“ไข่ผำ” พืชโปรตีนแห่งอนาคต จากเมนูพื้นบ้านสู่อาหารระดับมิชลิน!
“ไข่ผำ” พืชโปรตีนแห่งอนาคต จากเมนูพื้นบ้านสู่อาหารระดับมิชลิน!
เชื่อว่าคนจากภาคเหนือและอีสานคงจะคุ้นเคยกับ ‘ไข่ผำ’(Wolffia Globosa) พืชลอยน้ำตระกูลแหน เป็นพืชที่มีดอกเล็กที่สุดในโลกเพราะมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 0.5-1.5 มิลลิเมตรเท่านั้น สามารถพบได้ตามหนองคลองบึงน้ำสะอาด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน สามารถเป็นอาหารให้ทั้งคนและสัตว์ จึงมีเมนู แกงอ่อมไข่ผำ แกงคั่วไข่ผำ ไข่เจียวไข่ผำ และอื่นๆ อีกสารพัดเมนู
ไข่ผำมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีเขียวสด ไม่นานมานี้เป็นที่โด่งดังมากในโลกออนไลน์ เพราะเชฟมิชลินได้รังสรรค์วัตถุดิบพื้นบ้านให้หลากหลายหลายขึ้นและมีมูลค่าสูง บางคนอาจเรียกไข่ผำด้วยว่า ‘กรีนคาเวียร์’
งานวิจัยเผยว่าไข่ผำมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เพราะมีทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต กรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 และ 6 พร้อมกรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิดที่ร่างกายเราไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ซึ่งอันดับกรดอะมิโนที่พบมากที่สุด คือ ไลซีน ฟีนิลอะลานีน และลิวซีน ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
นอกจากไข่ผำจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยรักษาอาการท้องผูก และภาวะซีดสำหรับโรคโลหิตจางมากกว่าสาหร่ายเกลียวทองแล้ว ยังมีโปรตีนที่สูงกว่าถั่วเหลือง เป็นโปรตีนทางเลือกได้ โดยวิธีการเพาะเลี้ยงก็ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าถั่วเหลืองมาก เพราะไข่ผำใช้พื้นที่และปริมาณนำ้ที่น้อยในการเพาะเลี้ยง แถมยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนด์ไดออกไซด์ด้วยนะ!
สารอาหารของไข่ผำมีมากมาย และแม้ว่ามันจะเป็นพืชน้ำ สีเขียวสด ที่คนไม่กินผักน่าจะรู้สึกอี๋อยู่บ้าง แต่จริงๆ แล้วไข่ผำนั้น ‘ไม่มีรสชาติ’ ไม่เหม็นเขียว รสสัมผัสกรุบกรอบ ใครไม่ชอบกินผัก หรือเด็กๆ สามารถทานได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นชาววีแกนยิ่งมีทางเลือกสำหรับโปรตีนเพิ่มมากขึ้น เพราะไข่ผำสามารถนำไปรังสรรค์ได้หลากหลายเมนู ทั้งเมนูพื้นบ้านแบบไทยๆ หรือจะเป็นพาสต้า พิซซ่า คุ้กกี้ สมูทตี้ เค้ก และอื่นๆ ได้อีกเพียบ!
อย่างไรก็ตาม หากว่าใครอยากลองชิมเมนูไข่ผำ อย่าลืมล้างน้ำให้สะอาด ปรุงสุกทุกครั้ง และถ้าอร่อยก็อย่าบริโภคเกินปริมาณที่เหมาะสมล่ะ!
ที่มา
https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/food/1161606
Photo: bowonpats