โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซ่อมแล้วขอบหน้าต่าง "วัดเชิงท่า" หลัง "ออเจ้า" ทำพัง ฉากดังละครเมืองกรุงเก่า (คลิป)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 มี.ค. 2561 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2561 เวลา 08.49 น.

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมภายในศาลาคอยท่า ภายในวัดเชิงท่า ต.ท่าว่าสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นศาลาที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา อายุหลายร้อยปี แล้วนั่งที่ขอบหน้าต่างของศาลาจนทำให้เศษปูนหลุดออกมา ตามข่าวที่เสนอไปนั้น

ล่าสุด วันที่ 14 มีนาคม นายช้อย เปรมปรี อายุ 59 ปี ช่างปูนโบราณของสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นำปูนหมักโบราณมาดำเนินการบูรณะ ฉาบตรงจุดที่เกิดปัญหา ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ จากนั้นเปิดเผยว่า ปูนที่ใช้เป็นปูนขาวหมักด้วยกรรมวิธีโบราณนาน 1 ปี ได้เนื้อปูนแบบโบราณ 100% ซึ่งปูนแบบนี้ใช้ซ่อมแซมบูรณะวัดต่างๆ ในอยุธยาจำนวนมาก ที่ชัดเจนที่สุดคือ วัดราชบูรณะ ตรงพระปรางค์องค์ใหญ่

นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาร่วมตรวจสอบการทำงานของช่างกรมศิลปากร เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวตามวัดและโบราณสถานต่างๆ ในจ.พระนครศรีอยุธยานั้น มีข้อบังคับและกฎเกณฑ์ พร้อมติดประกาศให้เห็นเด่นชัดอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละบุคคลว่าจะเคร่งครัดในการปฏิบัติมากน้อยเพียงใด เพราะจะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบจับผิดกันทุกจุดทุกพื้นที่นั้น ทำไม่ได้แน่ และอาจเป็นการกดดันจับผิดนักท่องเที่ยวมากเกินไป ดังนั้น ความรักความตระหนักร่วมกันอนุรักษ์สมบัติของชาติ เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องปฏิบัติ และร่วมกันตรวจสอบ แต่เชื่อว่าปัจจุบันมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังละเลย

นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ที่เดินทางมาตรวจสอบความเสียหายกล่าวว่า ดีใจที่มีการท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจำนวนมาก แต่นักท่องเที่ยวต้องมีจิตสำนึกในการเข้ามาท่องเที่ยว เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในพระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองมรดกโลก มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ต้องช่วยกันรักษา อย่าไปจับต้อง หรือไปนั่ง ต้องขอความร่วมมือทางวัด ทางกรมศิลปากรให้ช่วยกันสอดส่องดูแล ให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวด้วย

ทั้งนี้ ทางผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดได้นำป้ายคำว่า “ห้ามนั่ง” มาติดใต้ธรณีหน้าต่างทุกบานรอบศาลาการเปรียญ และทางวัดขอวิงวอนว่า หากเป็นไปได้ ต้องการให้มีการจัดงบประมาณเร่งด่วน มาดำเนินการบูรณะศาลาการเปรียญหลังนี้ ซึ่งสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเคยผ่านน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งได้รับความเสียหายมาก ทำให้ภาพจิตรกรรมฝาหนังเสียหายอย่างหนัก จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการบูรณะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...