โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“กองทุนสื่อ-Media Alert” เผย “ข่าว-ละคร” ต้องปรับตัว สังคมต้องพัฒนาคุณภาพผู้รับสื่อฯ

77kaoded

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 22.16 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 15.16 น. • 77Kaoded

“กองทุนสื่อ-Media Alert” เผย “ข่าว-ละคร” ต้องปรับตัว สังคมต้องพัฒนาคุณภาพผู้รับสื่อฯ

กรุงเทพฯ – “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” และ โครงการ Media Alert ได้จัดเวทีสัมมนา “มองสื่อและสังคมไทย…ทำอย่างไรให้โซเชียลมีเดียขยับ ข่าวปรับ ละครเปลี่ยน” เพื่อถอดบทเรียนองค์ความรู้ด้านสื่อ ผ่านการศึกษา 3 ชิ้นงาน ยกระดับคุณภาพรายการข่าว ประเมินคุณภาพรายการละคร เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ เน้นย้ำคนทำงานสื่อในปัจจุบันต้องปรับตัว และพัฒนาผู้รับสื่อในสังคมไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคุณภาพสื่ออย่างยั่งยืน เพื่อการสร้างสรรค์นิเวศสื่อทั้งในการสื่อสารออนไลน์ และในสื่อมวลชนกระแสหลัก ที่ต้องมีการปรับตัวกันในทุกภาคส่วนของสังคม ณ โรงแรมเอส 31 สุขุมวิท เมื่อวานนี้ (19 มี.ค. 2568)

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า การจัดเวทีสัมมนาในวันนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อการขับเคลื่อนให้ตามยุทธศาสตร์ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในการส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และสร้างองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้ประชาชนและสังคม และเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการสร้างฐานข้อมูลความรู้ เพื่อให้มีงาน Media Academy และ Media Learning Center ที่เท่าทันสถานการณ์สื่อและสังคม เพื่อส่งเสริมบทบาทพลเมืองในนิเวศสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป

“เวทีในวันนี้เป็นการนำเสนอผลการศึกษาที่ดำเนินการโดยโครงการ Media Alert และภาคี ใน 3 หัวข้อ “แนวโน้มการสื่อสารออนไลน์ของสื่อและสังคมไทยปี 67”, บทบาทของสื่อและการยกระดับคุณภาพข่าวสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม และ “คุณภาพละครไทย” ในทีวีดิจิทัล กับ (ร่าง) เกณฑ์การประเมินของ กสทช. โดยหวังว่าผลที่ได้รับจากงานวิจัยจะเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน และร่วมกันเป็นพลังในการขับเคลื่อนและสร้างระบบนิเวศของสื่อที่ดี รวมถึงสร้างภูมิคุ้มกันให้คนเท่าทันสื่อ

นายกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนองานวิจัย “แนวโน้มการสื่อสารออนไลน์ของสื่อและสังคมไทยปี 67” โดยผลการวิจัยพบว่า ในปี 2567 ภูมิทัศน์สื่อออนไลน์กลับมาสู่สภาวะปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 ที่มีความเข้มข้นทางการเมืองสูง เนื่องจากมีมีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองคือ การเลือกตั้งทั่วไป เกิดขึ้น โดยในปี 2567 กลุ่มเนื้อหาที่ได้รับความสนใจคือ กลุ่มสื่อบันเทิง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของกระแสวัฒนธรรมประชานิยม และความสนใจในบุคคลสำคัญที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาพรวมการใช้แพลตฟอร์มสื่อสารในโลกออนไลน์นั้น พบว่า TikTok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการโพสต์วิดีโอสั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างการมีส่วนร่วมสูงสุด สำหรับภาพรวมของผู้สื่อสารในโลกออนไลน์ พบว่าอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) หรือผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทในการสื่อสารสูงสุดในสังคมไทย สื่อหลักหรือสำนักข่าวมีบทบาทที่ลดลง

ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดีด้านวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการกลุ่ม Thai Media Lab นำเสนองานวิจัย “บทบาทของสื่อและการยกระดับคุณภาพข่าวสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม” ซึ่งเป็นการศึกษาบทบาทการรายงานข่าวการเมือง กรณีศึกษาข่าวข้าว 10 ปี, บทบาทการรายงานข่าวน้ำท่วม, บทบาทการรายงานข่าวเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสนักเรียน, ศึกษาการรายงานข่าวภาคค่ำ ทีวีดิจิทัล 9 รายการ โดยจากผลการวิจัยพบว่าสื่อยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดวาระข่าวสารของสังคม และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ พบความพยายามในการให้คำอธิบาย ขยายความ (Explain) ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมีข้อเสนอว่า ควรมีการขยายบทบาทการทำข่าวที่มีการเจาะลึกและส่งเสริมการทำข่าวที่เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้มากขึ้น และผู้นำเสนอข่าวควรระมัดระวังในการนำเสนอหรือเล่าข่าวอย่างใส่ความคิดเห็นหรือเร้าอารมณ์

รศ.ดร.เสริมศิริ นิลดำ อาจารย์สาขาดิจิทัลมัลติมีเดีย คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้นำเสนองานวิจัย หัวข้อ “คุณภาพละครไทย” ในทีวีดิจิทัล กับ (ร่าง) เกณฑ์การประเมินของ กสทช. โดยเป็นการทดสอบ (ร่าง) เกณฑ์ ดังกล่าวฯ เพื่อศึกษาวิเคราะห์ละคร 4 เรื่อง แบ่งเป็น ละครเรท “ท” สงครามสมรส และนางฟ้ากรรมกร และละครเรท “น13+” คือ ลมเล่นไฟ และใจซ่อนรัก ผลการศึกษาพบว่าการจัดเรทอาจไม่สะท้อนคุณภาพที่แท้จริง ปัญหาเกิดจากมาตรฐานการจัดเรทที่ไม่ชัดเจน และเป็นการใช้วิจารณญาณที่ต่างกันของผู้ผลิตและการกำกับดูแลของ กสทช. โดยในส่วนของ (ร่าง) เกณฑ์การประเมินคุณภาพรายการละคร นั้น เสนอให้มีการพัฒนามาตรวัดที่ละเอียดขึ้น ควรเปลี่ยนจากแบบ “พบ/ไม่พบ” เป็น มาตรประมาณค่า (Rating Scale) รวมถึงทบทวนตัวชี้วัดบางตัวที่สะท้อนถึงความนิยมแต่ไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพ และมีข้อเสนอต่อผู้ผลิตควรออกแบบรายการที่สมดุลระหว่างความบันเทิงและสาระประโยชน์ เหมาะกับเรทกับเรทหรือการกำหนดความเหมาะสมของเนื้อหาสำหรับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ

จากนั้นเป็นเวทีเสวนา “จากการสื่อสารของสื่อและสังคมไทยในปี 2567 สู่ข้อเสนอการสื่อสารที่สร้างสรรค์” โดยมี นายเทพชัย หย่อง ผู้เชี่ยวชาญงานข่าว อดีตผู้บริหารองค์กรสื่อ องค์กรวิชาชีพสื่อในระดับประเทศและในภูมิภาคระหว่างประเทศ กล่าวว่า บทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Influencer เกิดในหลายประเทศไม่ใช่แค่ประเทศไทย Influencer กับสื่อกระแสหลักไปด้วยกันได้ถ้าทำให้สังคมมีประเด็นถกเถียง แต่ก็มี Influencer ที่ใส่อารมณ์ ใช้ความคิดเห็น สื่อกระแสหลักหรือสื่อดั้งเดิมจึงยังมีความจำเป็นด้วยการรายงานข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ผ่านการตรวจสอบ ทั้งรับฟังเสียงสะท้อนของสังคม Social Media ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสื่อกระแสหลักในทุกประเทศ สื่อดั้งเดิมจึงต้องปรับตัว แต่การที่สื่อกระแสหลักต้องลดจำนวนคน ลดการลงทุนสร้างคน ในอนาคตคนทำข่าวอาจเป็นแค่คนพูดเก่ง ไม่มีนักข่าวสืบสวน ไม่มีผู้เชี่ยวชาญข่าวเฉพาะด้าน อย่างที่เคยมี

“สังคมต้องร่วมกันสร้างสื่อที่มีคุณภาพ ภายใต้การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องพยายามหาโมเดลการทำงานที่ผู้บริโภคสื่อมีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้สื่อคุณภาพอยู่รอดได้ ขณะเดียวกัน ระบบสังคมและการศึกษา ต้องช่วยกันบ่มเพาะการเท่าทันสื่อให้สมาชิกสังคมตั้งแต่เยาว์วัย เพื่อวิจารณญาณในการเลือก การรับสื่อ การวิเคราะห์สื่อ และการสะท้อนกลับต่อการทำหน้าที่ของสื่ออย่างมีคุณภาพ”

นางสาวมณีรัตน์ กำจรกิจการ ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ในฐานะองค์กรกำกับดูแลสื่อ เกริ่นนำว่า ผลการศึกษาการสื่อสารออนไลน์ของ Wisesight และ Media Alert ทำให้เห็นบทบาทที่มาแรงของ Influencer แล้วคิดว่า การทำงานของ กสทช.ต้องเร่งเครื่อง จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ เมื่อเร็วๆนี้ กสทช.เห็นชอบ(ร่าง)หลักเกณฑ์การสนับสนุนรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งมองทั้งวงจรไม่เฉพาะผู้ประกอบกิจการ แต่สนับสนุนกลไกการผลิต คุณภาพเนื้อหา เช่น การเสนอข่าวเชิงลึก การพัฒนาบทละครโทรทัศน์ ไปจนถึงช่องทางการเผยแพร่

สำหรับเรื่อง สัญญาสัมปทานทีวีดิจิทัลที่จะหมดอายุลงใน ปี 2572 ทาง กสทช. เองก็จะใช้วิธีการประมูลหรือไม่ประมูล ถ้าใช้การประมูล ต้นทุนผู้ประกอบการก็จะสูง ถ้าไม่ใช้การประมูล อุตสาหกรรมก็ไปได้ แต่อย่างไรต้องมีการดูแลคุณภาพ สื่อหลักยังจำเป็นต้องมี เป็นแกนหลักเป็นเสาหลัก สิ่งที่ กสทช.ต้องดูแล คือ ส่งเสริมให้ต้นทุนลดลง มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ตัดกฎเกณฑ์ที่ไม่จำเป็นออก ส่วนในเรื่องการพัฒนาผู้บริโภคสื่อนั้น กสทช.อาจพิจารณาใช้ผ่านการจัดสรรเงินให้กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาก็ได้ โดยส่วนตัวมองว่า การพัฒนาคุณภาพสื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต หรือหน่วยงานกำกับดูแลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องมุ่งพัฒนาที่โครงสร้างในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของสังคมไทย โดยเริ่มตั้งแต่ระบบการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่คนทั้งสังคมต้องช่วยกันทำให้เกิดขึ้น

ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้กล่าวปิดท้ายว่า ข้อเสนอจากกิจกรรมในวันนี้ไปไกลกว่าผลการวิเคราะห์เนื้อหาสื่อ เช่น พบปัญหาการจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหา การยืนยันว่าสื่อมวลชนยังมีความสำคัญ เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อเนื้อหาของ Influencer และถึงเวลาแล้วที่องคาพยพทั้งหมดของประเทศไทยต้องขยับร่วมกัน โดยยกระดับให้สื่อเป็นวาระที่สำคัญของชาติ วางเป้าหมายร่วมกันในอนาคต และวางแผนแม่บทของการสื่อสาร โดยยึดเอาหลักการและมาตรฐานการทำหน้าที่ของสื่อในระดับสากล ตลอดจนหลักคุณธรรมจริยธรรมของไทย เป็นตัวตั้ง และพัฒนาร่วมกัน สำหรับผู้สนใจอ่านสรุปผลการศึกษา สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊กของ Media Alert และเว็บไซต์กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...