โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พิโกแห่คืนไลเซนส์กระอัก NPL แรงงานเจอพิษเศรษฐกิจหมดปัญญาใช้หนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 23.36 น.

พิโกไฟแนนซ์ทั่วไทยอ่วมหนี้เสีย เผยยอดหนี้คงค้าง 7.4 พันล้าน เป็น NPLs 1.7 พันล้าน คิดเป็น 23.40% โอดแบกไม่ไหว แห่ปิดกิจการคืนใบอนุญาตแล้ว 104 ราย นายกสมาคมพิโกฯ เผยลูกหนี้ พนง.โรงงาน เจอหนี้สินรุมเร้าหนัก เริ่มผิดนัดชำระ เหตุไม่มีเครดิตบูโร ขณะที่พิโกฯ ย่าน EEC โดนพิษอุตฯรถยนต์ซบ พนง.ขาดโอที จ่ายหนี้ไม่พอ คลังขอตรวจสอบข้อมูลก่อน ชี้หนี้พิโกฯ ไม่ได้เสียแบบผิดปกติ

นายสมเกียรติ จตุราบัณฑิต นายกสมาคมพิโกไฟแนนซ์ ประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจพิโกไฟแนนซ์มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หนักมาก และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 มีสินเชื่ออนุมัติสะสม จำนวน 5,081,240 บัญชี วงเงินรวม 50,066.09 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อแบบมีหลักประกัน 17,713.75 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35.38

และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 32,352.33 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64.62 ในจำนวนดังกล่าว มีสินเชื่อคงค้าง 393,010 บัญชี คิดเป็นจำนวนเงินรวม 7,429.15 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน (NPLs) 1,738.06 ล้านบาท หรือ 23.40% และหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือน 894.42 ล้านบาท หรือ 12.04%

“เท่าที่ผมได้หารือสมาชิกผู้ประกอบการพิโกแต่ละรายแบกรับภาระหนี้กันหนักอยู่ ส่วนใหญ่หนี้ที่มีปัญหามาจากกลุ่มพนักงานที่มีรายได้ประจำ ทำงานโรงงาน ไม่มีหลักประกันในการกู้ยืม ลูกหนี้ NPL เหล่านี้แต่ละรายมีหนี้สินหลายทาง รวมถึงเป็นหนี้สถาบันการเงินด้วย และเริ่มผิดนัดชำระหนี้พิโกฯก่อน เพราะธุรกิจพิโกฯไม่ได้เข้าร่วมเครดิตบูโร ส่วนลูกหนี้กลุ่มที่นำโฉนดมาวางค้ำประกัน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกษตร ก็ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้ชำระคืนล่าช้า แต่ถือว่ายังมีหลักประกัน ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่”

พิโกฯคืนใบอนุญาตแล้ว 104 ราย

นายสมเกียรติกล่าวว่า ภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการพิโกฯหลายรายไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และได้ขอคืนใบอนุญาตกับกระทรวงการคลังสะสม 104 ราย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่เปิดดำเนินธุรกิจพิโกฯจำนวน 1,438 ราย ภายใน 75 จังหวัด ยกเว้นจังหวัดอ่างทอง และสิงห์บุรี โดย 3 จังหวัดที่มีผู้ประกอบการธุรกิจที่เปิดดำเนินการสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 115 ราย กรุงเทพมหานคร จำนวน 89 ราย ขอนแก่น และร้อยเอ็ด รวมกัน 61 ราย

สาเหตุสำคัญที่ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์คืนใบอนุญาต โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากผู้ประกอบการพิโกฯมาจากพื้นที่อื่นมาอาศัยในกรุงเทพฯ ยังไม่คุ้นเคยคนในพื้นที่ เมื่อปล่อยสินเชื่อไปมีความเสี่ยงสูง การติดตามหนี้ยาก เพราะลูกหนี้บางรายถูกออกจากงาน ย้ายไปต่างจังหวัด ทำให้ตามหนี้ไม่ได้ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด มีผู้ประกอบการน็อนแบงก์ (Non-Bank) ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดกิจการจำนวนมาก ทำให้มีการแข่งขันสูง และอีกส่วนหนึ่งผู้ประกอบการรายเดียวมีใบอนุญาตหลายใบ พื้นที่จังหวัดเดียวกัน คืนใบอนุญาตบางส่วน หรือคืนทั้งหมดเลิกกิจการ และอีกสาเหตุหนึ่งที่ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าสู่แหล่งเงินทุนได้

ขอแบงก์รัฐให้กู้เสริมสภาพคล่อง

“ทางสมาคมพิโกฯมีข้อเสนอทางกระทรวงการคลังเป็นแนวทางในการแก้ไขเพื่อลดหรือหยุดปริมาณผู้ประกอบการที่ขอคืนใบอนุญาต โดยขอให้ประสานให้ธนาคารของรัฐสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการพิโกฯ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนเสริมสภาพคล่อง และขยายสินเชื่อดึงหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อให้ เพราะมองว่า พิโกฯมาแข่งขันปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายย่อย แต่ถ้าภาครัฐคิดว่า หากทำให้ผู้ประกอบการพิโกฯมีทุนหมุนเวียนมากขึ้น ช่วยรายย่อยได้มากขึ้น แบงก์เองได้ลูกค้าเพิ่มและไม่เสี่ยง”

นายสมเกียรติกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการพิโกฯหลายรายมีการหารือถึงทางออกในการแก้ปัญหาหนี้เสีย โดยบางรายเสนอว่า อาจพิจารณาผ่อนปรนให้ลูกหนี้ผ่อนจ่ายเฉพาะเงินต้น หรือปรับลดเงินต้นให้ 50% ไม่คิดดอกเบี้ยเลย เพื่อลูกหนี้จะได้สามารถปลดภาระผูกพันได้โดยไม่ถูกฟ้องร้อง ขณะที่ผู้ประกอบการพิโกฯจะได้มีเงินไปหมุนเวียนต่อ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นนโยบายของผู้ประกอบการพิโกฯแต่ละราย ไม่ใช่ทุกรายจะดำเนินการแบบเดียวกัน

อนึ่ง ธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ คือ ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังที่เปิดให้ประชาชนสามารถดำเนินธุรกิจสินเชื่ออย่างถูกกฎหมายในพื้นที่ ที่ผู้ให้กู้และผู้กู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน กำหนดให้ผู้ประกอบการพิโกฯต้องมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทขึ้นไป วงเงินปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน คิดอัตราดอกเบี้ยได้สูงสุดไม่เกิน 36% ต่อปี กรณีเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ไม่มีบุคคลค้ำประกัน แต่ถ้ามีบุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ย 33%

พิโกฯย่าน EEC หนี้ท่วม

นายไชยวัฒน์ อึงสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีมันนี่ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ภาพรวมของผู้ประกอบการธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ในภาคตะวันออกมีตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) พุ่งสูงมาก ปัจจุบันทรีมันนี่ มีสินเชื่ออนุมัติสะสม 500 กว่าล้านบาท ในจำนวนนี้ เป็นหนี้ NPL ประมาณ 450 ล้านบาท หรือประมาณ 90% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก

โดยลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ทำงานอยู่ใน 3 จังหวัดเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และอีก 2 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ โดยบริษัทมีปัญหาการส่งออกชะลอตัว แต่ละโรงงานมีสต๊อกล้น โรงงานไม่จ้างทำล่วงเวลา (OT) เพราะสต๊อกคงค้างเหลือจำนวนมาก และบางโรงงานมีการลงทุนซื้อหุ่นยนต์แขนกลมาทำงานแทนแรงงาน ทำให้กระทบต่อรายได้พนักงาน

ที่ผ่านมาบริษัทฟ้องศาลไปหลายร้อยราย แต่บังคับคดีไม่ได้ เพราะเงินเดือนไม่ถึง 20,000 บาทต่อเดือน และประชาชนระดับล่างมีหนี้สินหลายทาง รถติดไฟแนนซ์ บ้านติดสินเชื่อเงินกู้กับธนาคาร นอกจากนี้ลูกหนี้บางรายหัวใส ต้องการให้ฟ้องร้องเพื่อหวังไกล่เกลี่ยในชั้นศาล ส่วนลูกหนี้ที่มีโฉนดมาวางค้ำประกัน ซึ่งทางพิโกฯไม่ได้จดจำนอง ก็จะถูกลูกหนี้ใช้วิธีแจ้งความโฉนดหาย แล้วออกโฉนดใหม่กับกรมที่ดิน หรือนำไปใช้เป็นหลักประกันขอสินเชื่อสถาบันการเงินอื่น ทำให้เกิดปัญหาหลักประกันกู้ซ้ำซ้อน

“ทรีมันนี่หยุดปล่อยสินเชื่อมาประมาณ 2 ปีแล้ว และเก็บเงินคืนอย่างเดียว ซึ่งปัญหาเอ็นพีแอลขณะนี้ต้องแบกภาระต้นทุนค่าบริหาร ต้นทุนพนักงานเพราะบริษัทไม่ได้เอาพนักงานออก ที่ผ่านมามีพิโกฯคืนใบอนุญาตปิดกิจการไปแล้วบางส่วน แต่ส่วนใหญ่ไม่ปิดกิจการ แต่ไม่ปล่อยสินเชื่อเพิ่ม แค่ใช้ระบบเดิม คือ ใช้วิธีจดจำนองแบบขายฝาก หรือจดจำนองเป็นบุคคลธรรมดาแทน นอกจากนี้ได้ยินว่า มีบางรายหันไปปล่อยกู้นอกระบบตามเดิม เพราะนอกระบบลูกหนี้ไม่กล้าเบี้ยว”

พิโกฯอีสานเล็งปิดกิจการเพิ่ม

นายนพดล อุบลแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท กิจวัฒนา 99 จำกัด ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ จังหวัดขอนแก่น กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บริษัทมีหนี้ NPL สูงมาก จากยอดสินเชื่อคงค้าง 25 ล้านบาท เป็นหนี้ NPL ถึง 40-60% และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นหากเศรษฐกิจยังซบเซาอยู่ โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีการฟ้องลูกหนี้ไปแล้วกว่า 100 ราย เฉลี่ยเดือนละ 30 กว่าราย

“ตอนนี้เราปรับตัวด้วยการพิจารณาเลือกลูกค้าในการปล่อยสินเชื่อค่อนข้างเข้มงวด ถ้ามีประวัติไม่ดีเราไม่ให้กู้ เน้นลูกค้าเก่าที่มีประวัติดี แทบไม่ปล่อยกู้ลูกค้าใหม่ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานเงินเดือนบริษัทเอกชน มีรายได้ประจำ ยังมีปัญหาผิดนัดชำระเลย ตอนนี้ผู้ประกอบการพิโกฯหลายรายในอีสานอยู่ระหว่างเคลียร์บัญชี เพื่อเตรียมคืนใบอนุญาต ปิดกิจการ เพราะไปต่อไม่ไหว หนี้เสียมีมากเกินไป ก่อนหน้านี้เคยคิดที่จะขยายธุรกิจไปหาลูกค้าในจังหวัดใกล้เคียง แต่ตอนนี้ไม่กล้าแล้ว ขนาดขอนแก่นที่หลายคนมองว่า เศรษฐกิจเติบโตดีกว่าจังหวัดอื่น แต่กลับถูกเบี้ยวหนี้จำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทยังลดค่าใช้จ่ายด้วยการยุบรวมสาขา 2 แห่งมารวมกับสำนักงานใหญ่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ”

ตรวจสอบข้อมูลคืนไลเซนส์

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กำลังตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการคืนใบอนุญาตพิโกฯ ว่า มีสาเหตุแท้จริงจากอะไร เนื่องจากการคืนใบอนุญาตจะไม่ได้สอบถามว่า เลิกเพราะอะไร ขณะที่สถานการณ์หนี้เสียของพิโกไฟแนนซ์เท่าที่ดูก็ไม่ได้ดูผิดปกติอย่างเด่นชัด อย่างไรก็ดี ต้องรอตรวจสอบข้อมูลอย่างชัดเจนอีกที

“เรื่องหนี้เสีย ตอบยาก ต้องกลับไปดูคนที่ก่อหนี้ด้วย ว่าก่อหนี้ไปทำอะไร เป็นเรื่องวินัยในการใช้เงิน โดยการมีพิโกไฟแนนซ์ก็เพื่อทำให้คนเข้าถึงแหล่งเงินได้โดยถูกกฎหมาย ไม่ต้องถูกตามหนี้โหดแบบรายวัน สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ ตามหลักการก็กำหนดไว้แล้วว่า ต้องใช้เงินตัวเอง เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องระบบการเงิน ที่เป็นสถาบันการเงิน ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นลูกโซ่ แล้วเราก็จำกัดว่าให้ทำเฉพาะในพื้นที่ เพื่อจำกัดขอบเขตความรับผิดชอบ ดังนั้น การทำธุรกิจก็ต้องรู้จักพื้นที่ รู้จักลูกค้า”

นายพรชัยกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา มีการปรับปรุงเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับพิโกไฟแนนซ์ไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งหลังจากนี้จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีการรวบรวมข้อมูลมาหารือกันอีกที

อีสานคืนใบอนุญาตมากสุด

รายงานข่าวแจ้งว่า จากข้อมูลในเว็บไซต์ สศค. รายงานความคืบหน้าการประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ ประจำเดือน เม.ย. 2568 มีการยื่นขออนุญาตพิโกไฟแนนซ์ สุทธิ 1,438 ราย ใน 75 จังหวัด ได้รับใบอนุญาตสุทธิ 1,168 ราย ในจำนวนนี้เปิดดำเนินการสุทธิ 1,155 ราย ขณะที่มีการขอคืนใบอนุญาตสะสม จำนวน 104 ราย ใน 42 จังหวัด และมีธุรกิจที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต จำนวน 2 ราย ใน 2 จังหวัด

ทั้งนี้ ภูมิภาคที่ขอคืนใบอนุญาตสะสมมากที่สุดคือ ภาคอีสาน 42 ราย รองลงมาภาคกลาง 33 ราย กรุงเทพมหานคร 16 ราย ภาคเหนือ 14 ราย ภาคตะวันออก 11 ราย และ ภาคใต้ 4 ราย ซึ่งหากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า กรุงเทพมหานครมีการขอคืนใบอนุญาตมากที่สุด

ด้านสินเชื่ออนุมัติใหม่ ณ วันที่ 31 มี.ค. 2568 มีจำนวน 51,779 บัญชี วงเงินรวม 768.42 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่ออนุมัติสะสม มีจำนวน 5,081,240 บัญชี วงเงินรวม 50,066.09 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อแบบมีหลักประกัน 630,366 บัญชี (ร้อยละ 12.41) วงเงินรวม 17,713.76 ล้านบาท (ร้อยละ 35.38) และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 4,450,874 บัญชี (ร้อยละ 87.59) วงเงินรวม 32,352.33 ล้านบาท (ร้อยละ 64.62)

ส่วนยอดสินเชื่อคงค้าง ณ 31 มี.ค. 2568 มีจำนวน 393,010 บัญชี เป็นจำนวนเงินรวม 7,429.15 ล้านบาท ส่วนยอดหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน (NPL) อยู่ที่ 1,738.06 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 23.40% ของสินเชื่อคงค้าง และ เป็นหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือนที่ 894.82 ล้านบาท คิดเป็น 12.04%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิโกแห่คืนไลเซนส์กระอัก NPL แรงงานเจอพิษเศรษฐกิจหมดปัญญาใช้หนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...