โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงเรียนนานาชาติในไทย ยังคงเติบโตขยายตัวสู่นอกกรุงเทพฯ โรงเรียนกวดวิชามีแนวโน้มเดียวกัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 10.38 น.

ในปี 2568 ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทยโต 9.7% ชะลอตัวจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยจากจำนวนโรงเรียนนานาชาติที่เปิดใหม่ 8 โรงเรียน น้อยกว่าที่เปิดในปี 2567 อยู่ 5 โรงเรียน
• โรงเรียนนานาชาติยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวไปสู่นอกกรุงเทพฯ มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ที่จำกัดและการแข่งขันที่สูงในเมืองหลวง
• โรงเรียนกวดวิชามีแนวโน้มเช่นเดียวกันกับโรงเรียนนานาชาติ ในปี 2568 คาดรายได้ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาจะเพิ่มขึ้น 9.2% โดยในช่วงปี 2564-2568 ภูมิภาคอื่นมีอัตราการเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ถึง 19.7%
ปี 2568 ภาพรวมจำนวนนักเรียนในไทยลดลง 1.1% แต่นักเรียนนานาชาติกลับเพิ่ม 8.3% (รูปที่ 2)
จำนวนนักเรียนไทยมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องตามสถิติการเกิด โดยการลดลงนี้มาจากจำนวนนักเรียนรัฐบาล และเอกชนหลักสูตรไทยที่ในปีนี้คาดว่าจะลดลง 1.1% และ 1.2% ตามลำดับ
ปี 2568 รายได้ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติโต 9.7% ชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 13.1% (รูปที่ 3)
เนื่องจากจำนวนนักเรียนนานาชาติในปีนี้มีทิศทางขยายตัวที่ชะลอลง เพราะมีเพียง 8 โรงเรียนใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ น้อยกว่าปีที่แล้ว 5 โรงเรียน (รูปที่ 4)
ความนิยมหลักสูตรนานาชาติที่ทันสมัยยังคงหนุนการเติบโตของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทย โดยผู้ปกครองที่มีศักยภาพการลงทุนด้านการศึกษายังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนจากการที่จำนวนคนไทยที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์คาดว่าจะเพิ่ม 24% ในปี 2566-2571
นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของนักเรียนต่างชาติเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะนักเรียนจีนที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยชาวจีนในตำแหน่งสูงที่มาทำงานในไทยยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20.8% ต่อปีตั้งแต่ปี 2564-2567 ซึ่งนักเรียนชาวจีนที่ติดตามผู้ปกครองมาอยู่ในไทยก็มักจะเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ นอกจากนี้ การที่รัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมการใช้ภาษาจีนกลาง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรนานาชาติในจีนสูงขึ้น ทั้งนี้ จากผลสำรวจ ปักกิ่ง เป็นเมืองที่มีค่าเรียนโรงเรียนนานาชาติสูงสุดในเอเชีย (รูปที่ 5) ส่งผลให้โรงเรียนนานาชาติในไทยนั้นเป็นที่สนใจสำหรับผู้ปกครองจีน
โรงเรียนนานาชาตินอกกรุงเทพฯ ยังคงมีแนวโน้มขยายตัว
ระหว่างปี 2564-2568 จำนวนโรงเรียนนานาชาติในภูมิภาคนอกกรุงเทพฯ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 9.1% ในขณะที่กรุงเทพฯ มีอัตราเฉลี่ยหดตัว 1.7 % ต่อปี นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของนักเรียนนานาชาติในภูมิภาคอื่น ยังสูงกว่ากรุงเทพฯราว 3.7% (รูปที่ 6)
การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและพื้นที่จำกัดทำให้โรงเรียนนานาชาติหันไปสำรวจตลาดใหม่ๆ ในหัวเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่, ระยอง, และภูเก็ต โดยเฉพาะในภาคกลางและตะวันออกที่มีครัวเรือนรายได้สูงรองจากกรุงเทพฯ (รูปที่ 7) แต่เนื่องจากจำนวนครัวเรือนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในภูมิภาคเหล่านี้น้อยกว่ากรุงเทพฯ ผู้ประกอบการจึงอาจต้องปรับลดค่าเล่าเรียนให้ตรงกับรายได้ของผู้ปกครองในแต่ละพื้นที่
ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชามีแนวโน้มเดียวกับโรงเรียนนานาชาติ พื้นที่นอกกรุงเทพฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้ที่สูงกว่า
ในปี 2568 รายได้ของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาคาดขยายตัว 9.2% แตะ 3.3 พันล้านบาท (รูปที่ 8)
ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาก็มีแนวโน้มขยายตัวนอกกรุงเทพฯ มากขึ้นเนื่องจากการแข่งขันที่สูง โดยระหว่างปี 2564-2568 รายได้ของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาในกรุงเทพฯ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.2% ต่อปี ในขณะที่ ภูมิภาคอื่นนั้นสูงถึง 23.8% (รูปที่ 9) โดยสัดส่วนรายได้ของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาที่มาจากกรุงเทพฯ มีทิศทางลดลงจากปี 2564 ที่อยู่ราว 83.2% ของรายได้ทั้งประเทศ สู่ระดับ 71.3% ในปีนี้
ทั้งนี้ ภาคกลางและตะวันออกก็เป็นตลาดศักยภาพถัดจากกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับโรงเรียนนานาชาติ โดยในปี 2567 ภูมิภาคดังกล่าวมีจำนวนโรงเรียนกวดวิชาที่จัดตั้งใหม่มากที่สุดกว่า 37% ของทั้งประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการที่มีจำนวนครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 100,000 บาท/เดือนรองจากกรุงเทพฯ
ความเสี่ยงของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติและกวดวิชา

  • การเพิ่มขึ้นของค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติอาจทำให้ผู้ปกครองพิจารณาส่งบุตรหลานไปศึกษาในต่างประเทศแทน เนื่องจากช่องว่างระหว่างค่าเล่าเรียนเริ่มลดลง ในปี 2567 ค่าเรียนเฉลี่ยต่อปีของโรงเรียนประจำในนิวซีแลนด์สูงกว่าโรงเรียนนานาชาติในไทย 385,724 บาท แต่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวรวมค่าอาหารและที่พักระหว่างปีการศึกษาแล้ว
  • โรงเรียนนานาชาติเผชิญความท้าทายจากโรงเรียนเอกชนหลักสูตรไทยที่มีการเสนอหลักสูตรหลายภาษา เช่น ไทย อังกฤษ และจีน ซึ่งผู้ปกครองบางกลุ่มอาจพิจารณาเปลี่ยนไปหลักสูตรนี้เพื่อความคุ้มค่า
  • การพัฒนาทางเทคโนโลยีทำให้การเรียนโฮมสคูลง่ายขึ้น และเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเรียนโฮมสคูลต่ำกว่าการเรียนในโรงเรียนนานาชาติ จึงอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักเรียนในโรงเรียนนานาชาติได้ โดยค่าใช้จ่ายในการสอบ GED (เทียบวุฒิมัธยมปลายของสหรัฐฯ) รวมกับค่ากวดวิชาแบบเรียนตัวต่อตัว 100 ชั่วโมง จะอยู่ที่ประมาณ 160,800 บาท
  • การเข้าถึงสื่อการเรียนรู้และแนวข้อสอบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้นักเรียนอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการเรียนเสริมที่โรงเรียนกวดวิชา
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...