โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรท.สำรวจสมาชิกได้รับผลกระทบทรัมป์ 2.0 เสนอนายกฯ นั่งหัวโต๊ะแก้ปัญหา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 08.53 น.

สภาผู้ส่งออก เผยผลสำรวจสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมจากทรัมป์ 2.0 ยอมรับแต่ละรายกระทบต่างกัน ส่งผลให้ต้องเจรจารับมือลูกค้า เพื่อยังประคองส่งออกได้ ขณะที่ 88.9% ไม่พร้อมลงทุนสหรัฐ ชี้ต้นทุนสูงเสนอนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะคณะทำงานร่วมรัฐเอกชนรับมือรูปแบบการค้าใหม่

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า สภาผู้ส่งออกได้สำรวจความเห็นของผู้ส่งออกที่เป็นสมาชิกและหารือร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก ระหว่างวันที่ 9-22 เมษายนที่ผ่านมา

พบว่าผู้ส่งออกได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน ทั้งกลุ่มที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางบวก อาทิ คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ถูกเร่งรัดการส่งมอบสินค้าให้เร็วขึ้น และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางลบ อาทิ คำสั่งซื้อสินค้าลดลง ยกเลิกคำสั่งซื้อ และลูกค้าผลักภาระต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ส่งออก เป็นต้น

ซึ่งการรับมือของผู้ประกอบการในปัจจุบันประกอบด้วย การเจรจากับลูกค้าเพื่อแบ่งความรับผิดชอบต่อภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น ทั้งการปรับลดราคาสินค้ากรณีลูกค้าเป็นผู้ชำระค่าภาษี และการขอขึ้นราคาสินค้ากรณีผู้ส่งออกไทยเป็นผู้ชำระภาษี การชะลอรับคำสั่งซื้อเพื่อดูสถานการณ์ เนื่องจากอัตรากำไรของสินค้าไม่เพียงพอต่อการจ่ายหรือการช่วยจ่ายภาษีให้กับลูกค้า และการหาตลาดอื่นทดแทน เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกกว่า 88.9% ระบุว่าไม่มีการลงทุนและไม่มีแผนหรือความต้องการลงทุนในสหรัฐ เนื่องจากต้นทุนจะสูงขึ้นมาก และ 11.1% ระบุว่ามีบริษัทแม่หรือบริษัทในเครือตั้งอยู่ในสหรัฐแล้ว ขณะที่มีผู้ประกอบการเพียง 31.6% ที่มีการนำเข้าวัตถุดิบจากสหรัฐ อาทิ ถั่วเหลือง เครื่องจักรและอุปกรณ์ เม็ดพลาสติก และวัตถุดิบอาหารสัตว์ เป็นต้น เนื่องจากมีแหล่งวัตถุดิบอื่นที่ราคาถูกกว่า และใช้วัตถุดิบภายในประเทศ

นอกจากนี้ สภาผู้ส่งออกขอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสินค้าจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก Reciprocal Tariffs ซึ่งมีแนวโน้มทะลักเข้ามาในประเทศไทยและเป็นคู่แข่งไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น เครื่องเล่นเกม ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียงและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ภาชนะบนโต๊ะอาหาร ผลิตภัณฑ์พลาสติก เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน รถโดยสาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนังและรองเท้า เป็นต้น ซึ่งประเทศจีนมีการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเป็นสัดส่วนที่สูงมาก และต้องการหาตลาดทดแทน

เล็งหามาตรการดูแล

สภาผู้ส่งออกจึงเห็นว่าประเทศไทยควรพิจารณาดำเนินการมาตรการเพื่อป้องกันการนำเข้าและการเข้ามาลงทุนผลิตในประเทศ แบ่งเป็น

1) ข้อเสนอมาตรการต้านการนำเข้าสินค้าด้อยคุณภาพ โดยสิ่งที่ต้องกำกับดูแลตั้งแต่ในประเทศต้นทาง อาทิ สินค้าและโรงงานต้องได้รับการรับรองมาตรฐานของประเทศไทย สินค้าต้องระบุพิกัดให้ชัดเจนเพื่อให้ศุลกากรไทยสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ผู้ส่งออกที่ขายผ่าน e-Commerce Platform ต้องระบุ ID Number ให้ชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบฝ่ายไทย อาทิ ตรวจสอบสินค้านำเข้า 100% เพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพเข้าประเทศ ตรวจสอบสินค้าผ่าน Free Zone 100% เพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ

2) ข้อเสนอมาตรการต้านการลงทุนศูนย์เหรียญ ประกอบด้วย ทบทวนสิทธิประโยชน์ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับการลงทุนใหม่ ให้เป็นธรรมในการแข่งขันกับผู้ผลิตในประเทศ และให้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศไม่น้อยกว่า 40% เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศ มากกว่าเม็ดเงินลงุทนและมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจในประเทศไทย และกำหนดเงื่อนไขกิจการร่วมลงทุนที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุน

อาทิ ต้องมีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้ อย่างแท้จริงสู่ภาคการผลิตในประเทศ กำหนดให้กิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีสัดส่วนการจ้างแรงงานไทยไม่น้อยกว่า 50% เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานภายในประเทศ

3) ข้อเสนอมาตรการด้านการส่งเสริมค้าระหว่างประเทศ โดยต้องอัดฉีดงบประมาณสำหรับ “การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ” และ “งบฯสนับสนุนด้านการตลาดแก่ภาคเอกชน” อาทิ SMEs Proactive ให้มากขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าไทยในสายตาคู่ค้าและผู้บริโภคในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสภาผู้ส่งออกประเมินว่ามีรายการสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐเป็นจำนวนมาก และสามารถหาตลาดทดแทนได้ อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักร เครื่องปรับอากาศ ข้าว อาหารทะเลกระป๋อง ยางธรรมชาติ มอนิเตอร์และโปรเจ็กเตอร์ ถุงมือทางการแพทย์ น้ำผักและน้ำผลไม้ เป็นต้น

ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณสำหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกเพื่อช่วยให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จักในสายตาคู่ค้าและผู้บริโภคทั่วโลก อาทิ เพิ่มการจัดงานแสดงสินค้า (Trade Exhibition) ในประเทศ เพิ่มการเข้าร่วมจัด Thailand Pavillion ในงานแสดงสินค้าหลักในต่างประเทศ เพิ่มงบประมาณโครงการ SMEs Proactive เพื่อให้ SMEs สามารถเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศด้วยตนเอง และให้ข้อมูลคู่ค้าในประเทศเป้าหมายเพื่อนำเสนอสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมีทิศทางที่ชัดเจน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย จึงได้ตั้งเป้าหมายผลักดันยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อสร้างความมั่งคั่งสู่ประเทศ หรือ Long-Term Strategy for Thailand’s National Wealth Development เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน รวมถึงเพื่อให้ผู้ส่งออกไทยมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ผ่าน 6 แนวทางสำคัญ ประกอบด้วย

1) การวางตำแหน่งทางภูมิเศรษฐกิจ และการสร้างพันธมิตรกลุ่มประเทศ เพื่อส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก

2) การจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศเป้าหมาย

3) การบริหารกลยุทธ์การค้าทั้งสินค้าและบริการอย่างบูรณาการ

4) การปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์บีโอไอ โดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

5) การพิจารณาสิทธิประโยชน์ตามประเภทอุตสาหกรรมกำหนดหลักเกณฑ์สิทธิประโยชน์ตามสถานะของอุตสาหกรรมในประเทศ

6) การส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนไทยในต่างประเทศ

พร้อมทั้งแต่งตั้งรองประธานเพื่อผลักดันการดำเนินงานผ่าน 6 คณะกรรมการสำคัญ ได้แก่ 1) คณะกรรมการ Trade Environment 2) คณะกรรมการร่วมรัฐเอกชนด้านโลจิสติกส์และเศรษฐกิจดิจิทัล 3) คณะกรรมการ Maritime Transport 4) คณะกรรมการกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร

5) คณะกรรมการกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ 6) คณะกรรมการกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ เพื่อให้สามารถประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกซึ่งเป็นผู้ส่งออกจากทุกกลุ่มสินค้าในการแก้ไขปัญหาและผลักดันข้อเสนอแนะที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไปสู่ภาครัฐและภาคที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรท.สำรวจสมาชิกได้รับผลกระทบทรัมป์ 2.0 เสนอนายกฯ นั่งหัวโต๊ะแก้ปัญหา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...