โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ชี้ช่องออมเงิน-ลงทุน ผลตอบแทนสูงยุคดอกเบี้ยต่ำ

Businesstoday

เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2563 เวลา 05.00 น. • Businesstoday

ใกล้จะหมดปี 2563 กันแล้วและเตรียมพบกับปีใหม่ที่หลายคนหวังว่าบรรยากาศกิจกรรมต่าง ๆ จะกลับมาดีเหมือนเคย แม้ในปี 2564 จะยังคงเจอกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ แต่ความเชื่อมั่นของคนมีแนวโน้มดีขึ้นมากจากปัจจัยทั้งการจับจ่ายใช้สอยในประเทศดีขึ้น เพราะมีมาตรการภาครัฐ และเริ่มทยอยเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาถือว่าเป็นทิศทางที่ดี ทำให้นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านต่างเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ต่อปีไว้ เพื่อกดให้ดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารต่ำลงมา หวังลดภาระด้านการเงินแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ในช่วงที่เศรษฐกิจต้องการฟื้นฟู แต่ในขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยขาเงินฝาก ก็ยิ่งต่ำลงไปด้วย ทำให้ประชาชนคนไทย และนักลงทุนมักมองหาการ ออมเงิน และ การลงทุน ให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

มาดูช่องทาง ออมเงิน และ การลงทุน ในยุคดอกเบี้ยต่ำกันบ้างว่า จะมีแนวทางประเภทใดบ้างที่ให้ได้รับผลตอบแทนสูงและคุ้มค่ากันบ้าง?

ประเภทแรกเป็นช่องทาง ออมเงิน เริ่มต้น หลายคนได้เก็บเงินในนี้มาตั้งแต่เด็ก คือ การเก็บออมเงินไว้ในเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป แม้ดอกเบี้ยจะได้น้อยแค่ 0.25% ต่อปีเฉลี่ยจากธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่ง แต่ก็อุ่นใจได้ว่าเงินนั้นไม่หายไปไหนแน่นอน

หรือคนยุคดิจิทัลอย่างเรา ๆ มีโมบายแบงก์กิ้งแล้วจะออมเงินผ่านออนไลน์ได้หรือไม่ และจะได้เท่าไร คำตอบที่หามาได้มีอยู่หลากหลายแนวทาง เช่น หากเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์บนโมบายแบงก์กิ้งธนาคารใหญ่ ๆ จะได้รับดอกเบี้ยต่อปีมากถึง 1.5% หรือบางธนาคารอาจให้ถึง 2% ต่อปี ขึ้นอยู่กับวงเงินและเงื่อนไขตามที่กำหนด

ส่วนอีกช่องทางออมเงินที่ปลอดภัยยอดฮิต คือ เงินฝากประจำ ซึ่งแต่เดิมเงินฝากประเภทนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะมีระยะเวลากำหนด ทั้ง 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน และ 24 เดือน และได้ดอกเบี้ยที่สูง แต่เมื่อยุคดอกเบี้ยต่ำ ช่องทางออมเงินด้วยฝากประจำ อาจลดความสำคัญลง เพราะผลตอบแทนด้านดอกเบี้ยที่ได้เพียง 0.375-0.5% ต่อปีเท่านั้น

ดยในยุคดอกเบี้ยต่ำมีธนาคารของรัฐหลายแห่งได้ออกแคมเปญดึงเงินฝากคนไทยเข้ามาออมเงินและลุ้นรางวัล เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้นด้วยสลากออมทรัพย์ ยกตัวอย่าง ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ได้ออกสลากออมทรัพย์ ธอส.รุ่นที่ 4 ชุดเกล็ดดาว เปิดโอกาสลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่าถึง 1 ล้านบาท แค่ซื้อหน่วยละ 5,000 บาท

ขณะที่เจ้าเก่า ขาประจำ อย่างสลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี ของธนาคารออมสิน สามารถซื้อได้เพียงหน่วยละ 20 บาท แต่ต้องซื้อขั้นต่ำ 10 หน่วย 200 บาท จะมีโอกาสลุ้นถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 3 ล้านบาท ยังมีประเภทอื่นที่น่าสนใจ คือ สลากออมสินพิเศษ และพิเศษดิจิทัล 2 ปี หน่วยละ 100 บาทรางวัลที่ 1 มูลค่า 5 ล้านบาท

และมาดูคู่แข่งคนสำคัญของธนาคารออมสิน ก็คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ได้เสนอสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดเกษตรยั่งยืน เพียงหน่วยละ 20 บาทเช่นเดียวกัน แต่ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท

แต่หากใครที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างมากหน่อย อาจลองมองหาการลงทุนที่ทำให้ผลตอบแทนงอกเงยอย่าง การลงทุนผ่านกองทุนรวม ออมหุ้น ออมทอง หรือจะเล่นหุ้นเลยก็ไม่ว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของตลาดเงินตลาดทุนในแต่ละช่วงเวลา หากรับความเสี่ยงสูงได้ก็จัดไป!!

อย่าลืมว่ายังมีอีกหนึ่งการลงทุนที่ประชาชนชาวไทยต่างพึ่งดวงพึ่งโชคในทุก ๆ เดือน เดือนละ 2 ครั้ง คือการลุ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือล็อตเตอรี่ โดยซื้อเพียงใบละ 80 บาท แต่ลุ้นรางวัลที่ 1 ถึง 6 ล้านบาทเลยทีเดียว และยังมีรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นอีกหนทางให้กับคน หวังรวยทางลัด แต่อาจไม่ยั่งยืน ถ้าไม่ขยันทำมาหากิน และเก็บออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

และสมัยนี้อาจบอกไม่ได้ว่า คนจนชอบเล่นหวย คนรวยมักเล่นหุ้น อีกต่อไป เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นคนจน หรือคนรวย ก็มักจะวัดดวงเสี่ยงโชคกันทุกคน แถมยังช่วยเพิ่มรายได้เข้ารัฐ นำเงินมาใช้จ่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...