โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เวนคืน 1.8 หมื่นไร่หมื่นล้าน สร้างรถไฟทางคู่สายใหม่เชื่อมภาคอีสาน "บ้านไผ่-นครพนม" ทะลุลาว

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2562 เวลา 04.15 น.

คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต

หลังมีชื่อปรากฏในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (2515-2519) หรือประมาณ 50 ปีที่แล้ว จนกระทั่งมาเริ่มพิจารณาศึกษาเส้นทางอย่างจริงจังในปี 2532

ในที่สุดความฝันของคนอีสานใต้กำลังจะกลายเป็นความจริง เมื่อ “ครม.-คณะรัฐมนตรี” นัด 28 พ.ค. 2562 อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. ใช้เงินลงทุนรวม 66,848.33 ล้านบาท

เวนคืนหมื่นล้าน

แบ่งเป็นค่าเวนคืน 10,255.33 ล้านบาท พื้นที่รวม 7,100 แปลง หรือประมาณ 17,500 ไร่ ค่าก่อสร้าง 55,462 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง 1,131 ล้านบาท

ซึ่งวงเงินดังกล่าวปรับลดลง 1,117 ล้านบาท จากเดิม 67,965.33 ล้านบาท ตามคำแนะนำของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยเป็นการปรับลดในส่วนของงบฯอุปกรณ์เครื่องจักรที่ไม่จำเป็นออกไป

โครงการจะใช้เวลาดำเนินการ 8 ปี นับจากนี้ถึงปี 2568 โดย “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไล่ไทม์ไลน์คาดว่าจะเริ่มขออนุมัติการออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินได้ภายในปี 2562 จากนั้นในปี 2563 จะเป็นขั้นตอนของการประกวดราคาในรูปแบบ e-Bidding และเริ่มต้นก่อสร้างในปีเดียวกัน จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี จะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในเดือน ม.ค. 2564 แล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2567 สามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ในเดือน ม.ค. 2568

โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายของโครงการทั้งหมด มีสำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณประจำปีสำหรับเป็นค่าเวนคืนที่ดิน ส่วนการก่อสร้าง กระทรวงการคลังจะเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้ในประเทศ และจะค้ำประกันเงินกู้ให้ตามความเหมาะสม จะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ขอกู้เงินได้ตามที่ระบุตาม พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย 2494 และที่ประชุม ครม.ยังอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนของโครงการแล้ว

เปิดพื้นที่ใหม่ 6 จังหวัด

ส่วนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะผู้ชำนาญการ (คชก.) จะดำเนินการคู่ขนานไปกับการประมูลเพราะการลงนามสัญญากับผู้รับจ้างจะทำได้ก็ต่อเมื่อ EIA อนุมัติแล้ว

แนวเส้นทางมีสถานีใหม่ 30 สถานี 1 ชุมทาง ลานบรรทุกตู้สินค้า 3 แห่ง และย่านกองเก็บตู้สินค้า 3 แห่ง ผ่านพื้นที่ทั้งหมด 70 ตำบล 19 อำเภอ 6 จังหวัด จุดเริ่มต้นอยู่ที่ชุมทางบ้านหนองแวงไร่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พาดผ่าน จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร ไปสิ้นสุดที่สถานีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 จ.นครพนม นอกจากนี้จะเชื่อมกับลาวที่แขวงสะหวันนะเขตและคำม่วน

มีการออกแบบถนนยกข้ามทางรถไฟจำนวน 81 แห่ง มีถนนลอดใต้ทางรถไฟ จำนวน 245 แห่ง พร้อมการก่อสร้างรั้วสองข้างทางตลอดแนวเส้นทางรถไฟ ความกว้างของราง ขนาด 1 เมตร สามารถเชื่อมต่อกับระบบรางเดิมของ ร.ฟ.ท.ที่มีอยู่ รองรับการเดินรถขนาดความเร็วสูงสุดที่ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนทางรถไฟเป็นรูปแบบใช้หินโรยทางทั้งทางระดับพื้นดิน สะพาน และโครงสร้างยกระดับที่เป็นคอนกรีต

คาดการณ์จำนวนผู้โดยสารในปีแรกที่เปิดให้บริการอยู่ที่ 3,835,260 คน/ปี มีปริมาณสินค้าที่ขนส่งในเส้นทางนี้ 748,453 ตัน และจะมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 13% ทำให้มูลค่าเงินปัจจุบันสุทธิของโครงการอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ส่วนผลตอบแทนทางการเงิน (IRR) อยู่ที่ 0.42%

เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

“รถไฟสายนี้เป็นหนึ่งในโครงการเชื่อมรถไฟระหว่างภาคตะวันออกไปตะวันตก หรือ east-west corridor เส้นทางจากแม่สอด-นครสวรรค์ บ้านไผ่-นครพนม ระยะทางรวม 902 กม. เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตากและนครพนม นอกจากสายนี้แล้ว ยังมีช่วงบ้านไผ่-นครสวรรค์ ระยะทาง 291 กม. กรอบวงเงิน 47,712 ล้านบาท และช่วงนครสวรรค์-แม่สอด ระยะทาง 291 กม. กรอบวงเงิน 47,712 ล้านบาท ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม” นายอาคมระบุ

เท่ากับว่า “รัฐบาลทหาร” อนุมัติรถไฟทางคู่สายใหม่ในแผนครบ 2 เส้นทาง จากก่อนหน้านี้มีช่วง “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” ระยะทาง 323 กม. เงินลงทุน 85,345 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ประทับตราไปเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว เพื่อเชื่อมการขนส่งและเดินทางภาคเหนือเชื่อมกับ สปป.ลาว ถึงขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่เวนคืน จนมาล่าสุดเป็นช่วงบ้านไผ่-นครพนม

อนุมัติกันฉลุย แต่ต้องลุ้นโครงการจะเดินหน้าได้ช้าหรือเร็ว !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...