โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาร์เซนอลสู้อีกเฮือกบุกถล่มอิปสวิช - แมนฯ ยูไนเต็ดแพ้คาบ้านเกม พรีเมียร์ลีก

Khaosod

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2568 เวลา 15.03 น.
(REUTERS/David Klein)

อาร์เซนอลยังไม่ยอมถอดใจแม้เหลือโอกาสลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก เพียงริบหรี่ หลังบุกถล่มอิปสวิชแบบขาดลอย ด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บู่อีกแล้วแพ้คาบ้านตัวเอง

การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 20 เมษายน “ม้าขาว”อิปสวิช ทาวน์ เปิดสนามพอร์ตแมน โรด รับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่”อาร์เซนอล

เกมนี้เจ้าบ้านส่ง จอร์จ เฮิร์สต์, ฮูลิโอ เอ็นซิโซ, เบนจามิน จอห์นสัน ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนมี เลอันโดร ทรอสซาร์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี, บูคาโย ซากา นำเกมรุก

ครึ่งแรกนาที 14 มาร์ติน โอเดการ์ด พาบอลบุกขึ้นมาแล้วไหลเข้าพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ บูคาโย ซากา จึงตบจังหวะเดียวเข้ากลางให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ด รับแล้วขืนตัวจากกองหลังเพื่อครองลูกไว้ ก่อนล้มตัวตวัดยิงเข้าไป อาร์เซนอลออกนำ 1-0

นาที 28 อาร์เซนอลเข้าทำแบบสุดสวย บูคาโย ซากา กระชากหนีกองหลังทางริมเส้นด้านขวาจนเข้าสู่พื้นที่เขตโทษ ก่อนปาดเข้ากลางให้ มิเคล เมริโน ตอกส้นต่ออีกทีไปถึง กาเบรียล มาร์ติเนลลี ยิงเข้าไปไม่เหลือ สกอร์กลายเป็น 2-0

นาที 32 สถานการณ์ของอิปสวิชแย่กว่าเดิม ลีฟ เดวิส ไปย่ำใส่ข้อเท้า บูคาโย ซากา ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการเล่นอันตรายจึงแจกใบแดงไล่เดวิสออกจากสนามทันที เจ้าบ้านเหลือ 10 คน จบครึ่งแรกอาร์เซนอลนำสบายๆ 2-0

ครึ่งหลังนาที 47 จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายแล้วผู้เล่นอาร์เซนอลเล่นจ่ายสั้นไปมา ก่อนจะเป็น เดแคลน ไรซ์ ไหลต่อให้ มาร์ติน โอเดการ์ด หลุดเข้าทางริมเขตโทษแล้วเตะอัดเข้ากลางแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน อเล็กซ์ พาลเมอร์ ต้องล้มตัวบล็อกเพื่อสกัดลูกเอาไว้

นาที 69 อาร์เซนอลเริ่มต้นเล่นลูกเตะมุมฝั่งซ้ายด้วยการจ่ายสั้นอีกครั้ง ก่อนจะเป็น เดแคลน ไรซ์ จ่ายเข้าพื้นที่เขตโทษให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ด รับแล้วยิงลูกพุ่งผ่านนายทวารเข้าประตูไป ทีมเยือนนำไปไกล 3-0

นาที 87 เดแคลน ไรซ์ ได้บอลทางด้านขวาแล้วไหลไปบริเวณหน้าเขตโทษให้ มาร์ติน โอเดการ์ด กระชากหาช่องก่อนยิงหักข้อ บอลพุ่งเรียดไปชนเสาเต็มๆ อาร์เซนอลไม่ได้ประตูเพิ่ม

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที อาร์เซนอลบุกมาจนได้ลุ้นยิงอีกครั้ง มาร์ติน โอเดการ์ด จ่ายบอลเข้าเขตโทษแล้วกองหลังสกัด ลูกกระดอนไปเข้าเท้า นาธาน บัตเลอร์-โอเยเดจี ยิงทันที อเล็กซ์ พาลเมอร์ ยังกระโดดปัดทิ้งทัน

นาที 88 จากจังหวะต่อเนื่องที่อาร์เซนอลได้ลูกเตะมุมด้านขวาแล้วเล่นต่อบอลจากเท้าสู่เท้าไปมา ก่อนจะเป็น โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก ไหลเข้าเขตโทษให้ อีธาน นวาเนรี กระชากหาช่องแล้วยิงแฉลบบล็อกผู้เล่นอิปสวิชเข้าไป จบเกม “ปืนใหญ่” ชนะขาดลอย 4-0

ทำให้ผ่านไป 33 นัดเท่ากัน อาร์เซนอลเก็บเพิ่มเป็น 66 คะแนน ยึดรองจ่าฝูงเช่นเดิม ตามหลังจ่าฝูงลิเวอร์พูล 10 แต้ม โดยที่อาร์เซนอลแข่งมากกว่า 1 นัด เท่ากับว่าเป็นการชะลอไม่ให้ลิเวอร์พูลการันตีแชมป์ในวันนี้

ส่วนอิปสวิชมี 21 คะแนน รั้งอันดับ 18 ตอนนี้เรียกว่าตกชั้นไปถึง 99% เนื่องจากตามหลังอันดับ 17 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 15 แต้ม โดยเหลือเกมเตะ 5 นัด แต่ประตูได้เสียอิปสวิชเป็นรองค่อนข้างมาก

(REUTERS/Scott Heppell)

ทางด้าน “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด แพ้ต่อ “หมาป่า”วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 0-1 ทีมเยือนได้ประตูจาก ปาโบล ซาราเบีย นาที 77

ผ่านไป 33 นัดเท่ากัน แมนฯ ยูไนเต็ดมี 38 คะแนน อยู่อันดับ 14 ส่วนวูล์ฟแฮมป์ตันเก็บเพิ่มเป็น 38 คะแนน รั้งอันดับ 15 ทั้งคู่อยู่รอดปลอดภัยแน่นอนแล้ว

อีกคู่เป็นศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์ “เจ้าสัวน้อย”ฟูแลม เปิดสนามคราเวน ค็อตเทจ แพ้ต่อ “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี 1-2 เจ้าบ้านได้ประตูจาก อเล็กซ์ อิโวบี นาที 20 ส่วนทีมเยือนได้จาก ไทริก จอร์จ นาที 83, เปโดร เนโต นาที 90+3

ผ่านไป 33 นัดเท่ากัน ฟูแลมมี 48 คะแนน อยู่อันดับ 9 โอกาสลุ้นตั๋วฟุตบอลยุโรปเรียกได้ว่าริบหรี่ ส่วนเชลซีเก็บเพิ่มเป็น 57 คะแนน ขยับขึ้นอันดับ 5 และยังคงขับเคี่ยวลุ้นท็อปไฟฟ์อย่างเข้มข้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาร์เซนอลสู้อีกเฮือกบุกถล่มอิปสวิช - แมนฯ ยูไนเต็ดแพ้คาบ้านเกม พรีเมียร์ลีก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...