โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อ.เจษฎา ย้ำ “โอโซน เป็นก๊าซพิษ” ทำอันตรายทั้งต่อมนุษย์ และสัตว์เลี้ยง

สวพ.FM91

อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 09.21 น.

18 เมษายน 2568 จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปเล่าเหตุการณ์ เตือนใจใครหลายๆ คน ในการใช้เครื่องอบโอโซนในห้อง ที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ โดยเลี้ยงน้องแมว 12 ตัว และ สุนัขพันธุ์เล็กอีก 5 ตัว โดยจะใช้เครื่องอบโอโซนในการฆ่าเชื้อ และลดกลิ่นเหม็น ในวันที่เกิดเหตุ หลังจากทำความสะอาดห้องเรียบร้อยดีแล้ว เธอได้ปิดสวิตช์เครื่องโอโซน แต่ไม่ได้ถอดปลั๊ก สันนิษฐานว่า เครื่องโอโซนทำงานเองตลอดเวลา จนล่วงเลยมาช่วงเช้าของอีกวัน น้องหมาในห้อง เกิดหายใจติดขัด อ่อนเพลีย อาการเริ่มไม่ค่อยดี จึงพาหมา 3 ตัวที่อาการหนัก ไปหาสัตวแพทย์ตรวจเช็คอาการ ก่อนกลับมาบ้าน ก็กลายเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เมื่อเปิดประตูห้องนั้นอีกครั้ง พบว่า แมว 4 ตัวที่อยู่ในห้องเดียวกัน ตาย

อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า “ก๊าซโอโซน เป็นก๊าซพิษ” จะนำมาใช้กัน ต้องระมัดระวังสูงมากๆ โดยเฉพาะกับในห้องที่มีคนและสัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่

พร้อมระบุอีกว่า โอโซนเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น เกิดจากฟ้าผ่า หรือแสงจากดวงอาทิตย์ ซึ่งโอโซนเกิดจากการรวมตัวกันของก๊าซออกซิเจน และอะตอมออกซิเจน โดยการกระตุ้นของรังสีอัลตราไวโอเลตซี (UV-C) ปรากฏอยู่ในชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) หรือชั้นที่มีโอโซนหนาแน่นที่สุด ทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันปกป้องสิ่งมีชีวิตบนโลก จากรังสีที่มาจากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรังสีอัลตราไวโอเลตบี (UV-B) ที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

แต่ขอย้ำว่า “โอโซนเป็นก๊าซพิษ” เป็นก๊าซที่ทำอันตรายต่อมนุษย์ และสัตว์เลี้ยงได้ หากสูดโอโซนเข้าไปมาก ๆ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดศีรษะ, แน่นท้อง, ท้องเสีย และอาเจียน ส่งผลเสียกับปอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีระบบภูมิต้านทานไม่แข็งแรงพอ การอยู่ในพื้นที่ที่มีก๊าซโอโซนจากอุตสาหกรรมและการคมนาคม มากๆ ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรม และย่านริมถนนในกรุงเทพมหานคร ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ แม้ก๊าซโอโซนจะถูกจัดให้เป็นหนึ่งในก๊าซพิษ แต่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น นำไปใช้เป็นสารซักฟอก ช่วยในการฟอกสี สามารถนำไปบำบัดน้ำเสียให้น้ำสะอาดได้ นอกจากนี้ ยังช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย ทั้งยังช่วยสลายก๊าซพิษต่าง ๆ ทำให้อากาศสะอาดบริสุทธิ์ขึ้น ดังเช่นที่เอามาทำเป็นพวก “เครื่องอบโอโซน”
คำแนะนำเรื่อง “การอบโอโซนอย่างไรให้ปลอดภัย” (รวบรวมโดย บ. CKKEQUIPMED ) มาเผยแพร่เป็นแนวทางสำหรับบ้านที่ใช้เครื่องอบโอโซน ดังนี้

1. ทำความรู้จักโอโซน โอโซนคือโมเลกุลที่ประกอบด้วยออกซิเจน 3 อะตอม ซึ่งมีคุณสมบัติต่างๆ รวมถึงการฆ่าเชื้อโรค จึงมีการนำโอโซนมาใช้ในการกำจัดสิ่งไม่พึงประสงค์บางชนิดในอากาศ หรือที่เรียกว่า “การอบโอโซน” เครื่องผลิตโอโซน จะแปลงออกซิเจนให้กลายเป็นโอโซน อะตอมออกซิเจนอะตอมหนึ่งในโอโซน จะแยกตัวออกมาจับตัวกับสิ่งไม่พึงประสงค์ในอากาศ แล้วระงับการทำงานของสิ่งเหล่านั้น ส่วนโอโซน เมื่อเหลืออะตอมออกซิเจน 2 อะตอม ก็เท่ากับว่าได้คืนสภาพเป็นออกซิเจน ที่มนุษย์ใช้หายใจโดยอัตโนมัติ ต้องใช้งานด้วยความระมัดระวัง เพราะโอโซนมีพิษกับระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก อาจเกิดอาการไอ คันคอ หายใจไม่ออก รวมทั้งอาจทำให้เนื้อเยื่อปอดเสียหายได้

2. พื้นที่อบโอโซนไม่ควรมีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ หากจะปล่อยโอโซนออกมาฆ่าเชื้อหรือกำจัดสารเคมีต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต้องปล่อยโอโซนออกมา ในระดับที่ “เกิน” ค่ามาตรฐานที่มนุษย์รับได้ ในไทย คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นโอโซนต่อ 1 ชั่วโมงไม่ให้เกิน 0.10 ppm และต่อ 8 ชั่วโมงไม่ให้เกิน 0.07 ppm) การอบโอโซน จึงควรทำในพื้นที่ที่ไม่มีคนอยู่ในเวลานั้น ผู้อบโอโซนไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้อง เพราะเครื่องผลิตโอโซน มักจะตั้งเวลาการทำงานได้ ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ชัดเช่นกันว่า ไม่มีสัตว์เลี้ยง หรือพืชกระถาง คงเหลืออยู่ในพื้นที่

3.ควรปิดพื้นที่ ที่มีการอบโอโซน โอโซนอาจเล็ดรอดออกไปสู่พื้นที่ใกล้เคียง และก่ออันตรายกับผู้คนในบริเวณดังกล่าว จึงควรอบโอโซนในพื้นที่ปิด ปิดประตูและหน้าต่างของพื้นที่ที่มีการอบโอโซนอย่างแน่นหนา และตรวจสอบให้แน่ใจว่า ไม่มีรูหรือช่องเปิด ที่จะทำให้โอโซนแพร่กระจายออกมาจากพื้นที่นั้นได้

4.ระมัดระวังวัสดุที่อาจถูกโอโซนกัดกร่อน สิ่งของบางประเภทอาจเสียหายจากฤทธิ์กัดกร่อนของโอโซน สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางแตกหัก เส้นใยผ้าจะเปราะบางลง สีย้อมผ้าและเม็ดสีบางประเภทในภาพเขียน จะจางลง ดังนั้น หากต้องการรักษาสภาพสิ่งของไม่ให้ถูกโอโซนกัดกร่อน ก็ควรจะนำสิ่งของเหล่านั้น ออกไปจากพื้นที่เสียก่อน

5.รอให้โอโซนสลายตัว หลังอบโอโซนเสร็จ อาจจะต้องรอครึ่งชั่วโมง ถึง 2 ชั่วโมงเพื่อให้โอโซนที่หลงเหลืออยู่ในพื้นที่สลายตัว ก่อนจะกลับเข้าไปในพื้นที่อีกครั้ง หากโอโซนยังหลงเหลือในปริมาณมาก มนุษย์ก็สามารถได้กลิ่นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม โอโซนสามารถทำให้มนุษย์สูญเสียความสามารถในการได้กลิ่นโอโซนอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การไม่ได้กลิ่น จึงไม่ได้หมายความว่า ไม่มีโอโซน

6.ควรกำจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่ต้นตอ ควรจัดการกับแหล่งที่มา เช่น ถ้าในห้องมีกลิ่นเหม็นเพราะมีขยะอยู่ ก็ควรจัดการขยะให้เรียบร้อย มิฉะนั้น ต่อให้โอโซนดับกลิ่นเหม็นไปแล้ว กลิ่นก็จะยังกลับมา

7.ปฏิบัติตามคู่มือและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน โอโซนอาจทำปฏิกิริยาทางเคมีกับสารเคมีที่มีอยู่ในพื้นที่ ทำให้เกิดสารที่อาจทำให้ระคายเคืองเมื่อมีปริมาณมากเพียงพอได้ ผู้ใช้งานจึงควรจะปฏิบัติตามคู่มือของเครื่องผลิตโอโซน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการใช้งาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...