“ภาษีทรัมป์” ทำพิษ! ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ ทรุดหนัก
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่เช้าวันจันทร์ที่ 7 เมษายน 2568 ร่วงหนัก มูลค่าตลาดร่วงจาก 2.66 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ 2.44 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงกว่า 8.5% โดยบิตคอยน์ ร่วงแรงกว่า 7.5% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 77,100 ดอลลาร์ ขณะที่ ETH ดิ่งหนักมากกว่า 14% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยซื้อขายอยู่ที่ 1,547 ดอลลาร์
7 เมษายน 2568 - ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่เช้าวันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2568 ร่วงหนัก มูลค่าตลาดร่วงจาก 2.66 ล้านล้านดอลลาร์ สู่ 2.44 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงกว่า 8.5% ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สของหุ้นสหรัฐฯ เปิดตลาดในช่วงเช้าของวันที่ 6 เมษายน ก็ร่วงลงอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลของทรัมป์เดินหน้าอย่างเข้มข้นกับกลยุทธ์ภาษีศุลกากรระดับโลก
โดยรัฐบาลทรัมป์ได้กำหนดเก็บภาษีศุลกากร 10% กับทุกประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน โดยบางประเทศถูกเก็บในอัตราที่สูงกว่านี้ เช่น จีน 34%, สหภาพยุโรป 20% และญี่ปุ่น 24%
ด้านบิตคอยน์ ราคาร่วงแรงกว่า 7.5% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 77,100 ดอลลาร์ ขณะที่ ETH ดิ่งหนักมากกว่า 14% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยซื้อขายอยู่ที่ 1,547 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Coinmarketcap.com
ส่วนดัชนี Crypto Fear & Greed Index ซึ่งใช้วัดความรู้สึกของตลาดคริปโทฯ รวมถึงบิตคอยน์ ได้คะแนน 23 จากการอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ “ความกลัวขั้นรุนแรง (Extreme Fear)”
Charlie Sherry หัวหน้าฝ่ายการเงินจากตลาดซื้อขายคริปโตฯ แห่งออสเตรเลีย BTC Markets กล่าวว่า “การที่ตลาดคริปโทฯร่วงลงครั้งนี้ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะโดยปกติแล้วตลาดทั่วโลกจะมีสภาพคล่องต่ำในวันอาทิตย์ ดังนั้น แค่มีการขายครั้งใหญ่ไม่กี่รายการก็อาจส่งผลกระทบที่เกินขนาด และฉุดราคาลงอย่างรวดเร็วได้”
เขายังเสริมว่า “ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรเลย ชนวนก็คือการพูดถึงภาษีของทรัมป์ล่าสุด ซึ่งได้สั่นคลอนตลาดเศรษฐกิจมหภาค และทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าทั่วโลกกลายเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนขึ้นมาทันที”
ขณะที่นักเทรดบางรายคาดการณ์ว่า Bitcoin อาจกำลังเตรียมพุ่งขึ้น (breakout) ในไม่ช้า โดย Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX คาดการณ์ว่า แม้นโยบายภาษีจะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาด แต่ก็อาจนำไปสู่การพุ่งขึ้นของ Bitcoin ได้เช่นกัน
ด้านตลาดฟิวเจอร์สของหุ้นสหรัฐฯ ก็เปิดตลาดด้วยทิศทางขาลง โดยฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 ร่วงลงเกือบ 4% ตามข้อมูลจาก Google Finance ขณะเดียวกัน Nasdaq ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยี ก็ร่วงลง และฟิวเจอร์สดัชนี Dow Jones Industrial Average ดิ่งลงกว่า 8%
สำนักข่าว The Kobeissi Letter รายงานบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 6 เมษายนว่า การร่วงลงของตลาดฟิวเจอร์สในสหรัฐฯ ทำให้ S&P 500 เข้าสู่ “ภาวะตลาดหมี โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญเสียมูลค่าเฉลี่ยวันละ 400,000 ล้านดอลลาร์ ติดต่อกันถึง 32 วันแล้ว”
Tom Dunleavy หุ้นส่วนผู้จัดการจากบริษัทร่วมลงทุน MV Global กล่าวว่า “ถ้าตลาดคืนนี้ยังคงแนวโน้มนี้อยู่ มันอาจกลายเป็น ‘การร่วงลงใน 3 วัน ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ’ ก็เป็นได้”
Bill Ackman นักลงทุนระดับพันล้านที่เชื่อในคริปโทฯ คาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อาจเลื่อนการบังคับใช้ภาษีออกไป เพื่อเปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ เสนอข้อแลกเปลี่ยนหรือดีลใหม่ ๆ
อย่างไรก็ตามในถ้อยแถลงบนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 6 เมษายน โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันชัดว่าเขาจะเดินหน้ากับนโยบายภาษี โดยให้เหตุผลว่า สหรัฐฯ มีปัญหาขาดดุลการค้ากับจีน สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ ซึ่งภาษีจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้
โดยทรัมป์ กล่าวว่า “วิธีเดียวที่จะรักษาเรื่องนี้ได้คือภาษี ซึ่งตอนนี้ได้นำเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์กลับเข้าสหรัฐฯ แล้ว และเป็นสิ่งที่งดงามอย่างยิ่งที่ได้เห็น” นอกจากนี้ทรัมป์ยังบอกกับนักข่าวบนเครื่องบิน Air Force One ด้วยว่า “เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตลาดร่วง แต่บางครั้งคุณก็ต้องกินยา เพื่อรักษาอะไรบางอย่างให้หายดี”
ขณะเดียวกัน Kevin Hassett ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการ This Week ทางช่อง ABC เมื่อวันที่ 6 เมษายนว่า “ตอนนี้มีมากกว่า 50 ประเทศที่ติดต่อประธานาธิบดี เพื่อขอเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ พวกเขาทำอย่างนั้นเพราะรู้ว่าพวกเขาต้องรับภาระภาษีส่วนใหญ่นั่นเอง”
อ้างอิง : cointelegraph.com