สรุป Opp Day:TTB ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 2% พร้อมรับมือดอกเบี้ยขาลง หลังคาดกนง.ยังหั่นอีก 1 รอบ
สรุป Opp Day:TTB ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 2% พร้อมรับมือดอกเบี้ยขาลง หลังคาดกนง.ยังหั่นอีก 1 รอบ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ก.พ. 68 17:23 น.
TTB ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้เติบโต 2% ขณะที่เงินฝาก โตสอดคล้องกับสินเชื่อ ยอมรับระยะสั้นปีนี้มีความท้าทาย พร้อมติดตามปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจ-อัตราเงินเฟ้อสหรัฐ เตรียมหั่นดอกเบี้ยฝั่งเงินกู้ลงตามกนง. ย้ำดอกเบี้ยขาลงกระทบไม่มาก เหตุมีสินเชื่อรถช่วย พร้อมคาดกนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้ง ในช่วงที่เหลือของปี
นางสาวดารารัตน์ อุระพันธมาศ Head of Investor Relations ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยในงาน Opportunity Day ในวันนี้ว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อเติบโต 2% โดยในระยะสั้นยังมองว่า การเติบโตสินเชื่อ ยังมีความท้าทาย และยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ capital ในการเติบโตสินเชื่อมากนัก ด้านอัตราการเติบโตของเงินฝาก จะสอดคล้องกับการเติบโตของสินเชื่อ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในปีนี้ตั้งเป้าอยู่ที่ประมาณ 3.1-3.25%
“สำหรับในปีที่ผ่านมา ยอมรับว่า การเติบโตของสินเชื่อยังยากลำบาก เนื่องจากปัจจุบัน หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ดังนั้นการเติบโตสินเชื่อในฝั่งรายย่อย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ยังเติบโตได้จำกัด ขณะที่สินเชื่อรถใหม่ ยังหดตัว ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังชะลอตัวลง”นางสาวดารารัตน์ กล่าว
สำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา ในเร็วๆนี้ คาดว่าธนาคารจะมีการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงต่อไป ด้านทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เป็นวัฏจักรขาลงนั้น เชื่อว่ากระทบธนาคารไม่มาก เนื่องจากธนาคารจะดีกว่าสถาบันการเงินอื่น เพราะมีพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ ที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ ดังนั้นจึงไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานของมากนัก สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ธนาคารคาดว่าทาง กนง. จะมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี
สำหรับภาพของอสังหาริมทรัพย์ มองว่า ในปีที่ผ่านมากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการ LTV แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะต้องติดตามว่า จะมีมาตรการอะไรเข้ามาช่วยให้ตลาดฟื้นตัวหรือไม่
นายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ Chief Strategy and Digital Group TTB กล่าวว่า กลยุทธ์ของธนาคารในปีนี้ โดยขับเคลื่อนธนาคารเป็นดิจิทัลมากขึ้น และจะเน้นการบริหารสินทรัพย์และหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำดิจิทัลมากใช้มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างรายได้ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม
สำหรับปัจจัยเสี่ยงปีนี้ที่ยังต้องติดตาม คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ที่ถือเป็นปัจจัยเปราะบาง และเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดด้วย
รายงาน โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ