โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ติดคาเฟอีนมากไปจนกระทบต่อร่างกาย อยากเลิกควรทำอย่างไร ?

BT Beartai

อัพเดต 05 ก.ย 2566 เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2566 เวลา 09.41 น.
ติดคาเฟอีนมากไปจนกระทบต่อร่างกาย อยากเลิกควรทำอย่างไร ?

คาเฟอีน เป็นสารกระตุ้นที่พบได้ทั่วไปในน้ำอัดลม กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และอื่น ๆ หากคุณดื่มไม่มากเกินไปคาเฟอีนก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณตื่นตัวและมีสมาธิได้ เพราะคาเฟอีนจะช่วยเพิ่มพลังงานและลดความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน แต่หากคุณดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนมากเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกปวดหัวและนอนไม่หลับได้

คาเฟอีนคืออะไร ?

คาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นในกาแฟ ชา ช็อกโกแลต และโซดา ฯลฯ ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความตื่นตัว และเพิ่มพลังงานให้กับคุณ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ อาการขาดน้ำ และความดันโลหิตสูงได้ หากคุณดื่มอย่างไม่ระวัง

สำหรับหลาย ๆ คน คาเฟอีนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวา มีสมาธิ และมันสามารถช่วยให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน

คาเฟอีนเป็นสารสีขาวที่มีรสขมซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในพืชกว่า 60 ชนิด รวมถึงเมล็ดกาแฟ ใบชา และฝักโกโก้ที่ใช้ทำช็อกโกแลต ปริมาณคาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มของคุณจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ วิธีการเตรียม รวมถึงปริมาณในการดื่ม

โดยกาแฟสามารถมีคาเฟอีนได้เพียง 2 มิลลิกรัมต่อถ้วย และมากถึง 200 มิลลิกรัมต่อถ้วย ขณะที่ชาทั่วไปมีคาเฟอีนประมาณ 40 มิลลิกรัม และมีได้ตั้งแต่ 9 – 110 มิลลิกรัม ส่วนโซดา/น้ำอัดลม 12 ออนซ์ มักจะมีคาเฟอีน 30 – 60 มิลลิกรัม และเครื่องดื่มชูกำลัง 8 ออนซ์ จะมีคาเฟอีนระหว่าง 50 – 160 มิลลิกรัม

คาเฟอีนมีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร ?

คาเฟอีนผ่านเข้าสู่กระแสเลือดจากกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก เมื่ออยู่ในกระแสเลือดคาเฟอีนจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เช่น เส้นประสาท สมอง และไขสันหลัง เพื่อให้คุณรู้สึกตื่นตัวมากขึ้น คาเฟอีนช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มสมาธิ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และคุณอาจมีอาการแสบร้อนกลางอกหรืออาหารไม่ย่อยได้หลังจากบริโภคคาเฟอีนในปริมาณมากเกินไป

เมื่อคุณดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การส่งสัญญาณโดปามีนในสมองของคุณจะเพิ่มขึ้น ซึ่งโดปามีนเป็นสารเคมีที่ช่วยควบคุมแรงจูงใจ อารมณ์ และการเคลื่อนไหว คุณจะรู้สึกตื่นตัวมากขึ้นนั่นเอง

ปริมาณคาเฟอีนมากเกินไปคือเท่าไหร่ ?

ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยบริโภคคาเฟอีน 200 มก. ต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับกาแฟขนาด 5 ออนซ์ 2 ถ้วย โดยการบริโภคกาแฟมากถึง 400 มก. หรือ 4 ถ้วย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่คาเฟอีนส่งผลต่อผู้คนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณ เพศ และความอ่อนไหวต่อคาเฟอีน หากคุณมีความไวต่อคาเฟอีนแม้ในปริมาณปานกลางก็อาจทำให้นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล และรู้สึกกระสับกระส่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและโภชนาการจึงเห็นพ้องกันว่าการบริโภคคาเฟอีนมากกว่า 600 มก. ต่อวัน เทียบเท่ากับกาแฟ 4 – 7 ถ้วย นั้นถือว่ามากเกินไป

ดื่มคาเฟอีนมากเกินไปมีอาการอย่างไร ?

  • ปวดหัว หงุดหงิด เวียนศีรษะ
  • มีความกระวนกระวายใจ
  • นอนไม่หลับ หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน
  • หัวใจเต้นเร็วหรือหัวใจเต้นผิดปกติ
  • ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
  • ภาวะขาดน้ำ

ใครควรหลีกเลี่ยงคาเฟอีน ?

การดื่มคาเฟอีนไม่ใช่เรื่องปลอดภัยสำหรับทุกคน คุณอาจต้องการหลีกเลี่ยงคาเฟอีนหากคุณมีอาการต่อไปนี้

  • มีความผิดปกติของการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ
  • โรคกรดไหลย้อน
  • กำลังตั้งครรภ์
  • กำลังให้นมลูก
  • มีอาการไมเกรนหรือปวดศีรษะเรื้อรัง
  • มีความดันโลหิตสูง
  • รับประทานยากระตุ้น ยาปฏิชีวนะ ยารักษาโรคหอบหืด และยารักษาโรคหัวใจบางชนิด ยาเหล่านี้อาจมีปฏิกิริยากับคาเฟอีนได้
  • มีความวิตกกังวล
  • มีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วหรือผิดปกติ

คาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน ?

คุณสามารถสัมผัสได้ถึงฤทธิ์ของคาเฟอีนทันทีหลังจากดื่มไปแล้ว 15 นาที ระดับคาเฟอีนในเลือดของคุณจะเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา และจะคงอยู่ที่ระดับนี้เป็นเวลาหลายชั่วโมงสำหรับคนส่วนใหญ่ และหลังจากดื่มคาเฟอีนไป 6 ชั่วโมง ครึ่งหนึ่งของคาเฟอีนจะยังอยู่ในร่างกายของคุณ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมงในการล้างคาเฟอีนออกจากกระแสเลือดให้หมด

เคล็ดลับในการเลิกคาเฟอีน

1.ลดปริมาณคาเฟอีน

ค่อย ๆ ลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ห้ามเลิกแบบหักดิบเด็ดขาด เพราะคุณอาจมีอาการถอนคาเฟอีนและกลับไปดื่มกาแฟหรือน้ำอัดลม และเริ่มวงจรการติดมันอีกครั้ง ให้ใช้วิธีค่อย ๆ ลดปริมาณกาแฟ ชา น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลังที่คุณดื่มในแต่ละวันเพื่อให้ร่างกายปรับตัว

2.ดื่มกาแฟไม่มีคาเฟอีน

หากคุณเป็นนักดื่มกาแฟ ให้ค่อย ๆ เปลี่ยนจากกาแฟธรรมดาเป็นกาแฟไม่มีคาเฟอีน ขั้นแรกสลับระหว่างกาแฟไม่มีคาเฟอีนกับกาแฟธรรมดา จากนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกาแฟไม่มีคาเฟอีนมากขึ้น และลดปริมาณกาแฟปกติลง การลดการบริโภคคาเฟอีนลงทีละน้อยในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ จะช่วยให้คุณเปลี่ยนนิสัยได้สำเร็จโดยไม่ทำให้เกิดอาการถอนคาเฟอีน

3.ดื่มน้ำเปล่า

ให้เริ่มเปลี่ยนเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ด้วยการดื่มน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพและสนองความต้องการในการดื่มของเหลว และน้ำเปล่ายังช่วยขับคาเฟอีนออกจากร่างกายตามธรรมชาติ ช่วยให้คุณไม่เกิดภาวะขาดน้ำ

4.นอนหลับให้เพียงพอ

สาเหตุส่วนใหญ่ที่คนมักชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน โดยเฉพาะกาแฟ เป็นเพราะเกิดอาการง่วงนอน ร่างกายไม่ตื่นตัว ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปหากคุณมีการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันคุณอาจลองหากิจกรรมอื่น ๆ ทำ เพื่อให้ร่างกายไม่รู้สึกเฉื่อยชา เช่น ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ตนเองสนใจ เป็นต้น

อาการถอนคาเฟอีนเป็นอย่างไร ?

หากคุณเริ่มติดคาเฟอีน การลดปริมาณลงอย่างกะทันหันอาจทำให้เกิดอาการถอนคาเฟอีนได้ โดยอาการมี ดังนี้

  • ปวดหัว
  • ความเหนื่อยล้า
  • มีสมาธิยาก
  • คลื่นไส้
  • เจ็บกล้ามเนื้อ
  • หงุดหงิด

โดยทั่วไปยิ่งคุณคุ้นเคยกับการบริโภคคาเฟอีนมากเท่าไหร่ อาการถอนคาเฟอีนก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น อาการของการถอนจะเริ่มใน 12 – 24 ชั่วโมง หลังการบริโภคคาเฟอีนครั้งสุดท้าย และอาจเกิดขึ้นได้ 2 – 9 วัน

ข้อดีของการลด – ละ – เลิก คาเฟอีน

1.ความวิตกกังวลลดลง

คาเฟอีนทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่บางครั้งความกระปรี้กระเปร่านั้นก็สามารถสะท้อนอาการของความวิตกกังวลได้ เช่น อาการกระวนกระวายใจ อาการใจสั่น หรือแม้แต่ความรู้สึกตื่นตระหนกได้

2.นอนหลับได้ดีขึ้น

คาเฟอีนเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวจากอาการง่วงนอน ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่การตัดคาเฟอีนจะทำให้การนอนหลับของคุณดีขึ้น เพราะต่อให้คุณดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมานานถึง 6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน มันก็ยังสามารถรบกวนการนอนหลับของคุณได้

3.เข้าห้องน้ำน้อยลง

คาเฟอีนสามารถทำหน้าที่เหมือนยาระบาย สิ่งนี้ทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำมากขึ้น หรืออาจจะบ่อยกว่าปกติ ในบางรายอาจปวดปัสสาวะบ่อย และบางรายอาจมีอาการถ่ายท้องมากกว่าปกติ หากคุณลดปริมาณการดื่มกาแฟลงก็จะสามารถลดการเข้าห้องน้ำ และกลับมาขับถ่ายเป็นปกติมากขึ้น

4.ฟันขาวขึ้น แข็งแรงขึ้น

กาแฟ น้ำอัดลม และชา สามารถทำให้ฟันของคุณเปื้อนด้วยความเป็นกรดและสีได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำให้ปากของคุณแห้งอีกด้วย ดังนั้นยิ่งดื่มน้อยลงเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อฟันและช่องปากของคุณ

คาเฟอีน จัดได้ว่าเป็นตัวช่วยที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการมีสมาธิ และตื่นตัวมากขึ้น แต่ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกันหากดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป เพราะฉะนั้นให้ระวังในเรื่องของปริมาณคาเฟอีนที่คุณได้รับในแแต่ละวัน ไม่เช่นนั้นคุณอาจต้องพบกับอาการนอนไม่หลับ ปวดหัว หรือผลเสียอื่น ๆ ตามมาได้

ที่มา my.clevelandclinic , webmd

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...