โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 5 นักออกแบบไทย ผู้ชนะการประกวดในเวที Golden Pin Design Award ของไต้หวัน ที่ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่จะทำให้ความฝันเป็นจริง

นิตยสารคิด

อัพเดต 07 มี.ค. 2568 เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 03.29 น.
golden-pin-design-award-2024-cover

หนึ่งในเวทีที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแวดวงงานออกแบบของภูมิภาคเอเชีย ต้องมีชื่อของ Golden Pin Design Award ของไต้หวันรวมอยู่ด้วย นี่คือเวทีประกวดด้านการออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและมีการจัดประกวดต่อเนื่องมายาวนานกว่า 44 ปี ตั้งแต่ปี 2524 ก่อนที่จะพลิกโฉมไปสู่เวทีงานประกวดผลงานดีไซน์ระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ศิลปินทั่วโลกสามารถร่วมส่งผลงานเข้าประกวดได้ด้วย ในปี 2557

Golden Pin Design Award จัดขึ้นโดยสถาบันวิจัยการออกแบบแห่งไต้หวัน หรือ Taiwan Design Research Institute (TDRI) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ถือเป็นงานรางวัลการออกแบบที่มีชื่อเสียงที่สุดในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาจีนเป็นหลักในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน จีน มาเก๊า ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ผลงานการออกแบบที่ส่งเข้าประกวดจะแบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) การออกแบบการสื่อสาร (Communication Design) การออกแบบพื้นที่ (Spatial Design) และการออกแบบเชิงบูรณาการ (Integration Design) ครอบคลุมตั้งแต่สเกลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ งานออกแบบกราฟิก ไปจนถึงงานสถาปัตยกรรมทุกประเภทประกอบด้วยรางวัลระดับนานาชาติ 2 หมวด คือ Golden Pin Design Award สำหรับงานออกแบบที่ผลิตจริง กับ Golden Pin Concept Design Award ที่เป็นการประกวดคอนเซ็ปต์งาน โดยยังไม่จำเป็นต้องผลิตจริง เพื่อช่วยให้ผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดมีโอกาสได้รับการสนับสนุนและเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นที่จะทำให้ความฝันเป็นจริงได้

ขั้นตอนการตัดสินของ Golden Pin Design Award เป็นไปอย่างเข้มข้นถึงสามรอบ โดยปีที่ผ่านมามีคณะกรรมการกว่า 100 คน ซึ่งล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมออกแบบ และ 1 ใน 3 มาจากทวีปต่าง ๆ ทั้งยุโรป อเมริกา รวมถึงประเทศไทย เพื่อการตัดสินอย่างเป็นธรรม และสร้างมาตรฐานงานออกแบบที่ดีในระดับสากล

ในปี 2567 มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดชิงรางวัลทั้งสองประเภทเป็นจำนวนกว่า 8,000 ชิ้นงานจาก 27 ประเทศทั่วโลก มีผลงานออกแบบที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย Finalist for Best Design จำนวนทั้งหมด 138 ผลงาน โดยมีผลงานจากประเทศไทยที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Best Design Award ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดของการประกวด จำนวน 14 ผลงาน แบ่งเป็น Product Design 1 ผลงาน Communication Design 2 ผลงาน และ Spatial Design 11 ผลงาน

ผลการตัดสินเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ปรากฏว่า ไทยได้รับรางวัล Best Design Award จำนวน 5 ผลงาน ในสาขา Product Design 1 ผลงาน Communication Design 1 ผลงาน และ Spatial Design 3 ผลงาน

เริ่มจากหมวด Product Design ได้แก่ ผลงาน Ventilation Block – Air Flow ของบริษัท mflex factory โดยผลงานบล็อกคอนกรีตรุ่น Air Flow (BTL 201) นี้ มีลักษณะโดดเด่นเป็นรูปแบบเฉพาะตัว คือมีความโปร่งของบล็อกคอนกรีตทะลุกันทั้งสี่ด้าน มีด้านบนและด้านล่างเป็นด้านทึบ จึงช่วยเพิ่มมิติและสร้างลูกเล่นให้กับเปลือกอาคารต่างๆ ได้หลากหลาย ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับรูปด้านของอาคารจากมุมมองที่แตกต่างกันได้ รวมทั้งส่วนประกอบของคอนกรีตผสมดินทำให้เกิดสีและพื้นผิวที่แตกต่างของวัสดุ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของดินคือการช่วยลดอุณหภูมิและระบายความร้อนให้กับผนังได้เป็นอย่างดี ทำให้ผนังมีความเย็นเพิ่มมากขึ้น

ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทผลิตคราฟต์คอนกรีตเล็ก ๆ ของไทยแห่งนี้ส่งผลงานเข้าประกวดและสามารถคว้ารางวัลใหญ่ของงานไปครองได้สำเร็จ นอกเหนือจากความประทับใจในการจัดงานที่ผ่านการคิดวางแผนมาเป็นอย่างดี ทีมงานที่ใส่ใจทุกรายละเอียด รวมถึงการให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกคนอย่างเท่าเทียม คุณมนิษฐา ไรแสง สถาปนิกผู้ก่อตั้งบริษัท mflex factory เล่าว่า สิ่งที่เธอได้รับนอกเหนือจากการนำผลงานไปนำเสนอบนเวทีระดับนานาชาติครั้งนี้ คือการเปิดโลกใบใหม่ที่กว้างขึ้น นำไปสู่การก้าวข้ามกรอบจำกัดและเปิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน รางวัลนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เธอและทีมงานมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

คุณมนิษฐา ไรแสง สถาปนิกผู้ก่อตั้งบริษัท mflex factory

“ความสนุกของงานนี้ไม่ใช่เพียงแค่เราได้เห็นสิ่งแปลกใหม่จากการนำเสนอผลงานของนักออกแบบจากนานาประเทศ แต่ยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดกับนักสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก รู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังและเป็นแรงกระตุ้นให้อยากกลับมาสร้างสรรค์ผลงานที่ดีขึ้น ยิ่งได้ขึ้นไปยืนรับรางวัลบนเวที ก็ยิ่งผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนางานให้ได้มาตรฐานในระดับสากลมากขึ้นไปอีก”

นอกเหนือจากประสบการณ์อันอิ่มเอมในงานประกาศรางวัล คุณมนิษฐายังมีโอกาสเที่ยวชมเมืองไทเปและได้สัมผัสว่า ไต้หวันให้ความสำคัญกับงานออกแบบทั้งมิติส่วนรวมและมิติส่วนตัว สังเกตได้จากพื้นที่สาธารณะที่จะพบเห็นศิลปะแฝงตัวอยู่ทุกหนแห่ง เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ปล่อยพลังสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่

“เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลไต้หวัน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง TDRI ให้การสนับสนุนการออกแบบสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ส่งผลให้งานออกแบบของเขามีมาตรฐานและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงมีพื้นที่สาธารณะค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะพบเห็นศิลปะอยู่ในทุกที่ เขาทำให้ศิลปะและการออกแบบเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย เพราะผสมกลมกลืนไปกับวิถีชีวิต ช่วยสร้างความรื่นรมย์และเติมเต็มความสุขในชีวิตให้กับผู้คน สิ่งนี้สะท้อนกลับไปยังคนไต้หวันที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ ทุกอย่างถูกเติมเต็มด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เรารู้สึกว่าสังคมที่นี่มันว้าวจัง”

ถัดมาคือหมวด Communication Design ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลคือ งานออกแบบโปสเตอร์นิทรรศการ Crossover II: The Nature of Relationships โดย คุณมานิตา ส่งเสริม ซึ่งมีความโดดเด่นตรงที่วิธีการใช้สีอันเป็นเอกลักษณ์และสื่อสารเนื้อหาของนิทรรศการที่พาผู้ชมงานไปสำรวจแง่มุมต่าง ๆ ผ่านผลงานศิลปะไทยก่อนยุคสมัยปัจจุบัน ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2488 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ จนถึง พ.ศ. 2543 วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง (ก่อนเข้าสู่สภาวะปรากฏการณ์ร่วมสมัย) ได้อย่างน่าสนใจ

คุณมานิตาเป็นสมาชิก Alliance Graphique Internationale หรือ AGI กลุ่มรวมนักออกแบบกราฟิกระดับโลกที่ปัจจุบันมีคนไทยเป็นสมาชิกไม่ถึงสิบคน และเธอยังเคยได้รับเชิญให้เป็นกรรมการตัดสินงานประกวด Golden Pin Design Award ในปี 2566 ก่อนที่ในปีถัดมา เธอจะก้าวขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัล Best Design หมวด Communication Design หนึ่งเดียวของไทย

คุณมานิตา ส่งเสริม (ภาพ / Natthawut Taeja)

ในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์อิสระผู้โดดเด่นเรื่องงาน Typography หรือการจัดวางตัวอักษรเป็นกราฟิกเรียบ เท่ มีเอกลักษณ์ การได้ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดและได้รับรางวัลในครั้งนี้ คุณมานิตามองว่าถือเป็นประสบการณ์ที่ดี นำไปสู่การเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้ได้รู้จักคนในแวดวงดีไซน์ระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ผลงานของเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น และตอกย้ำให้เกิดความมั่นใจว่ายัง มีกลุ่มคนที่ชื่นชอบงานในแนวเดียวกับที่เธอสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงานและสร้าง Self-esteem ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

“ในโลกการทำงานจริง ไม่มีงานออกแบบไหนที่เป็นของนักออกแบบ 100% แต่มันคือการทำงานร่วมกันกับลูกค้า งานของเราอาจเสนอไม่ผ่านหรือถูกแก้จนไม่เหลือความเป็นเรา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องถูกผิด การได้รางวัลทำให้เรายังคงเชื่อในแนวทางการทำงานของตัวเอง แสดงให้เห็นว่า ยังมีคนยอมรับในสิ่งที่เราทำ ถือเป็นการสร้างแรงจูงใจและสร้าง Self-esteem ที่ดีในการทำงาน”

นอกจากนี้ คุณมานิตายังได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับงานออกแบบของไต้หวันไว้ว่า ในขณะที่งานออกแบบฝั่งไทยส่วนใหญ่เน้นไปในงานเชิงพาณิชย์ เธอสังเกตว่าฝั่งไต้หวันเน้นงานออกแบบเชิงวัฒนธรรมเสียเป็นส่วนใหญ่ การออกแบบของไทยมักนำเอาองค์ประกอบที่ดูเหมือนเข้ากันไม่ได้มารวมกัน แต่สุดท้ายแล้วกลับเสริมซึ่งกันและกันได้ ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทย ส่วนการออกแบบของไต้หวันพยายามเชื่อมโยงภูมิปัญญาเข้ากับงานออกแบบ โดยยังคงสอดแทรกเอกลักษณ์ทางความคิด หรือวัฒนธรรมไว้ได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

“ตอนไปไต้หวัน เห็น Commercial Art ของเขามันเรียบง่ายมาก ต่างจากงานของบ้านเราที่ค่อนข้างหวือหวา แต่พอเป็น Cultural Art งานของเขาก็ดูเท่มาก คิดว่าส่วนหนึ่งเพราะสภาพบ้านเมือง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเขาที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิม สังเกตจากตึกเก่าที่เขาพยายามอนุรักษ์ไว้ ตอนทีมงานพาเดินชมเขตเมืองเก่า รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต ตึกใหม่ทันสมัยเขาก็มี แต่รากเหง้าทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของไต้หวันเขาก็รักษาไว้ มันอาจสะท้อนคำตอบได้ว่า ทำไมเขาถึงให้ความสำคัญกับงาน Cultural Art มากกว่า”

มาถึงหมวด Spatial Design ซึ่งไทยทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ในครั้งนี้สถาปนิกชาวไทยคว้ามาได้ถึง 3 รางวัล จากจำนวนผู้ได้รับรางวัลในสาขานี้ ทั้งสิ้น 10 ผลงาน ผลงานแรก ได้แก่ N.L.N. Villa ของ 1922 Architects โปรเจ็กต์ที่อยู่อาศัยขนาด 45 ตารางเมตร ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมุ่งเน้นการนำไม้กลับมาใช้ใหม่เข้ากับเทคนิคการก่อสร้างสมัยใหม่และงานฝีมือท้องถิ่น โดยคำนึงถึงมลพิษทางอากาศและข้อจำกัดของวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อาคารมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศและวิถีชีวิตในท้องถิ่น

ด้วยความเชื่อของสถาปนิก 1922 Architects ที่ว่า สถาปัตยกรรมไม่เพียงเป็นตัวโอบกอดห่อหุ้มมนุษย์เท่านั้น แต่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงมนุษย์กลับเข้าสู่ธรรมชาติด้วย สตูดิโอแห่งนี้จึงเน้นการสื่อภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่มีรายละเอียด เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติหรืองานประเภทพื้นถิ่น แม้ว่าจะไม่ได้ไปรับรางวัลด้วยตนเอง แต่คุณทรงธรรม ศรีนัครินทร์ สถาปนิกและหนึ่งในผู้ก่อตั้ง 1922 Architects มองว่า รางวัลนี้ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารความเชื่อของเขาผ่านผลงานไปยังวงกว้าง เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนให้ผู้คนได้ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง

คุณทรงธรรม ศรีนัครินทร์ สถาปนิกและหนึ่งในผู้ก่อตั้ง 1922 Architects

“เราพยายามพูดถึงเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างคนและธรรมชาติ สถาปัตยกรรมไม่ควรเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนแยกตัวออกจากธรรมชาติ แต่ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้อยู่อย่างกลมกลืน ผมจึงเน้นการสื่อสารประเด็นนี้เป็นหลัก เพราะอยากให้คนหันมาใส่ใจเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การได้รับรางวัลก็เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนประเด็นเหล่านี้ออกไปยังวงกว้าง และยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานที่มีความเชื่อเดียวกันว่า งานขนาดเล็กแต่คิดมาอย่างดี มีแนวทางที่ชัดเจน ก็สามารถคว้ารางวัลได้ ผมมองว่าสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นไม่ใช่แค่เรื่องของบ้านเรา แต่สามารถส่งต่อชุดความคิดบางอย่างไปยังประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกันได้ รูปแบบเป็นแค่สิ่งภายนอก แต่แก่นของงานสามารถนำไปต่อยอดได้หลากหลายรูปแบบ”

แม้จะออกตัวว่าไม่ได้ศึกษาเรื่องสถาปัตยกรรมของไต้หวันอย่างลึกซึ้ง แต่คุณทรงธรรมก็ตั้งข้อสังเกตว่า ไต้หวันให้ความสำคัญกับงานออกแบบสถาปัตยกรรม เห็นได้จากการมีอาคารสาธารณะที่น่าสนใจจำนวนมาก ทั้งจากสถาปนิกชื่อดังชาวไต้หวันและชาวต่างชาติ ซึ่งล้วนส่งผลต่อแรงบันดาลใจของผู้คนในสังคม

“อาคารสาธารณะสวย ๆ ที่ผ่านกระบวนการคิดและออกแบบมาอย่างดีช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ใช้งานได้ และสามารถเข้าถึงคนทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการได้มากกว่าอาคารที่เป็นส่วนตัว ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่ที่เด็ก ๆ สามารถเข้ามาใช้งานได้ เขาจะซึมซับได้ว่า งานสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องของทุกคน ถ้าเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เมื่อโตขึ้นก็จะให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ และต่อยอดให้เกิดการสร้างสรรค์ต่อ ๆ ไป”

อีกหนึ่งผลงานที่คว้ารางวัลใหญ่ในหมวดเดียวกัน คือ Lanna Rice Research Center, Chiang Mai University โดย Hanabitate Architects ที่ออกแบบโดยผสมผสานแสงธรรมชาติและการระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำ “บล็อกข้าว” มาใช้เป็นผนังอาคารอย่างสร้างสรรค์ ช่วยเน้นความโดดเด่นของพันธุ์ข้าวท้องถิ่น ซึ่งทำหน้าที่ทั้งในเชิงการใช้งานและการศึกษา พร้อมส่งเสริมแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบยังรองรับการขยายตัวในอนาคตและมีต้นทุนในการบำรุงรักษาที่ต่ำ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นในการใช้งานจริง

ศาสตราจารย์ ดร.ณวิทย์ อ่องแสวงชัย สถาปนิกผู้ออกแบบ ตั้งใจเดินทางไปรับรางวัลแรกในชีวิตครั้งนี้ด้วยตนเอง เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์นำมาแบ่งปันให้กับนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ตนสอนอยู่ รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้กับตนเอง

ศาสตราจารย์ ดร.ณวิทย์ อ่องแสวงชัย สถาปนิกผู้ออกแบบ

“เขาจัดงานได้ดีมาก ค่อนข้างไร้รอยต่อ ผู้ร่วมงานมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีรายละเอียดในการร่วมงานต่างกันไป แต่ทีมงานเขาดูแลได้อย่างทั่วถึงและราบรื่น แม้ว่าตอนเขาเชิญไปร่วมงานจะยังไม่รู้ผลการตัดสิน แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ที่ดี ผมมีโอกาสได้ไปดูงานซึ่งทีมงานเลือกสถานที่ได้ดีมาก เป็นโรงงานทำเซรามิกตั้งแต่รุ่นพ่อที่รุ่นลูกมารับไม้ต่อ เขารีไซเคิลเศษแก้วให้เป็นวัสดุสมัยใหม่ โดย TDRI เข้าไปช่วยส่งเสริม เพื่อปรับของเดิมที่มีอยู่ให้กลายเป็นของร่วมสมัย ถึงจะไม่ใช่การดูงานสถาปัตยกรรม แต่ผมมองว่าน่าสนใจ เพราะมันคือการทำให้งานฝีมือเก่า ๆ ได้มีที่ยืนในโลกปัจจุบัน และยังสามารถนำมาต่อยอดเป็นวัสดุทางสถาปัตยกรรมได้ด้วย”

หลังจากเดินทางไปเที่ยวไต้หวันครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ดร.ณวิทย์ ได้กลับไปที่นี่แทบทุกปีหลังจากช่วงโควิด ไม่เพียงไปเยี่ยมชมอาคารของสถาปนิกระดับโลกที่มีอยู่หลายแห่ง แต่ยังได้สำรวจสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจของสถาปนิกชาวไต้หวัน สิ่งที่น่าแปลกใจคือได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ทุกปี

“มีสถาปนิกไต้หวันเก่ง ๆ เยอะมาก ที่น่าสนใจคือเขาใช้วัสดุงานฝีมือในท้องถิ่นในการสร้างงาน ซึ่งถ้าดูในรายละเอียด มันน่าสนใจมาก มีสตูดิโอแห่งหนึ่งซึ่งได้รับรางวัล Golden Pin Design Award เหมือนกัน ชื่อ Forest-Wood Archi-Tect. NK เขาใช้วัสดุไม้ของไต้หวันมาปรับโฉมใหม่แบบไร้ขีดจำกัด สร้างผลลัพธ์ที่จะว่าร่วมสมัยก็ไม่เชิง แต่เปิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้เห็นว่า จากของที่มีอยู่มันเป็นไปได้ขนาดนี้เลยหรือ ซึ่งผมมองว่าไต้หวันทำออกมาได้ดี เขามีงานสถาปัตยกรรมสเกลเล็ก ๆ ที่น่าสนใจซ่อนอยู่เต็มไปหมด ซึ่งผมชอบมากและเลือกจะเดินทางไปดูงานเล็ก ๆ เหล่านี้แทบทุกปี”

ปิดท้ายด้วยผลงาน Harudot Chonburi by Nana Coffee Roasters ของ IDIN Architects ร้านกาแฟที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดชลบุรี ด้วยความโดดเด่นของการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ สร้างความกลมกลืนระหว่างธรรมชาติกับสถาปัตยกรรม ออกมาเป็นร้านทรงจั่วที่ให้ภาพจำชัดเจน เสริมลูกเล่นด้วยการเป็นพื้นที่ให้ต้นไม้เติบโต สะท้อนให้เห็นการสื่อสารอันงดงามระหว่างผู้คนกับสิ่งแวดล้อม พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณของแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจน

นี่ถือเป็นครั้งที่สองที่ IDIN Architects ได้รับรางวัล Golden Pin Design Award ครั้งแรกจากผลงาน Best Design หมวด Spatial Design – NANA Coffee Roasters Bangna ในปี 2566 และกลับมาอีกครั้งในผลงาน Harudot Chonburi by Nana Coffee Roasters ที่คว้ารางวัล Best Design หมวดเดียวกันในปี 2567 ถ้าใครได้ติดตามข่าวสารในแวดวงสถาปัตยกรรมบ้านเรา จะได้ยินชื่อของ IDIN Architects บนเวทีรางวัลต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง คุณจีรเวช หงสกุล สถาปนิก ผู้ก่อตั้ง IDIN Architects เล่าว่า เขาเป็นคนชอบประกวดแบบตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ พอมาเปิดบริษัทของตัวเองก็สนุกกับการออกแบบของจริง ส่วนการประกวดก็เป็นเหมือนการเช็กฟีดแบ็กผลงานของตัวเอง

คุณจีรเวช หงสกุล สถาปนิก ผู้ก่อตั้ง IDIN Architects

“การส่งประกวดเหมือนเป็นการรีเช็กว่างานของเราได้รับการยอมรับจากคนอื่นไหม ถ้าได้ ก็แปลว่าเราน่าจะเดินมาถูกทาง สิ่งสำคัญคือลูกค้าชอบมาก เวลาได้รางวัลลูกค้าจะแฮปปี้ เหมือนเป็นการรับรองว่าตึกของเขามีคุณค่า ช่วงนี้รางวัลด้านสถาปัตยกรรมมีเยอะมาก แต่ผมมักจะเลือกส่งประกวดในเวทีที่เก่าแก่ มีชื่อเสียง และดูน่าเชื่อถือ”

ก่อนช่วงโควิด คุณจีรเวชเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยวไต้หวันแทบทุกปี ในมุมมองของสถาปนิกมือรางวัล สิ่งที่คุณจีรเวชประทับใจคือ Creative Park ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งสวนสาธารณะและสถานที่รองรับความคิดสร้างสรรค์ให้กับทุกคน รวมถึงการเป็นเมืองช่างดีไซน์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของชาวไต้หวัน

“สิ่งที่ชอบมากคือ Creative Park ผมว่ามันเจ๋งดี เขาหยิบเอาของเก่ามาใช้งานใหม่ อย่างโรงงานไวน์เก่าซึ่งปิดทิ้งร้างก็กลายเป็น Huashan 1914 Creative Park หยิบเอาโรงงานบุหรี่เก่ามาปรับปรุงเป็น Songshan Cultural Park ผมชอบความเป็น ‘เมืองขี้ดีไซน์’ ของไต้หวัน เขาจับจดกับการหาคำตอบใหม่ ๆ นี่คือพื้นฐานของการเป็นนักออกแบบที่สำรวจอะไรใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าเขาเนิร์ดดี เขาให้คุณค่ากับงานออกแบบจริง ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วมันนำไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้”

นับได้ว่า Golden Pin Design Award เป็นเวทีด้านการออกแบบที่สะท้อนให้เห็นศักยภาพของนักออกแบบไทยที่คว้ามาได้หลายรางวัล โดยเฉพาะการออกแบบสถาปัตยกรรม และยังสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของไต้หวันในการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์บนรากฐานการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของนโยบายเศรษฐกิจทั่วโลก

เรื่อง : รติรัตน์ นิมิตรบรรณสาร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

“ดอกกัลปพฤกษ์” บานสะพรั่งสุดตื่นตาตื่นใจ ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์

Manager Online

เติมพลังเช้าวันใหม่ด้วยคอมโบเซตอาหารเช้าสุดคุ้มจาก Milk & Co @ Centara Grand CentralWorld

Ticy City

‘SEVENTEEN’ กับความท้าทายใหม่ กลยุทธ์ในวันที่เมมเบอร์ต้องเข้ากรม

กรุงเทพธุรกิจ

ไขข้อสงสัย ทำไมไม่ควรแช่แข็ง "ไข่ต้ม" ในช่องฟรีซ กูรูแนะวิธีเก็บที่ถูกต้อง

sanook.com

เหล่าเซเลบบุกธุรกิจกาแฟ ปั้นแบรนด์แข่ง เสิร์ฟยันเมล็ดพันธุ์

Manager Online

แฉตำนานรักต่างชนชั้น!? “เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด” กับสาวนางโชว์

Manager Online
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...