“เสนาหอย” รับสุดใจหาย “วิลลี่” ขายบ้านเตรียมย้ายประเทศ ลั่น! ไม่คิดว่าจะห่างกันไกล
“เสนาหอย” รับสุดใจหาย “วิลลี่” ขายบ้านเตรียมย้ายประเทศ ลั่นไม่คิดว่าจะห่างกันไกล
อีกหนึ่งคู่เพื่อนซี้ที่รู้จักกันมานานกว่า 30 ปี ผ่านเรื่องราวมากด้วยกันมายมาย สำหรับคู่เพื่อนซี้“วิลลี่ แมคอินทอช” และ“เสนาหอย” ที่ล่าสุดควงคู่เพื่อนซี้ประกาศเตรียมตัวย้ายประเทศ เพื่อนรักจะใจหายขนาดไหนขณะที่ วิลลี่ ขายบ้าน 7 ชั้นย่านเอกมัยแล้ว
จะย้ายประเทศจริงมั้ย? วิลลี่ : “ผมแค่จะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศที่อเมริกา เพราะว่ามีญาติอยู่ที่นั่น จะหาโรงเรียนอยู่ที่นั่น แล้วภรรยาก็อาจจะไปด้วย แค่นั้นเอง เรายังอยู่ที่นี่ ทำงาน และจะบินไปบ้าง”
แต่พี่ขายบ้านหมดแล้วนะ คนไม่ไปจริงๆ จะขายบ้านทำไม? วิลลี่ : “พี่มีความจำเป็นต้องขายบ้าน เพราะยุคของฮวงจุ้ยกำลังจะเปลี่ยนเป็นยุค 9 พี่ต้องทำบ้านใหม่ พี่ตัดสินใจดูว่าท้องมังกรอยู่ตรงไหน อยู่ตรงข้ามบ้านเป๊กกี้กับฐา(หัวเราะ) ก็ไปสืบหาว่าบ้านอยู่ตรงนี้ พยายามไปหาที่เพื่อฝากบ้านไว้กับเพื่อนบ้านที่ดีได้ ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก็ไปดูด้วยกันนี่แหละ (หัวเราะ)”
บ้าน 7 ชั้นที่ทำอย่างสวยเลยที่เอกมัยขาย? วิลลี่ : ครอบครัวเหลือเล็กแล้ว เมื่อก่อนกะอยู่ด้วยกันเยอะ แต่ตอนนี้เหลือแค่ 3 คนพ่อแม่ลูก หมาอีกตัว ฉะนั้นพื้นที่ไม่ต้องใช้ใหญ่แล้ว ก็จะย้ายมาให้มันเล็กลง เพื่อดูแลง่ายหนึ่ง สองพอย้ายมาเล็กลงแล้ว ประจวบเหมาะกับฮวงจุ้ยกำลังจะเปลี่ยนยุค ทำมันร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้มาทุกอย่าง จัดทุกอณู
หอย : เอาตรงๆ ตอนเขาพูดกับผมครั้งแรก เขาโทรมาพูดอย่างเดียวเลยว่าหอย กูย้ายอยู่อเมริกานะ คำๆ นี้ต้องบอกว่าใจเต้นตุ๊บๆ ชีวิตเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจะอยู่กันคนละครึ่ง ทำอย่างนี้ได้อย่างไร
วิลลี่ : นี่อยากเล่นละครใช่มั้ย โชว์ให้พี่บอยดูใช่มั้ย (หัวเราะ)
หอย : วันนั้นมันพูดคำนี้จริงๆ แล้วเราอยู่ด้วยกันมานานมาก ชีวิตของเรารู้สึกเลยว่าเราอยู่กันคนละครึ่งอยู่แล้ว วันนั้นพอเขาพูดแบบนั้น โดยที่ไม่พูดอะไรต่อเนื่อง เขาพูดเสร็จก็วางหู
ความรู้สึกพี่หอยตอนนั้น? หอย : “กูจะย้ายตาม ไม่ได้แล้ว ต้องหาที่เรียนภาษาอังกฤษ กูจะย้ายตามไปที่อเมริกา เหมือนอะไรถล่มลงมา จริงเหรอวะ นี่กูต้องอยู่คนเดียวเหรอ ธรรมดาต้องเจอกันและคุยกันทุกวัน เช้านี้เมียเขาชอบโทรมาว่าเย็นๆ จะกินอะไร วิลลี่ชอบไม่สบายใจให้โทรมาถามว่าจะกินอะไร”
วิลลี่ : “เหมือนกันโทรคุยกับเค้กส้ม เขาโทรมาถามอะไรนะ”
หอย : “วันนี้จะเอาอะไรกิน(หัวเราะ) ผมไม่รู้จะตอบเค้กส้มยังไงให้ดูอบอุ่น(หัวเราะ)”
ทำไมถึงโทรหาพี่หอยสั้นๆ แค่นั้น? วิลลี่ : “บอกล่วงหน้าไง เพราะจริงๆ ภรรยาเป็นคนบอกว่าน่าจะให้ลูกไปเรียนเมืองนอก”
ถ้าเปิดมาแค่นั้น สนิทกันผมก็ช็อก? วิลลี่ : “เราไม่ได้คิดว่าจะแยกจากเขาหรอก คนเราเกิดมาแล้วมีเนื้องอก เราก็ต้องอยู่กับเนื้องอกไปเรื่อยๆ ถึงแม้หมอจะทักแล้วว่าผ่าออกเถอะ เราก็บอกว่าผ่าไม่ได้ ข้างในมีฟัน มีผมด้วย มันเป็นตัวแล้ว แต่ตัวแค่นี้ อยู่กับมันไปก่อน ไม่ได้คิดเลยนะว่าจะห่างกัน แต่มันมีความจำเป็น เราเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องเลือก ก็ประคับประคอง จะเรียนที่นี่ก็ไป แล้วเขาก็ถามว่ายูมาด้วยมั้ย หรือไปๆ มาๆ เราก็บอกว่าไป เราจะไปอยู่เยอะ เราจะเบางานลง”
หอย : เขาวางหูไป แล้วก็ยาวจนอีกวันนึง เขาเป็นคนที่ไลน์ไม่เคยตอบใคร คนไม่ต้องตกใจนะ ขนาดกูเนี่ย มันไม่เคยตอบกูเลย รุ่งขึ้นก็เลยถามว่ายังไงวะ มันก็บอกว่าจะไปแบบเดือนเว้นเดือน พาลูกไปอยู่นี่แล้วจะหยุดทำงานเดือนนึง เป็นแพลนแบบนี้ ผมกังวลมาก
ลูกกับเมียไปที่โน่นแต่พี่ไปเดือนเดียวแล้วก็กลับ?
วิลลี่ : จริงๆ ต้องแล้วแต่เมียนะ ถ้าเมียบอกว่าอยู่นานหน่อย มันก็ต้องอยู่นานหน่อย คุณไม่เห็นโซ่ที่รัดคอผมอยู่เหรอ (หัวเราะ)
ถ้าพี่ต้องไปตามที่เมียสั่งก็ต้องพักงานที่นี่บ้าง รอบนี้พี่หอยนั่งห่างพี่วิลลี่เพราะโกรธกันใช่มั้ย?
หอย : ทำไมช่างสังเกต
วิลลี่ : เดี๋ยวจะดราม่านะหอย แก้วที่มันร้าว ไม่นานก็คงจะแตก (หัวเราะ)
หอย : นี่คือการเข้าเพลง ผมบอกเลยวันนั้น ใจผมดิ่งมาก โทรไปหาฝ่ายบัญชี ว่าเคลียร์หนี้กันหมดหรือยัง (หัวเราะ)
วิลลี่ : (หัวเราะ) กลัวหนี
เรื่องจริงคือภรรยาพี่วิลลี่จะพาลูกไปเรียนต่อที่บอสตัน แล้วพี่ก็ต้องไปแต่ก็ยังกลับ อาจไปเดือนนึงกลับเดือนนึงหรือไปสองเดือนกลับเดือนนึง ซึ่งก็ต้องทิ้งให้พี่หอยอยู่กับแฟนที่นี่?
วิลลี่ : มีความจำเป็น จะให้เค้กส้มมาอยู่กับผม เขาก็ไม่ยอมไง ผมก็บอกว่าหอยไม่งอนใช่มั้ยถ้าลูกต้องไปอยู่เมืองนอก และผมต้องไปๆ กลับๆ เขาบอกไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวหอยก็ไปอยู่อังกฤษ ซื้อแมนยูบริหารก็ได้
จะไปเมื่อไหร่?
วิลลี่ : ต้องให้ภรรยาไปดูโรงเรียน ตอนแรกกะไว้ว่าสิ้นปีนี้หรือประมาณกลางปีหน้า ก็ไม่ได้รีบ ไปเรื่อยๆ ตัดสินใจว่าจะเอาแบบไหน เดี๋ยวก็จะบินไปดู จริงๆ ต้องเลือกโลเกชั่นที่เขาโอเคด้วย ผมไม่สามารถเอาภรรยาสุดที่รักของผมไปทิ้งไว้ในทุ่งได้ เราก็ต้องวางแผน พอเขาไปผมก็ต้องทำงานอยู่ สิ่งที่ต้องจัดการคือคิวงานแค่นั้นเอง ยังอยู่ไม่ไปไหน ผมแค่วางแผนปรึกษาเขา ว่าต่อจากนี้ไป เวลาซื้ออะไร เดี๋ยวนี้ต้องเปลี่ยนเครดิตการ์ดแล้วนะ เพราะต้องเก็บพ้อยท์ เพื่อแลกบิน (หัวเราะ) วางแผนไง
ระหว่างที่พี่วิลลี่เล่า พี่หอยเศร้าหรือเปล่า?
หอย : ใจหายมากกว่า ว่าจะไม่ได้ทำงานกัน เขาก็บอกว่าไปเดือนเว้นเดือนก็ใจหายนะ เพราะถึงไม่เจอกันทุกวัน เราก็รู้ว่าเขาอยู่กับเราตลอดเวลา เวลาคุยอะไรกัน หรืออะไรกัน จะไปยังไงต่อ ธุรกิจที่ทำด้วยกันจะยังไงต่อ เขาบอกว่าเหมือนเดิม แค่เว้นว่างเท่านั้น ก็ยังสบายใจ แต่ยังใจหายอยู่
ไม่มองหน้าพี่วิลลี่เลยเพราะอะไร? หอย : “บอกไม่ถูกนะ เราอยู่กันมานานมากน่าจะ 30 ปีที่รู้จัก วันนึงต้องไปอยู่อีกที่นึง เรารู้สึกใจหาย เขาเป็นส่วนหนึ่ง ผมรู้สึกว่าผมนามสกุลแมคอินทอชด้วยซ้ำไป ตอนแรกเราจะเรียกคุณแม่เขาว่าน้อง เรารู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว แต่ถ้าวันนึงต้องไป เขาทำหน้าที่ของสามีที่ดี ครอบครัวที่ดี อยากให้เขาอยู่กับลูกและครอบครัวเยอะๆ เพราะฉะนั้นวิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุด”
วิลลี่ : “ไปด้วยกัน” หอย : “ขออยู่แคลิฟอร์เนียได้มั้ย” วิลลี่ : “นี่ไง เรื่องมากอีก” หอย : “ใจคิดเหมือนกัน อยากไปด้วย แต่ผมไม่ถนัดเมืองนอกไง”
วิลลี่ : “เมืองที่ผมไปอยู่อาจเป็นเมืองของการเรียน มันเป็นช่วงที่ยากเหมือนกันในการเปลี่ยน เหมือนเราตัดสินใจได้ แต่พอจะทำก็หวิวๆ ท้องนะ เราอยู่ที่นี่มานาน คนรอบข้างเราจะยังไง หอยจะยังไงบ้าง เพราะเราไม่เคยมีอะไรที่ไม่ได้ทำด้วยกัน มันทำด้วยกันมาตลอด ผมไม่ตอบไลน์ แต่หอยจะกระดี๊กระด๊าเวลาผมโทรหา ผมก็จะโทรอย่างเดียว(หัวเราะ) เวลาตอบไลน์ผมคิดเยอะ ก็โทรหาดีกว่า ต้องขอโทษเพื่อนๆ ในวงการทุกคน เพราะผมไปไหนมาไหน ทุกคนก็ทักเรื่องนี้ ผมเคยคิดไว้อยู่แล้ว อยากเอาหอยไปด้วยถ้าเขาอยากไปนะ จริงๆ ใจผม ผมไม่ได้บอกหอย ผมรู้ว่าคิวงานเป็นยังไง ถ้าเราจัดการทุกอย่างได้เสร็จก็จะบอกเขาว่า หอย จองตั๋วยัง ไปไหน ก็ไปอเมริกาไง แล้วก็ไปด้วยกัน จะมีที่ให้อยู่แล้ว กลับด้วยกัน เพราะบนเครื่องจะคุยได้นานมาก เรานั่งอยู่สองคนไม่เคยหลับเลยบนเครื่อง”
หอย : “เริ่มจากเมกาบางนาก่อนได้มั้ย ไม่อยากไปเมกาแล้ว อยากไปเมกาบางนา”
วิลลี่ : “ผมก็ห่วงความรู้สึกของหอยนะ ปกติผู้ชายไม่พูดเรื่องแบบนี้หรอก ถ้ารายการไม่ซักก็ไม่พูดหรอก แต่พอต้องทำแล้ว หอยก็ต้องเข้าใจ”