โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯเชิญชวน ครม. ใส่ชุดผ้าลายพระราชทาน'ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์' สั่งเตรียมรับมือกำแพงภาษีสหรัฐฯ ทบทวน กม.ขายเหล้า

VoiceTV

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 05.49 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร มีข้อสั่งการในการประชุมดังนี้

1. ลายผ้าพระราชทาน "ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์" สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน "ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์" เนื่องในโอกาสที่ทรงได้รับการถวายปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พระองค์ท่านได้พระราชทานผ้าลายดังกล่าวแก่ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรมไทยเพื่อนำไปถักทอผืนผ้า และสร้างสรรค์งานหัตถกรรม

โดยนายกรัฐมนตรี ได้เชิญชวนให้คณะรัฐมนตรีทุกท่าน สวมใส่ผ้าลายพระราชทานสิริราชพัสตราภรณ์ และขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันประชาสัมพันธ์ผ้าลายพระราชทาน พร้อมกับให้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการสวมใส่ตามโอกาสต่าง ๆ พร้อมทั้งศึกษาต่อยอดส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อไป

2. นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการต่อไปว่าขอให้ดำเนินการศึกษาทบทวนกฎหมายการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อปรับรูปแบบ ข้อบังคับทางกฎหมายให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการจำหน่ายมานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 เมื่อ 53 ปีที่แล้ว โดยรัฐบาลได้รับหนังสือจากภาคธุรกิจเอกชนหลายกลุ่ม เสนอถึงข้อเรียกร้องในการพิจารณา ปรับข้อบังคับในการอนุญาตขายให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสังคมไทยในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมามีข้อจำกัดทางกฎหมายไม่สอดรับกับความเป็นจริงในสังคม

โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.มหาดไทย ก.ท่องเที่ยวฯ ก.ยุติธรรม และ ก.สาธารณสุข ไปศึกษาหามาตรการในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การห้ามจำหน่ายระหว่างเวลา 14.00 -17.00 น. ว่าเหมาะสมหรือสอดรับความเป็นจริงในสังคมไทยอย่างไร และการห้ามจำหน่ายในวันสำคัญทางพุทธศาสนา รวมถึงการห้ามจำหน่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจจะติดขัดในเรื่องของข้อจำกัดทางด้านเขตพื้นที่ควบคุม (zoning) โดยขอให้พิจารณา ปรับปรุงแก้ไขในข้อกฎหมาย หรือข้อบังคับหรือประกาศ ใดๆที่ทำได้ก่อนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มีนาคม 2568 นี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ แต่ทั้งนี้ขอย้ำว่า จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และการป้องกันเยาวชนไม่ให้เข้าถึงแอลกอฮอล์ได้อย่างเหมาะสม และเป็นรูปธรรม สอดรับกับความเป็นจริงในประเทศไทย

ทั้งนี้ในการสนับสนุน เศรษฐกิจของประเทศให้คำนึงถึงการที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายให้ปีนี้ เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้มีการ ส่งเสริมในการจัดกิจกรรมระดับโลกต่าง ๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีทั้งในเมืองหลัก และเมืองน่าเที่ยว ซึ่งจะเป็นการทำให้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่นโรงแรม ร้านอาหาร ได้รับประโยชน์ต่อไป

3. การศึกษามาตรการทางการค้ากับอเมริกาเนื่องด้วยสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ จะมีการประกาศนโยบายทางการค้า เช่น กำแพงภาษี ที่อาจจะเป็นผลเสียต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทยรวมถึงสินค้าอื่น ๆ เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทางรัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 เพื่อดำเนินการศึกษาวางแผน และรับมือนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศของไทย กับสหรัฐอเมริกาในภาพรวม เพื่อให้มีทิศทางที่ชัดเจน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการค้า และการลงทุนของประเทศ โดยมีท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น BOI ก.เกษตรฯ ก.ต่างประเทศ ก.พาณิชย์ ร่วมเป็นคณะทำงานนั้นขอให้คณะทำงานดังกล่าว รวมถึง ก.เกษตรฯ และ ก.กลาโหม เร่งศึกษาสรุปข้อมูล ทั้งผลดีผลเสีย และมาตรการรับมือเจรจาต่อรองทางด้านการค้าการลงทุน เพื่อนำมาเสนอต่อ ครม. ในครั้งต่อไป

4. ในการเดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการจากการนั้น ขอให้ ก.คมนาคม เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 พร้อมทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่2 นครราชสีมา - หนองคาย ที่ ครม. เพิ่งจะอนุมัติไป เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการเดินทางทั้งประชาชน และสินค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงเร่งประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการ Landbridge เพื่อให้เกิดการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน

และขอสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก.ต่างประเทศ ก.มหาดไทย ก.ดิจิทัลฯ หน่วยงานความมั่นคง เร่งหาความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติออนไลน์ กับทางการจีนอย่างเร่งด่วน

ส่วนด้านสินค้าการเกษตร ขอให้ ก.เกษตรฯ เร่งรัดติดตามการจัดตั้ง Joint Working Group ไทย-จีน ร่วมกันจัดทำมาตรฐานและกำหนดข้อตกลงที่เกี่ยวกับแนวทางดำเนินการตรวจปล่อยสินค้าเกษตรระหว่างกัน (Mutually Acceptable Procedure)ในสินค้าพืช ปศุสัตว์ (โคเนื้อ) และประมง ให้เกิดผลโดยเร็ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...