โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

LTMH เคาะ IPO หุ้นละ 5 บาท เสนอขาย 25 - 27 มี.ค. นี้ คาดเข้าเทรด mai วันที่ 2 เม.ย. 68 รุก WealthTech ต่อยอดระบบนิเวศธุรกิจ

Wealthy Thai

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 01.37 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 06.05 น.

LTMH ธุรกิจด้านสื่อด้านการเงิน การลงทุน และธุรกิจ ที่มีสื่อออนไลน์อย่าง “ลงทุนแมน” เป็นหนึ่งในเรือธง เคาะราคา IPO หุ้นละ 5 บาท เตรียมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อวันที่ 25 - 27 มี.ค. นี้ พร้อมเดินหน้าเข้าซื้อขายใน mai วันที่ 2 เม.ย. 68 นำเงินระดมทุนขยายธุรกิจเทคโนโลยีบริหารความมั่งคั่งภายใต้ชื่อ WealthX
นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO ของบริษัท แอลทีเอ็มเอช จำกัด (มหาชน) หรือ LTMH เปิดเผยว่า LTMH จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ โดยกำหนดราคา IPO ที่ราคาหุ้นละ 5 บาท รวมเป็นเงินที่บริษัทฯ ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้จำนวน 250 ล้านบาท
โดยจะเปิดให้จองซื้อหุ้นในระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2568 และคาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดธุรกิจบริการ (SERVICE) ในวันที่ 2 เมษายน 2568 ในชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า "LTMH" พร้อมกันนี้มีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 3 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
สำหรับการกำหนดราคา IPO ที่ 5 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 21.18 เท่า ซึ่งคำนวณจากผลประกอบการในรอบ 4 ไตรมาสล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 ถือเป็นระดับที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน และสอดคล้องกับสภาวะของตลาดหลักทรัพย์
ในปัจจุบัน LTMH ถือเป็นธุรกิจสื่อออนไลน์ที่แข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับ และมีการเติบโตที่โดดเด่น โดย Brand LTMH เริ่มต้นจากการสร้างเพจ Facebook ภายใต้ชื่อ “ลงทุนแมน” และต่อมาได้ขยายเพิ่มอีก 5 เพจ ประกอบด้วย ลงทุนเกิร์ล, MarketThink, Brandcase, Money Lab และ Mao-Investor ครอบคลุม เข้าถึง และตอบสนองกลุ่มลูกค้าและผู้ติดตามได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น จาก 4.87 ล้านคน ในปี 2564 เพิ่มเป็น 8.32 ล้านคน ณ สิ้นปี 2567 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 19.61% ในช่วงปี 2564 -2567 ทำให้ LTMH ถือเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ด้านการเงิน และการลงทุน ที่มีความน่าเชื่อถือ และมีอิทธิพลต่อความคิดเห็นและการตัดสินใจของผู้ติดตามจำนวนมาก
นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ผู้ถือหุ้นใหญ่ กลุ่มครอบครัวคุณธณัฐ เตชะเลิศ และผู้ถือหุ้นเดิมรายอื่นอีก 4 ราย สมัครใจทำข้อตกลงไม่จำหน่ายหุ้นในส่วนที่เหลือจากการติด Silent Period ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเวลา 6 เดือนตั้งแต่วันที่เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมส่วนที่เหลือที่ไม่ติด Lock up จะมีจำนวนเพียง 4.03 ล้านหุ้น คิดเป็นเพียง 2.02% ของจำนวนหุ้นภายหลังการเสนอขายหุ้นเท่านั้น
ด้านนายธณัฐ เตชะเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลทีเอ็มเอช จำกัด (มหาชน) หรือ LTMH เปิดเผยว่าการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญที่จะสร้างให้ LTMH เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการระดมทุนครั้งนี้ จำนวน 250 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขยายธุรกิจ WealthTech ภายใต้แบรนด์ "WealthX" ที่จะช่วยให้คนไทยสามารถยกระดับทางการเงิน การลงทุนได้มากขึ้นในอนาคต
ในเบื้องต้นบริษัทได้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เพื่อเป็นนาหน้าในการจำหน่ายหน่วยลงทุน กองทุน และตราสารหนี้ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
นอกจากนี้ การระดมทุนยังมีวัตถุประสงค์เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ใช้ลงทุนในหุ้น บลจ.ทาลิส รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทและบริษัทย่อย ซึ่งเชื่อมั่นว่า สิ่งที่จะทำให้ LTMH ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจครั้งนี้มาจาก “จุดแข็งสำคัญ” ที่บริษัทมีอยู่ทั้งชื่อเสียงของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การมีสื่อออนไลน์และช่องทางการติดตามที่หลากหลาย รวมถึงการมีแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ที่เป็นของเราเอง และระบบ Ecosystem ที่เกื้อหนุนกันรวมถึงทีมผู้บริหารและบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ ทางบริษัทเชื่อว่าด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ค่อนข้างสูง บวกกับต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรากฐานขององค์กรที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านธุรกิจสื่อและแพลตฟอร์มสื่อ (ออนไลน์) และธุรกิจออฟไลน์นั้น เมื่อมาผนวกกับแผนการทางธุรกิจในอนาคตที่ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ WealthTech ที่มีโอกาสเติบโตอยู่ในระดับสูง ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถเดินหน้าสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพต่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตได้เป็นอย่างดี
“เรามีแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นอันดับต้นๆ ที่องค์กรเลือกใช้ รวมถึงมีระบบนิเวศธุรกิจที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งธุรกิจสื่อออนไลน์และการตลาดแบบครบวงจร ธุรกิจออฟไลน์ การจัดงานอีเวนต์ที่มีต่อเนื่องตลอดทั้งปี อีกทั้งการจำหน่ายหนังสือที่มีทั้งหมด 16 เล่น ผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งในอนาคตเราจะมีธุรกิจเทคโนโลยีบริหารความมั่งคั่ง “WealthX” เข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโต เราไม่ได้กังวลเรื่องการแข่งขันในตลาด เพราะมูลค่าตลาดบริหารความมั่งคั่งใหญ่มากถึง 3 ล้านล้านบาท หากเราทำมาร์เก็ตแชร์ได้เพียง 1% จากมูลค่าดังกล่าว จะช่วยให้ความสามารถในการทำกำไรและการขยายตัวของบริษัทปรับตัวดีขึ้น” นายธณัฐ กล่าว
สำหรับผลประกอบการ 4 ปีย้อนหลัง ในปี 2564 – 2567 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 118.06 ล้านบาท 173.90 ล้านบาท 225.77 ล้านบาท และ 231.72 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 25.20% ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 21.68 ล้านบาท 31.18 ล้านบาท 37.58 ล้านบาท และ 35.28 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 18.37%, 17.93%, 16.64% และ 15.23% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 50.55% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่สูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...