เจาะกลุ่มสัตว์เศรษฐกิจ เลี้ยงง่าย ลงทุนน้อย ตลาดต้องการ
สัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจ ลงทุนครั้งเดียว ทำเงินยาว
ปูนา : นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ และเป็นแหล่งโปรตีนที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาโดยตลอด ราคาปูนาในปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 80 -120 บาท นับเป็นราคาดีไม่น้อยทีเดียว และนอกจากจะจับได้จากธรรมชาติแล้ว การเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ โดยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ราคาอยู่ที่คู่ละ 80 - 100 บาท ราคาอาจจะขึ้นอยู่กับขนาดของปู อุปกรณ์การเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการเลี้ยงในบ่อวงก็ได้ วงบ่อซีเมนต์จะมีราคาตั้งแต่ 200–500 บาท โดยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดของวงเป็นหลัก และอาหารที่ใช้เลี้ยงปู ได้แก่ ข้าวสุก (ข้าวเจ้าหรือข้าวเหนียวก็ได้) ปลาที่สับเป็นชิ้นเล็กๆ กุ้งฝอย ผักบุ้ง ผักกาด ข้อควรระวังก็คืออย่าให้อาหารปูมากเกินไปและต้องคอยหมั่นสังเกตดูว่าให้อาหารแค่ไหนปูถึงจะกินหมดเพราะถ้ามีอาหารเหลือก็จะบูดเน่า
หอยขม : เป็นหอยฝาเดียวอาศัยในน้ำจืดมีขนาดเล็ก เปลือกเป็นเกลียวกลมยอดแหลม เปลือกหนาและแข็ง ผิวชั้นนอกเป็นสีเขียวแก่ ฝาปิดเปลือกเป็นแผ่นกลม ตีนใหญ่ จะงอยปากสั้นทู่ ตามีสีดำอยู่ตรงกลางระหว่างโคนหนวด ตัวผู้มีหนวดเส้นข้างขวาพองโตกว่าเส้นข้างซ้าย มีอวัยวะเพศทั้งเพศผู้และเพศเมียอยู่ในตัวเดียวกัน สามารถซื้อมาขยายพันธุ์ได้เลย ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 – 80 บาท โดยสามารถเลี้ยงได้ทั้งบ่อดินและวงบ่อซีเมนต์ อาหารของหอยขมที่สำคัญเลย ได้แก่ แพลงก์ตอนพืช สัตว์ขนาดเล็ก ตะไคร้น้ำ พืชน้ำ ซากเน่าเปื่อยของใบไม้ และอินทรีย์สารต่างๆ ที่เป็นตะกอนในดินโคลน
จิ้งหรีด : ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจิ้งหรีดจะเป็นอาหารที่ใคร ๆ ก็ทานแถมยังสามารถส่งออกต่างประเทศได้อีกด้วยและยังแปรรูปเป็นอาหารสัตว์สำหรับนำไปให้สัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย โดยราคาจำหน่ายพันธุ์จิ้งหรีดพันธุ์สะดิ้งและทองดำ ราคาหน้าฟาร์มจะอยู่ที่ 100-130 บาท มีทั้งเป็นเป็นตัวเต็มวัยและแบบไข่ โดยอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงจิ้งหรีดเบื้องต้น บ่อเลี้ยงสามารถเลี้ยงได้กล่องไม้อัดที่ทำขึ้นเองก็ได้ โดยขนาดมาตรฐานจะอยู่ที่ ความสูงของกล่องประมาณ 50 เซนติเมตร ขนาดกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ขนาดยาวประมาณ 200 เซนติเมตร หรือสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมก็ได้ แผงไข่กระดาษ แผ่นละ 1-2 บาท เทปกาวกันจิ้งหรีดออก ตาข่ายกันนก ที่ใส่น้ำ ที่ใส่อาหาร เพียงเท่านี้ก็สามารถเลี้ยงจิ้งหรีดได้แล้ว
หนูพุก : ปัจจุบันหนูพุกเป็นสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ราคาดี ขยายพันธุ์ไว และต้นทุนในการเลี้ยงไม่สูงมาก ปัจจุบันเลยทำให้มีพัฒนาการเลี้ยงหนูพุกในหลายรูปแบบเพื่อช่วยลดต้นทุนสำหรับเกษตร โดยราคาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นั้นราคาไม่สูงเลย โดยจะมีราคาอยู่ที่ 300 – 1,000 บาทโดยราคานั้นอาจจะขึ้นอยู่กับขนาดของตัวหนูด้วยจ้า โดยสถานที่ในการเลี้ยงปัจจุบันนิยมเลี้ยงในบ่อวงซีเมนต์โดยขนาดที่ใช้ การเตรียมบ่อเลี้ยง ใช้ท่อปูน ขนาด 80×40 ใช้ท่อวางซ้อนกัน ใช้ฝาปูนลองด้านล่าง ฝาปิดด้านบนใช้แผ่นสมาร์ทบอดตัดเป็นวงกลมตามท่อเจาะรูเท่านิ้วก้อยสัก10รูให้อากาศถ่ายเทเล็กน้อย หรือจะใช้อย่างอื่นก็ได้ตามที่เรามีไว้ปิดป้องกันหนูออกจากบ่อกันแมว งู หรือศัตรูอื่นที่จะมาทำร้ายหนูของเรา ส่วนอาหารง่าย ๆ เช่น หัวมัน, ข้าวเปลือก ,รำข้าว, หญ้าขน , ข้าวโพด แล้วแต่เราหาได้ อาหารเสริมเป็นหัวอาหารหมูได้เช่นกันเพื่อหนูของเราจะได้อ้วนสมบูรณ์ขายได้ราคาอีกด้วยจ้า
ปลาไหล : ปลาไหลก็ถือว่าเป็นเมนูอาหารที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน จากปกติแล้วการที่จะหาปลาไหลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้อปุกรณ์ในการจับ แต่ปัจจุบันนั้นปลาไหลสามารถนำมาเลี้ยงในบ่อปูนได้แล้วซึ่งทำให้เกษตรหลาย ๆ ท่านสนใจและตัดสินใจนำมาเป็นอาชีพหลักให้กับครอบครัว ซึ่งในการเลี้ยงปลาไหลนั้นก็ไม่ยากลงทุนไม่เยอะและใช้พื้นน้อยมาก โดยการเริ่มเลี้ยงปลาไหลในบ่อวงซีเมนต์มีอุปกรณ์ดังนี้ บ่อ สำหรับการเลี้ยงปลาไหลในวงท่อชีเมนต์นั้น ก็ไม่อะไรที่ยุ่งยาก มากมายครับ หลักๆเลยก็ต้องมีวงท่อซีเมนต์ บ่อหนึ่งจะใช้ 2 ท่อ ต่อกัน ด้านล่างที่เป็นพื้นก็เทด้วยปูนซีเมนต์และวางท่อระบายน้ำเพื่อเปลี่ยนน้ำหรือระบายน้ำเน่าออกไปเวลาที่น้ำสกปรกหลังจากนั้นนำดินโครนจากท้องไร้ท้องนา รองพื้นบ่อและนำต้นกล้วยตัดเป็นท่อนๆวางเรียงกัน แล้วนำดินมากรบอีกที กรณีถ้ามีพวกผักตบหรือเศษฟาง ก็สามารถนำมาประยุกต์ผสมเข้าไปกับดินเพื่อให้ดินร่วนไม่แข็งจนเกินไป แล้วเติมน้ำเข้าไปประมาณครึ่งบ่อ นำผักตบชวามาปล่อยพื่อให้ปลาไหลหลบซ้อน หรือจะเป็นพวกแหน่ หรือ วัชพืชน้ำเพื่อเรียนแบบธรรมชาติ ให้มากที่สุดแล้วปล่อยบ่อทิ้งไว้ 7-14 วัน ให้ดินได้คลายตัวและ วัชพืช ได้เจริญเติบโต รวมทั้มทั้งต้นกล้วยได้ย่อยสลายเป็นเหยี่ยปลาไหล เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเตรียมบ่อ