“ทองคำ” แซง “เยน-ฟรังก์” ขึ้นแท่นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับหนึ่งปี 2568
"ทองคำ" แซง "เยน-ฟรังก์" ขึ้นแท่นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับหนึ่งปี 2568 ราคาพุ่งกว่า 30% ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่นักลงทุนเริ่มหมดศรัทธาในพันธบัตรและเงินสกุลดั้งเดิม
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 11.33 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำแท่งพุ่งขึ้นถึง 30% ตั้งแต่ต้นปี 2568 แซงหน้าการปรับตัวของสินทรัพย์ปลอดภัยดั้งเดิม เช่น เงินเยนของญี่ปุ่น, ฟรังก์สวิส, และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มทบทวนนิยามของความปลอดภัยทางการเงินในช่วงที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งจากปัญหาความยั่งยืนทางการคลังและความเสี่ยงด้านสงคราม
นักวิเคราะห์ที่ร่วมงานประชุม Asia Pacific Precious Metals Conference ซึ่งจัดโดย CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ชี้ว่าจุดเด่นของทองคำคือความเป็นอิสระจากความเสี่ยงของรัฐบาล
Nikos Kavalis, กรรมการผู้จัดการ Metals Focus กล่าวว่าเมื่อนักลงทุนถือพันธบัตรรัฐบาลหรือเงินตรา พวกเขากำลังลงทุนในเศรษฐกิจของประเทศนั้น ซึ่งมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างแฝงอยู่ เมื่อสินทรัพย์ปลอดภัยเดิมๆ เริ่มสั่นคลอน
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) ร่วงลงเกือบ 10% ตั้งแต่ต้นปี เงินเยน และ ฟรังก์สวิส แข็งค่าขึ้นประมาณ 8% และ 10% เทียบกับดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี ลดลงประมาณ 0.19% ซึ่งสะท้อนว่าราคาพันธบัตรเพิ่มขึ้น
แต่ทองคำกลับทำผลงานดีกว่าทุกสินทรัพย์ โดยล่าสุดราคาทะลุ 3,400 ดอลลาร์/ออนซ์ และเคยขึ้นไปเกิน 3,500 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน โดยปัจจัยที่หนุนราคาทอง ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนต่อดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐ การลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐโดย Moody’s นโยบายภาษีของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
Shaokai Fan ผู้อำนวยการฝ่ายธนาคารกลาง World Gold Council กล่าวว่า “คนเริ่มไม่แน่ใจในอนาคตของดอลลาร์สหรัฐและตลาดพันธบัตรของสหรัฐแล้ว”
เมื่อดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เดือนเมษายนตลาดพันธบัตรสหรัฐถูกเทขายหนัก หลังทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ ขณะที่เดือนพฤษภาคมนักลงทุนขายพันธบัตรระยะยาวหลังสหรัฐถูกลดเครดิตเรตติ้ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีพุ่งทะลุ 5%
นักลงทุนจึงเริ่มย้ายจากสินทรัพย์ของรัฐไปหาทองคำNicholas Frappell หัวหน้าฝ่ายตลาดสถาบัน ABC Refinery กล่าวว่า “ทองไม่ได้รับผลกระทบจากหนี้สาธารณะสูงๆ แบบที่สกุลเงินหลักอื่นๆ เจอ”
แม้แต่เยนและฟรังก์ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่สมบูรณ์ พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น 10 ปี ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น 0.39% สะท้อนความต้องการลดลง ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ยังคงอยู่ที่ 0.5% ไม่ดึงดูดใจนักลงทุน ขณะที่ฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้นกว่า 10% แต่ธนาคารกลางสวิสตั้งดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25% และอาจปรับติดลบ เพราะอัตราเงินเฟ้อลด
ทั้งนี้ทองคำไม่ผูกกับรัฐบาลใดๆ ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty risk) มีมูลค่าในตัวเอง ไม่ต้องอาศัยความสามารถของรัฐในการชำระหนี้หรือจ่ายดอกเบี้ย Shaokai Fan WGC กล่าวว่า “ทองไม่มีความเสี่ยงจากนโยบายหรือรัฐบาลใดๆ และมีตลาดที่ใหญ่มาก”
อ้างอิง : cnbc.com