โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลูกค้าแบงก์แห่เปิดบัญชี FCD รับธปท.ผ่อนเกณฑ์ TMB ขยายฐาน SMEs

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.พ. 2564 เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2564 เวลา 00.44 น.

ลูกค้าแบงก์แห่เปิดบัญชี FCD เพิ่มขึ้น หลัง ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์ช่วยให้เปิดบัญชีง่ายขึ้น-บริหารความเสี่ยงค่าเงินบาท เผยตัวเลขปีཻ ช่วง 11 เดือน เปิดบัญชีใหม่พุ่ง 9.8% ขณะที่ “ทีเอ็มบี” ขานรับนโยบายแบงก์ชาติเพิ่มสกุลเงินใน “บัญชีบริหารหลายสกุลเงิน” เป็น 10 สกุลเงิน รับเทรนด์ซื้อขายหลายสกุลเงินมากขึ้น โดยเฉพาะ “เงินหยวน” ที่คนนิยมใช้พุ่ง เล็งขยายฐานเอสเอ็มอีเปิดบัญชีจากเดิมเน้นแต่รายใหญ่

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในวันที่ 20 พ.ย.63 ว่าหลังจาก ธปท.ได้ผ่อนคลายเกณฑ์การเปิดบัญชีสกุลเงินตราต่างประเทศ (FCD) ทำให้ที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณการเปิดบัญชี FCD เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะยังอยู่ในอัตราที่น้อยกว่าที่ประเมินไว้ แต่แนวโน้มน่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะข้างหน้า เนื่องจากเป็นบัญชีที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการความเสี่ยงและความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่มีการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การเปิดบัญชี FCD ให้สามารถทำได้ง่ายขึ้น จะส่งผลให้การเปิดบัญชี FCD ในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาคประชาชนและภาคธุรกิจ จะเริ่มมีความคุ้นชินกับการใช้บัญชี FCD ในการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ ธปท. พบว่า ณ เดือน พ.ย. 2563 มีจำนวนบัญชี FCD อยู่ที่ 2.21 แสนบัญชี เติบโตเพิ่มขึ้น 9.8% จากสิ้นปี 2562 ที่มีจำนวนบัญชีอยู่ที่ 1.93 แสนบัญชี ขณะที่ยอดวงเงินคงค้างบัญชี FCD ณ เดือน พ.ย. 2563 อยู่ที่ 6.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากสิ้นปี 2562 ที่มียอดวงเงินอยู่ที่ 5.04 แสนล้านบาท

“การเปิดบัญชี FCD น่าจะทยอยเพิ่มขึ้น เพราะคนเริ่มรู้ถึงประโยชน์ของการใช้บัญชี FCD อย่างภาคธุรกิจก็ใช้ในการช่วยบริหารอัตราแลกเปลี่ยนได้ ซึ่งตอนนี้อาจจะยังเห็นภาพไม่ชัดเจน เพราะ ธปท.เพิ่งผ่อนคลายเกณฑ์ และลดความยุ่งยากในการเปิดบัญชีไป แต่คาดว่าแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” แหล่งข่าวกล่าว

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจตลาดเงินและบริการธุรกรรมทางการเงิน ธนาคารทหารไทย (TMB) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2564 นี้ ธนาคารจะขยายสกุลเงินเพิ่มเติมสำหรับบัญชีบริหารหลายสกุลเงิน (multicurrency account หรือ MCA) โดยจะเพิ่มอีก 5 สกุลเงิน จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 5 สกุลเงิน ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยูโร (EUR) ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และเยน (JPY)

ทั้งนี้ ภายหลังจาก ธปท.ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การเปิดบัญชี FCD จะช่วยหนุนให้บัญชี MCA สามารถขยายการสนับสนุนไปยังผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าเพิ่มเติม จากเดิมบัญชี MCA จะเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการภาคส่งออก และเป็นลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งหลังจากนี้ธนาคารจะขยายไปยังกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากขึ้นด้วย

นายศรัณย์กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่เปิดบัญชี MCA กว่า 300 บัญชี และภายในปี 2564 ธนาคารตั้งเป้าจะมีลูกค้าเปิดบัญชีเพิ่มเป็น 600 บัญชี โดยจะเห็นลูกค้าเอสเอ็มอีหันมาเปิดบัญชี MCA เพิ่มเติมจากฐานลูกค้ารายใหญ่ เนื่องจากบัญชี MCA จะช่วยบริหารจัดการด้านรายได้ของลูกค้านำเข้าและส่งออกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การเปิดบัญชี MCA ส่วนหนึ่งยังตอบสนองนโยบายของ ธปท.ที่ต้องการให้มีการซื้อขายสกุลเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ต้องแปลงเป็นสกุลเงินบาท รวมถึงสนับสนุนให้มีการซื้อขายเป็นสกุลเงินท้องถิ่น (local currency) จะช่วยเรื่องความกังวลค่าเงินบาทแข็งได้ โดยในช่วงที่ผ่านมาธนาคารเห็นกระแสการซื้อขายผ่านสกุลเงินหยวน-จีนค่อนข้างมาก จึงเป็นโอกาสที่ธนาคารจะขยายสกุลเงินเพิ่มเป็น 10 สกุล

“หลังเปิดให้บริการบัญชี MCA ถือว่าได้ผลตอบรับที่ดี เราช่วยซัพพอร์ต และยังเป็นศูนย์บริหารเงิน (treasury center) ให้ลูกค้ารายใหญ่ด้วย ซึ่งในปีนี้เรามีแผนขยายสกุลเงินเป็น 10 สกุลเงิน และขยายไปสู่ผู้นำเข้าและกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีมากขึ้น แม้ว่าตอนนี้สัดส่วนการซื้อขายและทำธุรกรรมยังเป็นเงินสกุลดอลลาร์ประมาณ 85% และสกุลอื่นอีก 15% แต่ในระยะข้างหน้าสัดส่วนสกุลอื่นจะเพิ่มขึ้น สะท้อนจากเงินหยวนที่มีปริมาณธุรกรรมซื้อขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเป็นอันดับ 4 ของการซื้อขาย เรียงจากดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน” นายศรัณย์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...