โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'หมอโอภาส' ยัน สธ.ไม่เคยเชิญ 'ทอม เครือโสภณ' เป็นหนูทดลองฉีดวัคซีนแลกข่าว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ค. 2564 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2564 เวลา 03.51 น.

‘หมอโอภาส’ ยัน สธ.ไม่เคยเชิญ ‘ทอม เครือโสภณ’ เป็นหนูทดลองฉีดวัคซีนแลกข่าว

จากกรณี นายทอม เครือโสภณ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการคมชัดลึก ช่วงดึกเมื่อวานนี้(6พ.ค.) ว่า ตนถูกกระทรวงสาธารณสุข เชิญให้ไปเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นวัคซีนซิโนแวค เพื่อประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการรับวัคซีนของประชาชน ผ่าน Facebook live ของตน พร้อมระบุว่า ตนเป็นหนูทดลองให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทำข่าวประชาสัมพันธ์ในช่วงแรกที่เริ่มมีการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ คลิปวีดีโอดังกล่าว ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 29 มีนาคม

ล่าสุด วันที่ 7 พฤษภาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ไม่เคยให้ประชาชนมาเป็นหนูทดลองในการฉีดวัคซีน แม้ว่าจะช่วงแรกของการเริ่มฉีดวัคซีน เนื่องจากวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาฉีดให้ประชาชาต้องมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และก่อนนำมาฉีดให้กับประชาชนจะต้องผ่านการตรวจสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า สธ. เชิญนักธุรกิจบางท่านมาฉีดวัคซีนในเชิงการประชาสัมพันธ์ จึงขอย้ำว่า สธ. ไม่เคยเชิญนักธุรกิจคนดังกล่าว มาประชาสัมพันธ์เรื่องการฉีดวัคซีน รวมถึงการถ่ายคลิปในสถานพยาบาลเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน

“ฉะนั้นไม่เป็นข้อเท็จจริง จากการติดตามสอบถามดูพบว่า เรามีเกณฑ์ว่าจะฉีดวัคซีนให้ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศตามความจำเป็น อย่างเช่น นักเรียนที่จะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางระบุว่าจะต้องฉีดวัคซีนก่อน นักกีฬาที่เดินทางไปแข่งในนามประเทศไทย ในกรณีเป็นการประกวดนางงามในนานาชาติ และไม่ทราบว่าเขาเข้ามาอยู่ในคณะนี้ได้อย่างไร” นพ.โอภาส กล่าว

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าคนไทยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาแล้วจะได้รับการฉีดวัคซีนฟรี นพ.โอภาส กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ทำเอกสารออกมาเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังในการเดินทางไป เพราะแต่ละรัฐมีเงื่อนไขที่ต่างกัน ประชาชนอาจจะไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ทำให้เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น ดังนั้น จะต้องดูข้อมูลให้ครบถ้วน

“มีข้อกำหนดที่เขาอาจจะกล่าวไม่หมด เช่นบางคนต้องมีใบเขียว(Green card) หรือมีญาติที่รู้จัก หรือบางรายเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้บอก ก็ทำให้ประชาชนสับสนคิดว่าใครไปก็ได้ฉีดทุกคน ซึ่งแต่ละรัฐมีข้อจำกัดที่ต่างกัน เหมือนว่าบอกความจริงแค่ครึ่งเดียว ขอให้ประชาชนดูเอกสารจาก กต. ข้อมูลทางการที่ระบุว่า หากจะไปจริงๆ ให้ติดต่อสอบถามให้ดีเพื่อป้องกันประชาชนถูกหลอก” นพ.โอภาส กล่าว

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกรณีที่มีการกล่าวพาดพิงถึงตนเอง นพ.โอภาส กล่าวว่า ตนไม่ได้รู้สึกอะไร ถือว่าเป็นการทำหน้าที่จึงไม่มีความกังวลเรื่องอะไร ทำหน้าที่ให้กับประเทศชาติ อย่างน้อยก็เตือนประชาชนไม่ให้ถูกหลอก หรือเกิดความไขว้เขวโดยไม่จำเป็น

“ผมแจ้งเตือนประชาชน เพื่อไม่ให้ต้องเสียเงินเดินทางไปฉีด รวมถึงไปแล้วไม่รู้จะได้ฉีดเข็ม 2 หรือเปล่า กลับมาก็ถูกกักตัว เป็นการแจ้งเตือนประชาชนให้ศึกษาข้อมูลให้ดี จากข้อมูลที่เป็นทางการ” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาส กล่าวว่า ขอให้ความเชื่อมั่นว่า นโยบายของรัฐบาล เราจะจัดหาวัคซีนให้ประชาชนคนไทยโดยที่ไม่คิดมูลค่า อย่างน้อย 100 ล้านโดสครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 50 ล้านคน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยด้วย ตัวอย่างของวันนี้ที่ทางบริษัทไฟเซอร์ เองก็ยืนยันในการจัดหาวัคซีนให้ประเทศไทย ซึ่งเราก็จะนำมาฉีดให้กับเด็กอายุตั้งแต่ 12-18 ปี เพราะเป็นวัคซีนเดียวในขณะนี้ที่ ประเทศแคนาดาอนุมัติให้ฉีดกับเด็กตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และคาดว่าสหรัฐอเมริกาจะอนุมัติในเร็วๆ นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...