คนเป็นทีมเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีนายวิบูลย์ แสงชมพู ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม(กบศ.)เเละอดีต คณะกรรมการตุลาการ (กต.)ที่น่าจับตามอง

สายอัยการปีนี้สู้กันดุเดือดกว่าสายอื่นๆอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนในรอบหลายสิบปีเเละเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาปีนี้มีกำหนดต้องมาจากอัยการ

ทีมที่มาเเรงคงไม่พ้นทีมของ นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ซึ่งมีคิวต่อไปจะขึ้นตำเเหน่งอัยการสูงสุด , นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ,นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรีอัยการคนดังหน้าสื่อ,นายมั่นเกียรติ ธนวิจิตรพันธ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ,น.ส.นารี ตัณฑเสถียร์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย รวม5 คนเป็นทีมเดียวกัน

ส่วนประเภทบุคคลที่มีโอกาสเเทรกเข้ามาเป็น1 ใน5 ได้เเก่ ม.ล.ศุภกิตต์ จรูญโรจน์ อัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย เนื่องจากโดดเด่นงานบริหารและงานวิชาการ เป็นอาจารย์ผู้บรรยายกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และแห่งอื่น ๆ เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการรองอัยการสูงสุดและอัยการสูงสุดมาหลายสมัยติดต่อกัน ในปัจจุบันมีบทบาทในการผลักดันให้มีการปรับปรุงโครงสร้างและตำแหน่งของอัยการมาโดยตลอด รวมทั้งสิทธิประโยชน์ ค่าตอบแทน และกรอบอัตรากำลัง ทั้งมีนโยบายมุ่งผลักดันนำระบบดิจิทัลเเละนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้บริหารจัดการความรู้ของเนติบัณฑิตยสภาสู่ระบบออนไลน์

นางพฤฒิพร เนติโพธิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย เป็นอัยการคุณภาพที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในด้านสายงานวิชาการและสายงานบริหาร เป็นกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขานิติศาสตร์ อาจารย์สอนกฎหมายที่เนติบัณฑิตยสภา อยู่ในสายงานให้คำปรึกษาและตรวจร่างสัญญาของรัฐมากว่า 20 ปี มีบทบาทสำคัญในการรักษาประโยชน์ของรัฐในการตรวจร่างสัญญาและเจรจาต่อรองโครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน และโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ ของอีอีซี ที่ลงเลือกตั้งมีนโยบายเด่นมุ่งผลักดันให้อัยการมีบทบาทในเนติบัณฑิตยสภามากขึ้น

อย่างไรก็ตามในสายอัยการยังมีบุคคลที่น่าจับตา อย่างมาก เช่น นายชาตรี สุวรรณิน ผู้ตรวจการอัยการ เเละ นายศักดา ช่วงรังษี รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เเละรองเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา มีบทบาทสำคัญเเละเป็นที่นับถือในหมู่อัยการอย่างมาก ที่อาจจะเบียดเข้าวินได้ การเลือกตั้งกรรมการเนฯสาวอัยการจึงน่าจับตามากกว่าสายอื่นในเรื่องการเเข่งขัน

สายทนายความก็มีเเข่งขันดุเดือดไม่เเพ้กัน ทีมที่น่าสนใจหลายทีม ทีมละ5คน  ที่น่าจับตา คือ 1.ทีมนายกสภาทนายความคนปัจจุบันที่นำโดย ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายฯ 2สมัยติดต่อกันทีมรวม 5 คน

 

2.ทีมว่าที่พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา เเละอดีตผู้บริหารสภาทนายความชุดที่เเล้ว

3.ทีม ศ.(พิเศษ)ดร.เดชอุดม ไกรฤทธิ์ อดีตนายกสภาทนายความหลายสมัย

4.ทีมห้าทนายความ”คณะตราสามดวง”นำทีมโดยนายนคร พจนวรพงษ์ คนดังในทีมนี้ เป็นข่าวบ่อยๆคือทนายอนันต์ชัย ไชยเดช

ซึ่งในสายทนายความนี้ใน ช่วงต้นมองว่ายังประเมินผลกันยากทีมไหนมีโอกาสได้รับเลือกซึ่งมีเเนวโน้มว่าทนายความอาจจะเลือกเป็นรายบุคคลของเเต่ละทีมผสมกันมากกว่าเลือกยกทีม

ส่วนสายบุคคลทั่วไปซึ่งเป็นสายที่คาดว่าจะมีสมาชิกที่ลงคะเเนนมากที่สุด เพราะประกอบไปด้วยผู้มีความรู้ทางกฎหมายในหลายหน่วยงานที่ไม่ได้อยู่ใน3ประเภทข้างต้น ซึ่งในสายบุคคลทั่วไปนี้มีทีมที่มีความโดดเด่นมากมีโอกาสได้รับเลือกยกทีม

เนื่องจากสมาชิกเเต่ละคนที่มีชื่อเสียงในวงการนักกฎหมายของประเทศ 5คน ประกอบด้วย 1.นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการอดีตอัยการสูงสุด ที่ยังมีบารมีได้รับความนับถือเเละนิยมในหมู่อัยการอย่างสูง รวมถึงลูกศิษย์นักกฎหมายที่มีจำนวนมากไม่เสื่อมคลาย เเละยังเป็นอาจารย์สอนที่เนติบัณฑิตยสภามาอย่างยาวนานหลายสิบปี 2.นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนปัจจุบัน ที่มีบทบาทการบริหารงานของสำนักงานศาลฯที่โดดเด่น สร้างผลงานใหม่ๆให้ศาลยุติธรรม ไม่ว่าจะะผลักดันคอร์ทมาเเชลจนสำเร็จ เเละมีผลงานทั้งในเรื่องวิชาการเเละเรื่องการนำระบบดิจิทัลมาใช้พัฒนาในศาลยุติธรรมส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยรวดเร็ว ประหยัด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ประชาชนเข้าถึงศาลยุติธรรมได้ง่ายกว่าในอดีต 3. ดร.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ เเห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปรมาจารย์ด้านวิ.อาญาที่มีลูกศิษย์ให้ความเคารพนับถือทั่วประเทศ 4. นายสมชาย จุลนิติ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ซึ่งเคยได้รับความไว้วางใจเป็นทั้ง กต.เเละ กบศ.ในศาลยุติธรรม และ5. ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผอ.สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ที่ได้รับการรับรองสถานภาพเป็นองค์กรเครือข่ายสหประชาชาติด้านกระบวนการยุติธรรม แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...