โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้ามด่านสุไหงโก-ลก ไปตกหมึกที่ตรังกานู ดื่มด่ำเสน่ห์ท่องเที่ยวข้ามแดน

SpringNews

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 07.58 น.

บพท. หรือ บริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนาในระดับพื้นที่ ล่าสุด ได้จัดทำโครงการวิจัยในจังหวัดนราธิวาส โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ข้ามพรมแดน หรือ Cross-border Tourism

เราได้ยินคำว่า “การท่องเที่ยวข้ามแดน” (Cross-Boarder Tourism) กันมาสักพักหนึ่งแล้ว เที่ยวในประเทศก็สนุกดี แต่ก็อยากมีประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างประเทศเหมือนกัน ติดที่ไม่รู้ว่ารูทท่องเที่ยวไหนบ้างที่น่าสนใจ กว่าจะถึงปลายทางมีอะไรให้ทำบ้าง

SPRiNG ชวนท่องเที่ยวไปกับรูท “สุไหงโก-ลก ตรังกานู” ตั้งต้นกันที่จังหวัดนราธิวาส ผ่านด่านสุไหงโก-ลก มุ่งสู่ปลายทางรัฐตรังกานู ประเทศมาเลเซีย พาไปเดินชมเมือง แวะซื้อสินค้าที่ถูกกว่าไทย 7 เท่า และไฮไลท์สำคัญคือออกเรือร่วมตกหมึกใน “ฤดูกาลตกหมึก” ประจำปี 2025

การท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจนราธิวาส

จังหวัดนราธิวาสมีต้นทุนที่ดีในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหารการกิน และภาษา แน่นอนว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายมลายู ร้อยทั้งร้อยพูดภาษายาวีได้ แปลว่าสามารถติดต่อพูดคุยกับนักท่องเที่ยวได้อย่างสบาย ๆ

บรรยากาศเมืองนราธิวาสยามเช้า

สถิติบอกว่านักท่องเที่ยวจากมาเลเซียข้ามมาเที่ยวฝั่งไทยมากที่สุด ติดอันดับ 1 ทุกปี รองลงมาคือ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และจีน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 67 - กุมภาพันธ์ 68 นราธิวาสมีจำนวนนักท่องเที่ยว 545,432 คน เป็นต่างชาติถึง 360,756 คน ชาวไทย 184,676 คน

จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บริเวณด่านสุไหงโก-ลกพบว่า มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียข้ามด่านมาเที่ยวนราธิวาสราว 10,000 คน/วัน ส่วนฝั่งไทยข้ามไปยังนับว่าน้อยอยู่มาก ชาวมาเลเซียที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาเที่ยวห้าง แวะคาเฟ่ พักผ่อน ชิมอาหาร (ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมอยู่แล้ว) เช่น ซุปหางวัว เมนูปลากุเลา หรือโรตี เป็นต้น

นราธิวาสมีที่เที่ยวหลายแห่งให้ไป หลัก ๆ ที่ต้องไปให้ได้คือ หาดนราทัศน์ อ่าวมะนาว มัดยิด 300 ปี หรือพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม ซึ่งรวบรวมคัมภีร์อัลกุรอานเก่าแก่กว่า 1,000 ปี สำหรับวัยรุ่น ก็จะไปรวมตัวกันที่คาเฟ่ ถ่ายรูปกัน

การหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 67 - กุมภาพันธ์ 68 นราธิวาสกวาดรายได้จากการท่องเที่ยวไปกว่า 1,970 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวไทย 586 ล้าน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 1,384 ล้าน

ไม่ว่าอยู่จังหวัดใดในไทย คุณก็สามารถมาเที่ยวที่นราธิวาสได้ เพราะมีเครื่องบินตรง สะดวกสบายสุด ๆ และนำไปสู่ไฮไลท์สำคัญที่อยากจะชวนเปิดโลกไปพร้อม ๆ กันคือ การข้ามด่านสุไหลโก-ลก ขับรถไปเที่ยวที่ตรังกานู

รีวิว ผ่านด่านสุไหงโก-ลก มุ่งหน้าสู่ตรังกานู

สิ่งที่ต้องเตรียมคือ พาสปอร์ต ถ้ามีรถให้คนขับ ขับรถเข้าด่านไปคนเดียว ส่วนคนที่มาด้วยต้องลงจากรถแล้วเข้าพบเจ้าหน้าที่ประทับตราเข้าเมือง ปั้มลายนิ้วมือ กรอกเอกสารเข้าเมืองทางออนไลน์ แค่นี้จบ ! เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าสู่ตรังกานูกันเลย

ระหว่างทางมีร้านอาหาร ร้านฟาสต์ฟูด (KFC) คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต อยู่เป็นระยะ หรือใครอยากแวะซื้อเสื้อผ้า รองเท้าวิ่ง รองเท้ากีฬา ก็มีเหมือนกัน ข้อดีคือ สินค้าราคาไม่แพงเกินไป สินค้าส่วนใหญ่ตั้งราคาถูกกว่าที่ไทย

*หมายเหตุ 1 RM = 7.7 บาทไทย

ในแง่วัฒนธรรม ตรังกานูกับนราธิวาส มีจุดร่วมกันอยู่หลายข้อ ทั้งสองเป็นรัฐอิสลาม ดังนั้น อาหารการกิน ภาษา ก็จะเหมือน ๆ กัน แล้วตรังกานูมีอะไรให้ทำบ้าง ส่วนใหญ่แล้วคนที่มาที่นี่ก็หวังมาเที่ยวชายหาด ออกเรือชมทะเลสวย ๆ กัน ไม่ก็ขับรถรวมกลุ่มกันมาเที่ยว จากด่านสุไหลโก-ลก ถึงใจกลางเมืองตรังกานู ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชม.

แต่นอกจากที่เที่ยวที่ว่าไปแล้ว ตรังกานูยังมีห้างสรรพสินค้า มัสยิดคริสตัล ฯลฯ สิ่งที่น่าจะคุ้นเคยกับคนไทยมากที่สุดคือ อากาศที่ค่อนข้างร้อน ร้อนทั้งวัน ร้องตั้งแต่เช้า ตกค่ำแล้วอากาศถึงเย็นลง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางทะเล

เรียนรู้วิถีประมงท้องถิ่น ออกเรือไปตึกหมึกกับ “ฤดูตกหมึก” ประจำปี 2025

เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ “ฤดูกาลตกหมึก" ประจำปีของรัฐตรังกานู หรือ Musim Candat Sotong Terengganu 2025 ซึ่งมักจัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่มีหมึกชุมมากที่สุด

SPRiNG มีโอกาสเข้าร่วมงานเปิดฤดูกาลตกหมึกด้วยการออกเรือออกสู่ท้องทะเลกว้างพร้อมกันกว่า 100 ลำ เราตั้งต้นกันที่ท่าเรือท่องเที่ยวมารัง (Jeti Pelancongan Marang) ชาวประมงบนเรือให้ข้อมูลว่า ต้องออกไปไกลจากชายฝั่งราว 10 กิโลเมตร ไปยังแหล่งที่มีหมึกชุกชุม

ทั้งนี้ เรือแต่ละลำก็มีความแตกต่างกัน บางลำออกไปเพื่อไดหมึกโดยเฉพาะ ส่วนเรือของเรานั้นออกไปตกหมึกแบบ Manual ตกได้ทีละตัวด้วยคันตกหมึก เห็นแบบนี้ไม่ง่าย ! ชาวประมงเล่าให้ฟังว่า แม้ทะเลจะมีหมึกเยอะ แต่ไม่ใช่ใครก็ตกได้

เคล็ดลับคือ ปล่อนเอ็นเบ็ดลงไปจนสุดก้นทะเล จากนั้นให้เผื่อช่องว่างระหว่างพื้นไว้เล็กน้อย จากนั้นออกแรงดึงขึ้นเป็นระยะ สิ่งที่ยากคือ เราแทบจะเดาไม่ออกเลยว่าตอนนั้นหมึกติดหรือยัง บางจังหวะก็เดาถูก ได้หมึกตัวเบ้อเริ่ม บางจังหวะก็คว้าน้ำเหลวไป

บนเรือมีชาวประมงราว 7-8 คน แต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเอง สิ่งที่ทุกคนฉกาจมากคือ สกิลตกหมึก หย่อนลงไปไม่นาน คีบบุหรี่ไว้ คุยกันเพลิน ๆ พวกเขาจะรู้ทันทีว่าจังหวะกระตุกแบบไหนที่หมึกติดแล้ว เห็นมากับตา ไม่พลาดสักช็อตเดียว !

อุตสาหกรรมประมงมีความสำคัญกับรัฐตรังกานูมาก ชาวประมงท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่าช่วงเดือนเมษายน-สิงหาคม ของทุกปี ชาวปะมงแถบนี้ จะมารวมตัวกันที่ตรังกานู เพื่อเปิดทัวร์ประมงรองรับนักท่องเที่ยว ส่วนเดือนอื่น ๆ ก็จะไปทำปละมงรูปแบบอื่น กล่าวคือ ชาวประมงและผู้ประกอบการ มีรายได้ตลอดทั้งปี

แต่ละปี กิจกรรมตกหมึกของรัฐตรังกานูดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 คนทั่วโลก ทั้งไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ จีน ฝรั่งเศส ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดก็คือ ตกหมึก/ไดหมึกนี่แหละ เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลที่หลาย ๆ คนรอคอยเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญคือ สามารถบินตรงมาได้เลย

เสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวก็คือ การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อาหารการกิน กับคนท้องถิ่น ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน การท่องเที่ยวข้ามแดนถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ นราธิวาสเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีด่านข้ามแดนเยอะ และนี่ก็เป็นเรื่องราวจาก รูท สุไหงโก-ลก ตรังกานู ที่นำมาเล่าสู่กันฟัง

*หมายเหตุ ทีมข่าวสปริงนิวส์ได้ร่วมเดินทางนราธิวาส-มาเลเซีย ภายใต้การดูแลของ บพท.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...