MGC-ASIA ประกาศแผน 3 ปี รุก 4 ธุรกิจ ตั้งเป้าผู้นำ Lifestyle Mobility ครบวงจร
MGC-ASIA ฉลอง 25 ปีแห่งความสำเร็จ! เผยแผน Road Map 3 ปี มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน วางเป้าขยาย 4 กลุ่มธุรกิจ พร้อมเปิดตัวพันธมิตรใหม่ มุ่งสร้างรายได้เพิ่ม เสริมความแข็งแกร่งองค์กร
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ได้ประกาศถึงการก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 ของการดำเนินธุรกิจ โดยยังคงเดินหน้าธุรกิจ Lifestyle Mobility แบบครบวงจรของประเทศไทย พร้อมกับการเปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (พ.ศ. 2568-2570) ที่มุ่งเน้นในการขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า "ในปี พ.ศ. 2568 นี้ MGC-ASIA จะครบรอบ 25 ปี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการเติบโตอย่างต่อเนื่องขององค์กร ในฐานะที่เป็นผู้นำในธุรกิจ Lifestyle Mobility แบบครบวงจร
โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์การขับเคลื่อนทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ภายใต้หลักการ 3Ps ที่เป็นเป้าหมายหลักสู่ความสำเร็จ ได้แก่
- PEOPLE : การมุ่งเน้นในการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถสูง มีทัศนคติที่มุ่งเน้นการให้บริการ และส่งเสริมศักยภาพขององค์กรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
- PROCESS : การพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างมาตรฐานการดำเนินงานที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยมุ่งปรับขั้นตอนการทำงานในส่วนต่างๆ ให้เหมาะสม ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ทัดเทียมระดับสากล
- PROFIT : การขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมุ่งสร้างผลกำไรให้บริษัทฯ ผ่านการจำหน่ายยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รวมถึงบริการต่างๆ แบบครบวงจร ผสานกับบริการหลังการขาย รวมถึงศูนย์ซ่อมสีตัวถัง และบริการดูแลรถยนต์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับฟลีตรถเช่า ทั้งระยะสั้น และระยะยาว รวมถึงเพิ่มจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าในฟลีตรถเช่าระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้าองค์กร นำไปสู่การสร้างผลกำไรสูงสุด ท่ามกลางระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ"
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้วางยุทธศาสตร์การเติบโตผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้
- STRATEGIC GROWTH OBJECTIVES : โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ควบคู่กับแผนการขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการสร้างความน่าเชื่อถือและรักษาการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความประทับใจกับกลุ่มลูกค้าในทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการ
- BUSINESS ECOSYSTEM SEGMENTS : การสร้างแบรนด์ร่วม (Co-Branding) สู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงแผนการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก โดยบริษัทฯ จะร่วมกับ XPENG และ ZEEKR ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน เพื่อขยายตลาดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่
- SUSTAINABILITY AND INNOVATION : การก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณปล่อยคาร์บอนเพื่อต่อยอดสู่พลังงานหมุนเวียน
ในปี พ.ศ. 2568 ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มความได้เปรียบสูงสุด ให้ธุรกิจในกลุ่มการเงิน, ประกันภัย และยานยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงการแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อน MGC-ASIA สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต
โดยมีรายละเอียดการขับเคลื่อนใน 4 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้
- กลุ่มธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ (Mobility Retail) : การรักษาส่วนแบ่งตลาดรถพรีเมียม โดยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลากหลายแบรนด์ดังอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมพัฒนา MGC-MOBILIFE แพลตฟอร์ม loyalty program ที่มอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับ โดยใช้ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและปรับแต่งให้ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
- กลุ่มธุรกิจให้บริการหลังการขาย (Aftersales Service) : การขยายสาขา MMS Car Service & Tire ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร (One-Stop Service) เพิ่มอีก 6 สาขา จากเดิม 22 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อขยายการให้บริการซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้า Tesla (Tesla Approved Body Shop: TAB) และเพิ่มบริการให้ครอบคลุมในหลากหลายพื้นที่ เพื่อสร้างอัตราการกลับมาใช้บริการของลูกค้าให้สูงขึ้น
- กลุ่มธุรกิจให้บริการรถเช่าและพนักงานขับ (Car Rental and Driver Services) : การวางแผนในการดำเนินธุรกิจให้ครอบคลุมการเดินทางให้ครบวงจรทุกมิติ และปรับปรุงเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การให้บริการตามการเติบโตของการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มที่ให้บริการลูกค้าองค์กรมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจที่มุ่งเน้นพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ 'MGC-ASIA Ecosystem' เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ให้ทุกกลุ่มธุรกิจ
- กลุ่มธุรกิจอื่นๆ (Other Services) : สำหรับธุรกิจบริการทางการเงินอย่างครบวงจร บริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด ซึ่ง MGC-ASIA ร่วมทุนกับ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ในปีนี้ จะมุ่งเน้นการเติบโตจากการให้สินเชื่อ Wealth Lending ในอัตราที่เพิ่มขึ้น พร้อมปรับปรุงกระบวนการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิต โดยการนำเสนอการแก้ปัญหาในการชำระหนี้ที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า เพื่อสร้างผลกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนบริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการธุรกิจบริการประกันภัยชั้นแนวหน้า กลุ่มบริษัทฯ วางแผนกลยุทธ์ในปีนี้ ที่จะขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการ รักษาการเป็นโบรกเกอร์ระดับชั้นนำ
ดร.สัณหวุฒิ กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้สำหรับการตั้งเป้าหมายพันธกิจ 3 ปี (พ.ศ. 2568-2570) เพื่อสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน ผ่านธุรกิจใหม่ เช่น AI-Powered Solutions และการทำ ESG อย่างเป็นระบบ โดยมีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำธุรกิจ Lifestyle Mobility แบบครบวงจร ภายใต้ระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ
สำหรับผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2567 MGC-ASIA มีรายได้รวม 20,334 ล้านบาท กำไรสุทธิ 145.60 ล้านบาท และ EBITDA 1,631 ล้านบาท โดยในไตรมาส 4/2567 มีรายได้รวม 5,977 ล้านบาท กำไรสุทธิ 95.20 ล้านบาท และ EBITDA 468 ล้านบาท
"แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจะลดลง 26% แต่ MGC-ASIA สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าพอใจ โดยมียอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า XPENG และ ZEEKR มากกว่า 1,000 คัน และมียอดสินค้ารอส่งมอบ (Backlog) จำนวนมาก
บริษัทฯ ยังได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศเวียดนาม โดยร่วมมือกับ CITY AUTO GROUP และประสบความสำเร็จในการดำเนินงานของ Alpha X และ Howden Maxi และได้รับความไว้วางใจจาก คอนติเนนทอล ไทรส์ และขยายธุรกิจสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่เราได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ CITY AUTO GROUP เพื่อศึกษาโอกาสธุรกิจร่วมกัน"