โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BAM กำไร Q1/68 ที่ 216.7 ลบ. ลดลง 48.7% จากยอดเรียกเก็บหนี้ลดลง-ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น

efinanceThai

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 06.52 น.

BAM กำไร Q1/68 ที่ 216.7 ลบ. ลดลง 48.7% จากยอดเรียกเก็บหนี้ลดลง-ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 68 13:52 น.

BAM เผยไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 216.7 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 48.7 จากยอดเรียกเก็บ และรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่กำไรจากการขายสินทรัพย์ชะลอตามยอดขาย พร้อมการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น รองรับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 216.77 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 48.7 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 423.40 ล้านบาท

บริษัทฯ มีผลเรียกเก็บ (ไม่รวม JV) 3,192 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการจัดเก็บหนี้ NPLs จำนวน 1,955 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลจากการชะลอตัวของการปรับโครงสร้างหนี้ TDR รายใหม่

ทั้งนี้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ TDR รายเดิมมีแนวโน้มทรงตัว สำหรับการขายทรัพย์ NPAs เป็นเงินจำนวน 1,237 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายทรัพย์ที่อยู่อาศัยโตขึ้นร้อยละ 5.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และยอดขายทรัพย์อาคารพาณิชย์และทรัพย์เพื่อการลงทุนหดตัวลงร้อยละ 15.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้บริษัทฯ มีราคาขายต่อราคาประเมินทรัพย์เฉลี่ยที่ร้อยละ 88.5 (ปี 2567: ร้อยละ 86.3)

บริษัทฯ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 1/2568 จำนวน 1,706 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy) มีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยจากลูกหนี้ขายผ่อนชำระ (การขายทรัพย์ NPAs แบบผ่อนชำระ) ลดลงร้อยละ 50.0 yoy และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้นร้อยละ 65.5 yoy

บริษัทฯ มีกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขายรวม 392 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27.0 yoy สาเหตุมาจากยอดขายทรัพย์ชะลอตัว

บริษัทฯ ไม่ได้ลงทุนซื้อหนี้จากสถาบันการเงิน โดยสถาบันการเงินทยอยนำหนี้ออกมาเสนอขายในช่วงท้ายของไตรมาส จึงทำให้ปัจจุบันมีปริมาณหนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลมากกว่า 70,000 ล้านบาท บริษัทฯ ได้พิจารณาการลงทุนโดยคำนึงถึงประมาณการผลตอบแทน ความเสี่ยงในการลงทุน รวมถึงการบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสม

ในไตรมาส 1/68 มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น 635 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.6 yoy มีสาเหตุหลักจากการบันทึกค่าภาษีอากรลดลงจากช่วงเดียวกนัของปีก่อน และนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท โดยบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าทรัพย์สินรอการขาย เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.3 yoy จากราคาประเมินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงตามรอบประเมินคร้ังใหม่

บริษัทบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมด จำนวน1,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 จากปีก่อน มีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้–ดอกเบี้ยค้างรับ โดยผลขาดทุนด้านเครดิตจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้มีจำนวน 1,262 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้- ดอกเบี้ยค้างรับ จำนวน 1,140 ล้านบาท และตั้งเพิ่มตามคุณภาพหนี้จำนวน 122 ล้านบาท โดยบริษัทฯได้พิจารณาการตั้งเพิ่มตามหลักความระมัดระวัง และคาดว่าเพียงพอรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

บริษัท ฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 เท่ากับ 2.13 เท่า (ปี 2567 : 2.18 เท่า) หนี้สินส่วนใหญ่คือตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม เป็นแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการซื้อสินทรัพย์

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...