โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลักเกณฑ์น่ารู้ กฎหมายส่งตัว "ผู้ร้ายข้ามแดน" – ประสานยังไง มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

Campus Star

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2562 เวลา 08.30 น.
ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการพิจารณาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะเป็นไปตาม พ.ร.บ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาฝากกันค่ะ

จากกรณีที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ เป็นโจทย์ยื่นคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนายฮาคีม อัล-อาไรบี อดีตนักฟุตบอลอาชีพ (เป็นจำเลย) เพื่อขอดำเนินการส่งตัวนายฮาคีมกลับไปดำเนินคดีต่อที่ประเทศบาห์เรน ตามคำร้องขอจากทางการบาห์เรนที่ได้ส่งมายังทางการไทย ทั้งนี้นายฮาคีมได้การรับรองสถานะเป็นผู้ลี้ภัยจากประเทศออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2562 ที่ผ่านมา

กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

ในขณะที่คนในวงการฟุตบอลจำนวนมากก็ได้ทำการติดแฮชแท็ก #Savehakeem เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยจัดการปล่อยตัวนายฮาคีมให้เป็นอิสระ นอกจากนี้ก็ยังเกิดเป็นแฮชแท็ก #saveThailand ขึ้นมาอีกด้วย เนื่องจากประเทศไทยนั้นอยู่กึ่งกลางระหว่างปัญหานี้ เพราะว่าเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายฮาคีมได้เดินทางจากออสเตรเลียมายังประเทศไทย เพื่อรฮันนีมูนกับภรรยา แต่ปรากฏว่ารายชื่อของเขาได้ติดอยู่ในหมายแดงของอินเตอร์โพล ทำให้ไทยจำเป็นที่จะต้องทำการจับกุมนายฮาคีมเอาไว้ที่สนามบินบินสุวรรณภูมิ

ซึ่งในเวลาต่อมามีการระบุว่า อินเตอร์โพลทำผิดพลาดที่ใส่ลิสต์ชื่อของฮาคีมไว้ในหมายแดง เพราะตามกฎแล้วคนที่ขอลี้ภัยทางการเมืองจะไม่สามารถติดลิสต์หมายแดงได้ โดยทางอินเตอร์โพลได้ยกเลิกหมายแดงของฮาคีม แต่ก็สายเกินไปแล้ว เพราะไทยได้จับกุมนายฮาคีมไว้ และประเทศบาห์เรนก็รู้เรื่องนี้แล้ว

ทำให้บาห์เรนเรียกร้องให้ไทยส่งตัวนายฮาคีมกลับไปดำเนินคดีต่อที่บาห์เรน แต่ทั้งนี้ออสเตรเลียก็ได้รับรองสถานะให้กับนายฮาคีมแล้วว่า เป็นผู้ลี้ภัย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถเดินไปยังประเทศต่าง ๆ ได้ (ยกเว้นประเทศบาห์เรน) ดังนั้นจึงทำให้ประเทศไทยจะต้องวางตัวอย่างดีที่สุดกับเรื่องนี้ และในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการพิจารณาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะเป็นไปตามพ.ร.บ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาฝากกันด้วย มีหลักเกณฑ์ที่บัญญัติเอาไว้ ดังต่อไปนี้

1. ผู้มีสิทธิร้องขอ

ผู้มีสิทธิร้องขอให้ประเทศไทยส่งผู้ร้ายข้ามแดน คือ ประเทศ ดินแดน หรือองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งจะรวมเรียกว่า ประเทศผู้ร้องขอ

2. เงื่อนไขการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ต้องเป็นความผิดอาญาซึ่งกฎหมายของประเทศผู้ร้องขอและกฎหมายไทยกำหนดเป็นความผิดอาญาที่มีโทษจำคุก หรือโทษจำกัดเสรีภาพในรูปแบบอื่นตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หากมีโทษต่ำกว่านี้ก็สามารถร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ แต่ต้องเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกับความผิดที่ให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามคำร้องขอแล้ว

3. การร้องขอมี 2 กรณี

กรณีที่ 1 เป็นคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนของประเทศผู้ร้องขอที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย หากเข้ากรณีนี้ให้จัดส่งคำร้องขอไปยังผู้ประสานงานกลาง คือ อัยการสูงสุดหรือผู้ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย กรณีที่ 2 เป็นคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนของประเทศผู้ร้องขอที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย วิธีการคือ ให้จัดส่งคำร้องขอดังกล่าวโดยผ่านวิถีทางการทูต

4. วัตถุประสงค์ที่ขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

แบ่งออกเป็น 2 ข้อ ได้แก่ (1) เพื่อการฟ้องร้อง หรือ (2) รับโทษตามคำพิพากษาของศาลในความผิดอาญาซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจดำเนินคดีของประเทศผู้ร้องขอ โดยรัฐบาลไทยจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่

ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) กรณีเป็นความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้และไม่เข้าลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายไทย หรือไม่ใช่ความผิดที่มีลักษณะทางการเมืองหรือเป็นความผิดทางทหาร (2) กรณีที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน เมื่อประเทศผู้ร้องขอได้แสดงโดยชัดแจ้งว่าจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ประเทศไทยในทำนองเดียวกันเมื่อประเทศไทยร้องขอหรือเป็นลักษณะต่างตอบแทน

5. ความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง

ความผิดที่มีลักษณะทางการเมืองที่รัฐบาลไทยอาจไม่พิจารณาส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นต้องไม่หมายความรวมถึงความผิดดังต่อไปนี้ (1) การปลงพระชนม์ ประทุษร้ายต่อพระองค์หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์พระราชินีหรือรัชทายาท (2)การฆ่า ประทุษร้ายต่อร่างกายหรือเสรีภาพของประมุขแห่งรัฐ ผู้นำรัฐบาล หรือสมาชิกโดยตรงในครอบครัวของบุคคลนั้น และ (3) การกระทำความผิดที่ไม่ถือว่าเป็นความผิดทางการเมือง เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามสนธิสัญญาซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี

6. ความผิดทางทหาร

ความผิดทางทหาร หมายความว่าความผิดอาญาทางทหารโดยเฉพาะ และมิใช่ความผิดตามกฎหมายอาญาทั่วไป

7. การดำเนินการตามคำร้องขอ

การดำเนินการตามคำร้องขอให้ส่งบุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจะกระทำได้เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้ (1) เมื่อมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศผู้ร้องขอกำหนดไว้ (2) บุคคลนั้นยินยอมให้ส่งข้ามแดน หรือ (3) เป็นการส่งผู้ร้ายข้ามแดนภายใต้เงื่อนไขต่างตอบแทนที่ประเทศไทยทำกับประเทศผู้ร้องขอ

8. กรณีคำร้องขอส่งผ่านทางการทูต

ในกรณีที่คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนยื่นผ่านวิธีทางการทูต ให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) หากเห็นว่าคำร้องขอดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะไม่ดำเนินการให้ก็ให้ส่งคำร้องนั้นให้ผู้ประสานงานกลางดำเนินการต่อไป

(2) หากเห็นว่าคำร้องขอดังกล่าวอาจกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือมีเหตุผลอื่นที่ไม่อาจดำเนินการให้ได้ก็ให้กระทรวงการต่างประเทศเสนอความเห็นนั้นพร้อมด้วยคำร้องขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็ว ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นชอบต่อความเห็นดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศให้พิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควร หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามคำร้องขอก็ให้กระทรวงการต่างประเทศส่งเรื่องให้ผู้ประสานงานกลางดำเนินการต่อไป

9. คำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากกระทรวงการต่างประเทศ

เมื่อได้รับคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือจากประเทศผู้ร้องขอแล้วแต่กรณี ให้ผู้ประสานงานกลางพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่เห็นว่าคำร้องขอนั้นอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะดำเนินการให้ได้ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ประสานงานกลางแจ้งให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ออกหมายจับแล้วจัดส่งหมายจับให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

(2) ในกรณีที่คำร้องขอนั้นมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนหรือมีเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง หรืออาจดำเนินการให้ได้ภายใต้เงื่อนไขที่จำเป็นบางประการ ให้ผู้ประสานงานกลางแจ้งเหตุขัดข้องหรือเงื่อนไขที่จำเป็นให้ประเทศผู้ร้องขอทราบ แต่ถ้าการดำเนินการตามคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะกระทบกระเทือนการฟ้องคดีอื่นใด หรือการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับคดีอาญาซึ่งผู้นั้นกำลังถูกดำเนินการอยู่ในประเทศไทย ผู้ประสานงานกลางจะเลื่อนการดำเนินการตามคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น หรือจะดำเนินการโดยกำหนดเงื่อนไขที่จำเป็นก็ได้ ทั้งนี้ ให้แจ้งให้ประเทศผู้ร้องขอทราบโดยไม่ชักช้า

(3) ในกรณีที่คำร้องขอนั้นมิได้ส่งผ่านวิถีทางการทูตให้ผู้ประสานงานกลางแจ้งคำร้องขอดังกล่าวให้กระทรวงการต่างประเทศทราบเพื่อให้ความเห็นก่อนดำเนินการต่อไป โดยกระทรวงการต่างประเทศอาจพิจารณาคำร้องว่ากระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือมีเหตุอื่นที่ไม่อาจดำเนินการให้ได้หรือไม่แล้วเสนอความเห็นให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

(4) ในกรณีที่ผู้ประสานงานกลางเห็นว่าคำร้องขออาจกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือมีเหตุผลอื่นใดซึ่งไม่ควรดำเนินการหรือเห็นว่าคำร้องขอดังกล่าวไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะดำเนินการให้ได้ตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ ให้ผู้ประสานงานกลางแจ้งประเทศผู้ร้องขอหรือกระทรวงการต่างประเทศแล้วแต่กรณีเพื่อดำเนินการต่อไป

10. กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน

ในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนประเทศผู้ร้องขอ อาจมีคำร้องขอให้จับกุมและคุมขังบุคคลที่ต้องการตัวไว้ชั่วคราวก่อนก็ได้ คำร้องขอเช่นว่านี้ของประเทศผู้ร้องขอที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยให้จัดส่งไปยังผู้ประสานงานกลาง ในกรณีที่ประเทศผู้ร้องขอมิได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยให้ส่งผ่านวิถีทางการทูต

11. จับกุมบุคคลซึ่งถูกร้องขอให้ส่งข้ามแดน

เมื่อจับกุมบุคคลซึ่งถูกร้องขอให้ส่งข้ามแดนได้แล้วตามหมายจับของศาล ให้นำส่งพนักงานอัยการโดยมิชักช้า เพื่อยื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งขังบุคคลซึ่งถูกร้องขอไว้ในระหว่างรอคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการและเอกสารหลักฐานจากประเทศผู้ร้องขอ หากศาลไม่ได้รับคำฟ้องเพื่อดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนภายใน 60 วันนับแต่วันที่บุคคลซึ่งถูกร้องขอถูกจับหรือภายในเวลาที่ศาลกำหนดแต่ต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่บุคคลนั้นถูกจับ ให้ปล่อยตัวบุคคลนั้นไป

12. ในกรณีที่เห็นสมควรแล้ว

ในกรณีที่เห็นสมควรกระทรวงการต่างประเทศอาจเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ผู้ประสานงานกลางก่อนเสนอต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณาและให้ศาลมีอำนาจเรียกกระทรวงการต่างประเทศมาชี้แจง เพื่อประกอบการพิจารณาได้ การพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ก็สามารถดำเนินการเช่นนี้ได้ด้วย

13. พนักงานอัยการนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยมิชักช้า

เมื่อจับบุคคลซึ่งถูกร้องขอให้ส่งข้ามแดนได้แล้ว ให้พนักงานอัยการนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยมิชักช้า โดยให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีอย่างต่อเนื่อง เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรให้เลื่อนคดีตามที่พนักงานอัยการ หรือบุคคลซึ่งถูกร้องขอให้ส่งข้ามแดนร้องขอ ทั้งนี้ให้ศาลสั่งขังบุคคลซึ่งถูกร้องขอนั้นไว้ในระหว่างการพิจารณา

ถ้ามีคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวให้ศาลถามพนักงานอัยการว่า จะคัดค้านประการใดหรือไม่ หากมีคำคัดค้านของพนักงานอัยการ ศาลเพิ่งรับฟังประกอบการวินิจฉัย ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามบุคคลซึ่งถูกร้องขอว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและต้องการทนายความให้ศาลตั้งทนายความให้ ส่วนขั้นตอนและสิทธิอื่น ๆ เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

14. พิเคราะห์พยานหลักฐาน

เมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่ามีเหตุดังต่อไปนี้ ให้ศาลมีคำสั่งขังบุคคลนั้นไว้เพื่อส่งข้ามแดนต่อไป หมายความว่า ศาลพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาให้ตามที่อัยการยื่นคำฟ้อง กล่าวคือ (1) บุคคลซึ่งถูกจับนั้นเป็นบุคคลซึ่งถูกร้องขอให้ส่งข้ามแดนและมิใช่ผู้มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้มีสัญชาติไทยแต่อยู่ในหลักเกณฑ์ให้ส่งข้ามแดนได้

(2) คดีมีมูลที่จะรับฟ้องไว้พิจารณาหากความผิดนั้นได้กระทำลงในราชอาณาจักรหรือมีกฎหมายบัญญัติให้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร และ (3) ความผิดซึ่งเป็นเหตุให้ร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น เป็นความผิดซึ่งอาจส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ตามพระราชบัญญัตินี้ และมิใช่เป็นความผิดที่มีลักษณะทางการเมืองหรือเป็นความผิดทางทหารโดยเฉพาะ

15. พยานหลักฐานไม่เพียงพอก็ให้ศาลมีคำสั่งปล่อย

หากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานไม่เพียงพอก็ให้ศาลมีคำสั่งปล่อยและดำเนินการปล่อยบุคคลนั้นไป เมื่อสิ้นระยะเวลา 72 ชั่วโมงนับแต่ได้อ่านคำสั่งปล่อย เว้นแต่ภายในระยะเวลาดังกล่าวพนักงานอัยการจะได้แจ้งความจำนงว่าจะอุทธรณ์ก็ให้ขังผู้ถูกร้องขอไว้ในระหว่างอุทธรณ์ และอัยการจะต้องยื่นอุทธรณ์ภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ศาลอ่านคำสั่งปล่อย

16. คำสั่งอนุญาตส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ถ้าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขังบุคคลนั้นไว้เพื่อส่งข้ามแดนแล้ว ห้ามไม่ให้ส่งบุคคลดังกล่าวข้ามแดนก่อนครบกำหนดระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งขังเพื่อส่งข้ามแดน เมื่อมีเหตุอันสมควรที่จะเลื่อนกำหนดการส่งบุคคลซึ่งศาลมีคำสั่งขังเพื่อส่งข้ามแดน ให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อพิจารณามีคำสั่งขังบุคคลนั้นต่อไปตามกำหนดเวลาเท่าที่จำเป็น คำร้องเช่นว่านั้นจะต้องยื่นก่อนครบกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ขังเพื่อส่งข้ามแดน

ถ้ามิได้ส่งบุคคลนั้นข้ามแดนภายในเวลา 90 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุด หรือภายในกำหนดเวลาที่ศาลได้อนุญาตให้ขยายออกไปตามคำร้องของพนักงานอัยการ ให้ปล่อยบุคคลนั้นไป

17. มีคำสั่งให้ปล่อยตัวหรือขัง

เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยหรือขังบุคคลเพื่อส่งข้ามแดนแล้ว พนักงานอัยการหรือบุคคลนั้นอาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์ภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ศาลได้อ่านคำสั่งนั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและอำนาจอธิปไตยของแต่ละรัฐ โดยปกติแล้วการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจะเป็นกระบวนการหรือมาตรการความร่วมมือทางกฎหมายของประเทศต่าง ๆ ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดในประเทศหนึ่งแลัวหลบหนีไปยังอีกประเทศหนึ่ง รวมถึงการกระทำความผิดที่เป็นอาชญากรรมในลักษณะเป็นองค์กรข้ามชาติ (Transnational Organized Crime) ให้สามารถที่จะส่งตัวไปดำเนินคดีในความผิดที่บุคคลนั้นได้กระทำลงไป

ความร่วมมือนี้ จึงเป็นการรักษาระบบของกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายให้สัมฤทธิ์ผลและเป็นรูปธรรมมากที่สุด ทั้งนี้วิธีการหรือการดำเนินการในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนมีเจตนารมณ์ในการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ เพื่อที่จะทำให้สังคมเกิดความสงบสุข รวมทั้งถือเป็นเป้าหมายสำคัญร่วมกันของประชาคมโลก อีกด้วย

คำศัพท์น่ารู้

– Deportation : การเนรเทศ
– Double Criminality : ความผิดตามกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ ใช้ในกรณีส่งผู้ร้ายข้ามแดน
– Disguised Extradition : การส่งผู้ร้ายข้ามแดนแบบแฝง
– Extradition : การส่งผู้ร้ายข้ามแดน / ผู้ร้ายข้ามแดน
– Felony Assault : ความผิดทางอาญาร้ายแรง
– International Criminal Police Organization หรือเขียนแบบย่อว่า INTERPOL : องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล)
– Refugee : ผู้ลี้ภัย
– Rendition : การส่งผู้ร้ายข้ามรัฐ

อ้างอิงข้อมูลจาก : www.khaosod.co.thwww.fad.go.thวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...