โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดับเครื่องชน!! ‘บิ๊กโจ๊ก’ แฉซ้ำงานนี้มีใบสั่ง – รู้แล้วใครสั่งค้นบ้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ก.ย 2566 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2566 เวลา 11.04 น. • The Bangkok Insight

ดับเครื่องชน!! "บิ๊กโจ๊ก" แฉซ้ำงานนี้มีใบสั่ง เผยรู้แล้วใครสั่งค้นบ้าน เรื่องนี้เป็นการชกใต้เข็มขัด ดิสเครดิตอย่างเห็นได้ชัด เผยมีคดีหลายคดีที่งวดแล้ว พร้อมเคลียร์ปมโดนโยงชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. ยอมรับเป็นเบอร์ 2 แต่ไม่คิดไปล้ำเส้นใครอยู่แล้ว

ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กล่าวภายหลังเข้าประชุมกับชุดทำงานถึงกระแสข่าวโยกย้ายภายหลังถูก ตำรวจคอมมานโด กองปราบปรามและ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในซอยวิภาวดี 60 พร้อมทั้งออกหมายจับลูกน้องคนสนิท ซึ่งเป็นมือทำคดี 8 นาย ว่า ยังไม่มีตนยังไม่เห็นคำสั่ง และตนจะเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประชุมตามปกติ

"ตอนนี้ยังไม่มีข้อกล่าวหา จึงยังไม่ต้องชี้แจงหรือต่อสู้คดี แต่ตั้งประเด็นเพราะเรื่องการค้นบ้านของผม มีความผิดปกติ โดยอาศัยการขอหมายค้นแค่บ้านเลขที่ แล้วขอเข้าตรวจค้น หากไปถามใครก็รู้ว่าเป็นบ้านของตน เลยมองว่าเป็นการเตรียมการมาแล้ว เชื่อว่าไม่มีอำนาจอื่นเข้ามาแทรกแซง แต่เป็นการเมืองภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ทราบแล้วว่าใครเป็นคนสั่งการ" รอง ผบ.ตร.กล่าว

พร้อมยืนยันว่า ตอนนี้ยังคงมีกำลังใจดี ขอทำงานตามปกติทุกอย่าง คดีที่ค้างคาจะต้องสะสางทั้งหมดให้เสร็จ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ผมจะต้องรับผิดชอบให้เสร็จ ตราบใดที่ยังรับผิดชอบอยู่ ส่วนลูกน้องที่ถูกดำเนินคดีเขาต้องไปต่อสู้คดี และบอกทุกคนที่โดนดำเนินคดีให้เข้ามอบตัว ถ้าไม่ให้ประกันที่โรงพักก็ไปประกันที่ศาล ถ้าศาลไม่ให้ประกันก็ไปที่เรือนจำกันต่อไป แต่ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา เขาก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า มีผู้ที่ถูกออกหมายจับนับ 10 กว่าคน มีทั้งตำรวจและพลเรือน แต่ตนไม่ทราบว่าฝ่ายพลเรือนเป็นใครบ้าง แต่หากตำรวจลูกน้องตอนที่ถูกออกหมายจับก็ขอให้เข้ามอบตัว และไปสู้กันในชั้นศาล หากศาลยังไม่ให้ประการก็ให้อยู่ในเรือนจำไป ถ้าผิดก็ให้ดำเนินการไปตามผิด ตนไม่ไปกดดันหรือโทรสั่งใคร สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีการใช้อำนาจของรองผบ.ตร.แต่อย่างใด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า แต่เรื่องนี้เป็นการชกใต้เข็มขัด เป็นการดิสเครดิตตนอย่างเห็นได้ชัด มันมีคดีหลายคดีที่งวดแล้ว แต่ไม่อยากกล่าวถึงใคร ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ใครทำผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ใครละเมิดอำนาจศาลก็จะต้องดำเนินคดีไป ที่ผ่านมาตอนทำคดีทุกคดีโปร่งใส ทำร่วมกับอัยการไม่ได้ทำเพียงลำพัง เฉพาะในส่วนของตำรวจตนจะไม่ลดบทบาทและทำงานไปตามจริง หากยังมีความรับผิดชอบในหน้าที่อยู่ จะทำงานตามปกติตน ต้องอดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก และไม่มักมากในลาภผล

รองผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนการแต่งตั้งผบ.ตร. ตนเป็นเบอร์ 2 ไม่ได้คิดไปออฟไซด์ใครอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.ตำรวจยึดหลักอาวุโส ตนยังสนุกอยู่กับการทำงาน ที่ผ่านมาไม่เคยคุยหรือไปแข่งขันกับใคร เพราะยังเหลือเวลาอีกเยอะ ตื่นเช้ามาได้ทำงานก็พอใจแล้ว

ส่วนใครจะเป็นได้เป็น ผบ.ตร. เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่จะพิจารณา ตัวชี้วัดอยู่ที่ประชาชน ตนมีหน้าที่ทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมฝากบอกประชาชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เรื่องที่โดนตรวจสอบก็ต้องว่ากันไป แต่ถ้าเกิดใครทำโดยไม่ชอบก็จะต้องรับโทษในการกระทำความผิดนั้น ในส่วนของเว็บพนันออนไลน์ ตนมีแต่การปราบเว็บพนันอย่างเดียว เว็บพนันไม่มีใครรู้จักตน มีแต่คนเขากลัวตน ฝากถึงประชาชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วง จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมรับการตรวจสอบ เมื่อเขาอยากตรวจสอบก็ให้เขาตรวจสอบ เพราะเคยโดนมาเยอะแล้ว ไม่ใช่พึ่งมาโดนส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องที่มีใบสั่ง ไม่ใช่เรื่องที่ปกติ เราก็ต้องรับการตรวจสอบ

ส่วนข่าวลือที่ให้ตนไปนั่งเป็นเลขาธิการ ปปส.นั้น ตำแหน่งใดก็ได้ขึ้นอยู่กับหลักความสมัครใจของเจ้าตัว และต้องขึ้นอยู่กับหลักความเป็นธรรมด้วย ขอยกตัวอย่าง เช่น ตนดำเนินคดีกับตำรวจเยอะแยะไปหมด แต่ยังไม่มีใครถูกออกจากราชการ ถามว่าทำไมถึงยังไม่ออกจากราชการ เพราะอยู่ที่หลักบริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาก็ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์ ตนยังไม่มีข้อถูกกล่าวหาสักข้อ เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปชี้แจงข้อกล่าวหา

แต่ที่ตั้งประเด็นการค้นบ้านตนมันเป็นความผิดปกติ เพราะมีการหลอกให้ศาลไม่รู้ว่าเป็นบ้านของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มันเป็นการหมกเม็ด ศาลแล้วมาค้นบ้านตน โดยอาศัยเพียงแค่บ้านเลขที่ ถามว่าตำรวจใครก็รู้ว่าเป็นบ้านของตน ต้องไปถามศาลว่าศาลรู้ไหมว่าเป็นบ้านตนศาลก็คงไม่ทราบเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีการตระเตรียมการมาแล้วว่าจะดิสเครดิตตนให้ได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องการเมืองภายในองค์กร ขอให้ทุกคนที่รับรู้ข่าวสารลองพิจารณาดูเอาเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...