โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สัญญาณชีวิตนอกโลกจากดาว Bennu

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 22.21 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

30 เมษายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความโดย: อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

การศึกษาที่มาของดาวเคราะห์น้อย ประโยชน์ไม่ได้มีเพียงแค่การป้องกันการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติจากเหตุการณ์พุ่งชนครั้งใหญ่เท่านั้น แต่ยังนำไปสู่การไขปริศนาครั้งใหญ่เกี่ยวกับคุณสมบัติของจักรวาลในยุคแรก และปัจจัยที่นำไปสู่การกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลก

Bennu ความเสี่ยงพุ่งชนโลกในศตวรรษหน้า

ดาวเคราะห์น้อย Bennu ถูกค้นพบในปี 1999 ตั้งชื่อนกในเทพปกรณัมอียิปต์ ซึ่งเป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์ การก่อกำเนิด และการเกิดใหม่

Bennu เป็นดาวเคราะห์น้อยชนิด C-type (โครงสร้างหลักเป็นคาร์บอน) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 490 เมตร ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 1.19 ปี

Bennu อยู่ในกลุ่มดาวเคราะห์น้อย Apollo มีต้นกำเนิดจากแถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid Belt) ซึ่งอยู่ระหว่างวงโคจรดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี คาดว่าเริ่มโคจรมาใกล้โลกเมื่อ 1-2.5 ล้านปีที่แล้ว

โอกาส Bennu เฉียดโลกในปี 2060/2135

คาดว่า ดาวเคราะห์น้อย Bennu จะโคจรมาใกล้โลกที่สุดในวันที่ 23 กันยายน 2060 โดยจะอยู่ห่างจากโลกประมาณ 750,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 2 เท่าของระยะห่างจากโลกถึงดวงจันทร์

และจะกลับมาโคจรใกล้กับโลกอีกครั้งในวันที่ 25 กันยายน 2135 คาดว่าจะอยู่ห่างจากพื้นโลกเพียง 203,000 กิโลเมตร

แม้จะไม่มีโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อย Bennu จะพุ่งชนโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า แต่มีการตั้งสมมติฐานว่า การโคจรใกล้โลกในปี 2135 อาจทำให้ดาวเคราะห์น้อย Bennu หลุดเข้า Gravitational Keyhole ของโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ในอวกาศที่แรงโน้มถ่วงของโลกจะเปลี่ยนแปลงวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย และเพิ่มโอกาสการพุ่งชนโลกในวันที่ 24 กันยายน 2182

ตามสถิติพบว่า โอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 500 เมตร พุ่งชนโลกจะมีขึ้นทุก ๆ 130,000 ปี

หากดาวเคราะห์น้อย Bennu พุ่งชนโลก จะก่อให้เกิดพลังงานเทียบเท่าระเบิด TNT จำนวน 1,200 ล้านตัน หรือรุนแรงกว่า Tsar Bomba ระเบิดนิวเคลียร์ที่รุนแรงที่สุดในโลกประมาณ 22 เท่า

อย่างไรก็ดี แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์โดยทีมวิจัยของลอเรตตาและคณะในปี 2015 เชื่อว่า จุดจบของดาวเคราะห์น้อย Bennu มีหลายปัจจัยนอกเหนือจากการพุ่งชนโลก

โดยพบว่าในอีก 300 ล้านปีข้างหน้า มีโอกาส 48% ที่ Bennu จะพุ่งใส่ดวงอาทิตย์ และมีโอกาส 10% ที่จะถูกเหวี่ยงออกนอกระบบสุริยะชั้นในจากอิทธิพลแรงดึงดูดของดาวพฤหัสบดี

ส่วนดาวเคราะห์ที่มีโอกาสถูกดาวเคราะห์น้อย Bennu ชนมากที่สุดได้แก่ ดาวศุกร์ (26%) ตามด้วยโลก (10%) ดาวพุธ (3%) ดาวอังคาร (0.8%) และมีโอกาสกลับไปรวมตัวกับดาวพฤหัสบดีที่ 0.2%

ข้อมูลเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2025 พบว่า ดาวเคราะห์น้อย Bennu คือดาวเคราะห์น้อยเพียง 2 ดวงที่ความเสี่ยงพุ่งชนโลกสูงกว่า -2 ตามมาตรวัดความเสี่ยงของ Palermo scale โดยมีความเสี่ยงปัจจุบันที่ −1.40

มาตรวัดความเสี่ยงของ Palermo scale กำหนดให้ดาวเคราะห์น้อยที่มีค่าความเสี่ยงระดับ 2 จะมีความเสี่ยงชนโลกสูงกว่าดาวเคราะห์น้อยที่มีค่าความเสี่ยงระดับ 0 ที่ 100 เท่า

ส่วนดาวเคราะห์น้อยที่มีค่าความเสี่ยง -2 จะไม่มีโอกาสชนโลกเลย

ส่วนดาวเคราะห์น้อยที่มีค่าความเสี่ยงระหว่าง -2 ถึง 0 ถือเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ต้องเฝ้าระวัง

ภารกิจสำรวจดาวเคราะห์น้อย Bennu

เมื่อปี 2016 องค์การ NASA ได้เริ่มภารกิจ OSIRIS-REx เพื่อส่งยานอวกาศไปสำรวจดาวเคราะห์น้อย Bennu

โดยเริ่มส่งยานอวกาศออกนอกโลกเมื่อเดือนกันยายน 2016 เดินทางถึงวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย Bennu ในเดือนธันวาคม 2018 และใช้เวลา 2 ปีในการโคจรรอบดาว Bennu เพื่อสำรวจจุดที่เหมาะสมที่จะลงจอดเพื่อเก็บตัวอย่างจากดาว Bennu

ยานอวกาศของภารกิจ OSIRIS-REx ลงจอดที่ดาว Bennu ในวันที่ 20 ตุลาคม 2020 และเก็บตัวอย่างเพื่อเดินทางกลับโลกในเดือนพฤษภาคม 2021 ก่อนจะส่งตัวอย่างกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยในวันที่ 24 กันยายน 2023

รูปแบบการกำเนิดชีวิตจากตัวอย่างดาว Bennu

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2025 องค์การ NASA ได้เปิดเผยผลการสำรวจตัวอย่างที่ได้มาจากดาวเคราะห์น้อย Bennu โดยหลักฐานที่เป็นรูปแบบการกำเนิดชีวิตที่คล้ายกับโลก

ข้อมูลที่เผยแพร่ทางวารสาร Nature และ Nature Astronomy พบว่า หลักฐานที่นำกลับมาจากดาวเคราะห์น้อย Bennu มีส่วนประกอบของกรดอะมิโน 14 ชนิดจาก 20 ชนิดที่สิ่งมีชีวิตบนโลกใช้ในการสร้างโพรทีน

พบนิวคลีโอเบสหลักทั้ง 5 ตัว ได้แก่ อะดีนีน ไซโทซีน กวาซีน ไทมีน ยูเรซิล สารประกอบทางชีววิทยาที่จำเป็นต่อการสร้าง DNA และ RNA

ตัวอย่างที่พบยังประกอบไปด้วยสารแอมโมเนียและฟอร์มาลดีไฮด์ องค์ประกอบสำคัญของการสร้างกรดอะมิโน เช่นเดียวกับเกลือที่ทำให้เชื่อได้ว่าอาจจะเคยมีน้ำอยู่บนดาวเคราะห์น้อย Bennu มาก่อน

แม้ก่อนหน้านี้จะเคยพบรูปแบบการกำเนิดชีวิตจากตัวอย่างเทหวัตุนอกโลกที่ตกมายังโลก แต่ภารกิจสำรวจดาวเคราะห์น้อย Bennu ถือเป็นครั้งแรกที่วงการวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย โดยไม่มีการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมภายในโลกมาก่อน

ตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย Bennu จึงเปรียบเสมือนไทม์แมชชีนที่ช่วยให้วงการวิทยาศาสตร์ย้อนเวลากลับไปดูวิวัฒนาการการกำเนิดสิ่งมีชีวิตในยุคเริ่มต้นของระบบสุริยะ

การพบรูปแบบการกำเนิดชีวิตจากดาวเคราะห์น้อย ยังสนับสนุนสมมติฐานจุดกำเนิดชีวิตบนโลกจากการพุ่งชนโดยดาวเคราะห์น้อย

ขณะเดียวกัน ก็นำไปสู่คำถามว่า ขณะที่การพุ่งชนดาวเคราะห์น้อยเกิดขึ้นทุกแห่งในระบบสุริยะ เหตุใดโลกจึงเป็นสถานที่แห่งเดียวในระบบสุริยะที่พบหลักฐานการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.nasa.gov/news-release/nasas-asteroid-bennu-sample-reveals-mix-of-lifes-ingredients/
https://www.bbc.com/news/articles/c7vd1zjlr5lo
https://en.wikipedia.org/wiki/101955_Bennu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...