โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ “กัมพูชา” จะเป็นอย่างไร ในปีที่มีนายกฯและ ครม.ใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 14.49 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 14.49 น.
นครวัด (ภาพโดย TANG CHHIN Sothy / AFP)

วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศกัมพูชา จะเป็นอย่างไรในปีที่มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรุ่นใหม่

ปีนี้เป็นหนึ่งปีสำคัญในประวัติศาสตร์กัมพูชา เมื่อสมเด็จฯฮุน เซน (Hun Sen) ส่งมอบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้แก่ลูกชายคนโต ขณะที่ผู้ใกล้ชิดของเขาก็ถ่ายโอนอำนาจในคณะรัฐมนตรีไปสู่มือคนรุ่นใหม่ของตระกูล

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกัมพูชา แต่จะให้ผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

ฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกัมพูชา กล่าวต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า การบริหารประเทศของเขาจะมุ่งเน้นไปที่การปกป้องสันติภาพ เสถียรภาพ เอกราช และอธิปไตยของชาติ ขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชน เพิ่มความยั่งยืนทางสังคมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และจะมีนโยบายการลงทุนสีเขียว

น่าสนใจว่าเศรษฐกิจกัมพูชาในปีที่มีนายกฯและคณะรัฐมนตรีใหม่มีแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ?

ล่าสุดมีบทวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจกัมพูชาจาก “วิจัยกรุงศรี” เผยแพร่ในวันที่ 30 สิงหาคม 2023 ที่มองว่า เศรษฐกิจกัมพูชากำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่ย้ายจากภาคการผลิตไปสู่ภาคบริการ

วิจัยกรุงศรีบอกว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 การฟื้นตัวของกัมพูชาถูกขัดขวางจากการส่งออกสินค้าที่ลดลง เนื่องจากอุปสงค์ภายนอกที่ลดลง โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมด

ทั้งปี 2023 นี้คาดว่าเศรษฐกิจของกัมพูชาจะเติบโต 5.8% และจะยังคงแข็งแกร่งในปี 2024 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคครัวเรือนที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการที่อุปสงค์ทั่วโลกอ่อนแอ

“จากการคาดการณ์ของ IMF แนวโน้มการเติบโตและอัตราเงินเฟ้อกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะปรับตัวดีขึ้นบ้างแล้ว แต่เสถียรภาพทางการเงินยังคงเปราะบาง เนื่องจากมีการเติบโตของสินเชื่อที่สูงกระจุกตัวอยู่ในบางภาคส่วน”

“การฟื้นตัวได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยว ขณะที่การส่งออกสินค้าเป็นปัจจัยฉุดรั้ง”

การส่งออกของกัมพูชาเพิ่มขึ้นในปี 2022 นำโดยการส่งออกสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ดีมานด์จากสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่ลดลงคิดเป็น 70% ของการส่งออกสินค้าที่ลดลงทั้งหมดในปี 2023 (เทียบจากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2022 ถึงจุดต่ำสุด ในเดือนเมษายน 2023)

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจกัมพูชาในขณะนี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในภาคบริการ โดยได้แรงหนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และความต้องการท่องเที่ยวของคนในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่อัดอั้นไว้ในช่วงโรคระบาด (pent-up demand) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ส่งผลให้แรงกดดันต่อรายได้ที่แท้จริงลดลง

แม้ว่าเสถียรภาพภายนอกจะดีขึ้นแล้ว แต่การขาดความหลากหลายทำให้ประเทศกัมพูชาเสี่ยงต่อแรงลมต้านหรืออุปสรรคจากภายนอก

“วิจัยกรุงศรี” อ้างการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่า การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของกัมพูชาจะลดลงจากระดับ 27% ของจีดีพีในปี 2022 เหลือ 12% ในปี 2023 เนื่องจากภาคบริการที่ฟื้นตัวและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง

การไหลเข้าของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไปยังกัมพูชาเพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และยังคงฟื้นตัวได้แม้จะผ่านช่วงการแพร่ระบาด โดยครึ่งหนึ่งของการไหลเข้าของ FDI มาจากประเทศจีน และกระจุกตัวอยู่ในภาคธุรกิจที่พัก การก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และการเงิน

การกระจายความเสี่ยงที่ต่ำทั้งในด้านการส่งออกสินค้าและ FDI จะทำให้กัมพูชาเสี่ยงต่อผลกระทบจากภายนอก และสินเชื่อในประเทศที่กระจุกตัวอยู่ในภาคการก่อสร้าง เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินในประเทศ

“การขาดดุลแฝด” จะยังคงมีอยู่ แม้ว่าทั้งดุลการคลังและดุลบัญชีเดินสะพัดจะปรับปรุงดีขึ้นก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...