นักวิชาการวิเคราะห์ ศึกอิหร่าน–อิสราเอลยังจำกัดวง จับตาราคาน้ำมันโลกทะลุร้อยดอลลาร์
นักวิชาการวิเคราะห์ ศึกอิหร่าน–อิสราเอลยังจำกัดวง จับตาราคาน้ำมันโลกทะลุร้อยดอลลาร์
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ศึกความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลที่ยังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตา และทวีคูณความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ตนมองว่าแม้ยังไม่ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่สัญญาณการตอบโต้ข้ามพรมแดนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นจุดฉนวนให้หลายประเทศเริ่มประเมินผลกระทบล่วงหน้า โดยเฉพาะในมิติของภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีแนวโน้มได้รับแรงสั่นสะเทือนจากพัฒนาการครั้งนี้
“จริงๆ โดยส่วนตัว วิเคราะห์ว่า ความขัดแย้งครั้งนี้อาจจะยังจำกัดวงอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางและยังไม่ถึงขั้นที่สหรัฐอเมริกาจะเข้ามาแทรกแซงโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์บานปลายจากการโจมตีโต้กลับที่รุนแรง เช่น การโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในอิหร่าน เช่น โรงงานนิวเคลียร์หรือฐานทัพใต้ดิน ก็อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องมีบทบาทมากขึ้นโดยปริยาย”นายสมชาย กล่าว
- เสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซ-ทะเลแดงป่วนขนส่งโลก
นายสมชาย กล่าวว่า หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั่วโลกจับตาคือ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก หากเส้นทางนี้ถูกรบกวนจากสงครามหรือความไม่สงบ ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีโอกาสพุ่งทะยานถึงระดับร้อยดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเวลาอันสั้น
นายสมชาย กล่าวว่าส่วนนี้มองว่า แม้อิหร่านยังไม่กล้าใช้มาตรการขั้นสุด เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพราะจะเท่ากับการเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบกับมหาอำนาจ แต่ก็ไม่ควรประมาทมองข้ามความเป็นไปได้ โดยเฉพาะในบริบทที่รัฐบาลอิหร่านเผชิญแรงกดดันภายใน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความไม่พอใจของประชาชน อาจทำให้ผู้นำตัดสินใจยกระดับความรุนแรงภายนอกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
นายสมชาย กล่าวว่านอกจากช่องแคบฮอร์มุส แล้วนั้น อีกจุดที่มีความเสี่ยงคือ บริเวณทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป การโจมตีเรือสินค้าหรือท่าเรือในบริเวณนี้ เช่น สิ่งที่กลุ่มฮูตีกระทำในอดีต อาจกลายเป็นกลยุทธ์ที่ใช้แรงน้อยแต่ได้ผลมาก โดยเฉพาะหากต้องการสร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
นายสมชาย กล่าวว่าในแง่มิติภูมิรัฐศาสตร์ ระบุว่า อิสราเอลอาจพิจารณาโจมตี ในรูปโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สูง อย่างไรก็ตาม การทำลายเป้าหมายลักษณะนี้ต้องใช้อาวุธพิเศษ เช่น ระเบิดเจาะเกราะ หรือขีปนาวุธชนิดพิเศษที่อิสราเอลอาจไม่มีในครอบครองครบถ้วน ต้องอาศัยการสนับสนุนทางเทคนิคจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง ย่อมเป็นสัญญาณว่าอเมริกาอาจถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายสมชาย กล่าวว่าความเป็นไปได้อีกประการหนึ่งคือ การลุกลามของสงครามตัวแทนผ่านกลุ่มติดอาวุธต่างๆ เช่น ฮิซโบลลาห์ในเลบานอน กลุ่มฮูตีในเยเมน หรือกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ซึ่งเป็นพันธมิตรทางอุดมการณ์กับอิหร่าน หากกลุ่มเหล่านี้ตัดสินใจเปิดแนวรบใหม่ เช่น โจมตีอิสราเอลจากทางตอนเหนือ หรือขัดขวางการขนส่งพลังงานในภูมิภาค ก็อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนและยืดเยื้อ
นายสมชาย กล่าวว่าในมิติด้านเศรษฐกิจ ตนประเมินว่า หากเกิดเหตุรุนแรงไปถึงจุดภาวะสงคราม ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นระยะสั้นประมาณ 7 ถึง 10% และหากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือกระทบเส้นทางขนส่ง ราคาน้ำมันอาจทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสหรัฐต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว แม้ว่าประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอหากเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือทะเลแดง
- แนะไทย เตรียมพร้อมรับมือ 3 ด้าน อย่าชะล่าใจ
นายสมชาย กล่าวอีกว่าสำหรับประเทศไทย แม้จะดูเป็นประเทศที่อยู่ห่างไกลจากสมรภูมิ แต่ผลกระทบจากสงครามน้ำมันย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งด้านต้นทุนพลังงาน การนำเข้าสินค้า และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น หากเกิดภาวะตึงเครียดจริง ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินในประเทศจะเพิ่มขึ้นทันที ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคและอัตราเงินเฟ้อในวงกว้าง
ส่วนนี้ ประเทศไทยควรเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าในสามด้านหลัก ได้แก่ ได้แก่
1.ด้านพลังงาน ควรเร่งจัดทำแผนสำรอง เช่น การบริหารน้ำมันสำรองอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้กองทุนน้ำมันช่วยตรึงราคา และการส่งเสริมพลังงานทางเลือก
2.ด้านความมั่นคง โดยตั้งคณะทำงานพิเศษจากหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน และฝ่ายความมั่นคง เพื่อประเมินสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และค่อยดูแลความปลอดภัยของคนไทยในประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งควรมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนล่วงหน้าหากเผชิญเหตุและประสานงานกับประเทศเจ้าบ้านหากต้องมีการอพยพเกิดขึ้น
3.ด้านการค้าและโลจิสติกส์ ควรประเมินเส้นทางการส่งออกที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น เส้นทางผ่านทะเลแดง และวางแผนเบี่ยงเส้นทางลำเลียง หรือหาตลาดสำรองรองรับสินค้า ตรงนี้ รัฐบาลควรตั้งศูนย์ประสานงานกลางระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อวางแผนรองรับผลกระทบจากสงครามที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทาน การขนส่งสินค้า และการค้าระหว่างประเทศ เพราะไทยพึ่งพาการขนส่งทางเรือถึงกว่า 80% ของมูลค่าการค้า หากเกิดปัญหาที่จุดขนส่งสำคัญ เช่น ทะเลแดง ค่าระวางจะพุ่งสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้นทันที
นายสมชาย กล่าวว่า ณ ตอนนี้ แม้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า สหรัฐอเมริกาจะเข้าสู่สงครามกับอิหร่านโดยตรง แต่อยากเตือนว่า การประเมินสถานการณ์ด้วยความไม่ประมาทเป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง เพราะโลกยุคใหม่มีความไม่แน่นอนสูงและการปะทุของสงครามสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจไม่ทันตั้งตัว ประเทศไทยในฐานะประเทศขนาดกลางที่เปิดเศรษฐกิจสู่ภายนอกจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นทั้งในเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และความมั่นคง เพื่อรับมือกับความปั่นป่วนที่อาจเกิดขึ้น
“หากสรุปภาพรวม ตนยังมั่นใจว่า สถานการณ์อาจไม่ลุกลามไปถึงจุดที่เป็นสงครามโลกและเหตุการณ์อาจตึงเครียดในกรอบระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะดูไกลตัวจากประเทศไทยในตอนนี้ แต่หากไม่เตรียมพร้อมรับมืออย่างเป็นระบบ ไทยอาจต้องเผชิญแรงกระแทกจากความผันผวนของพลังงาน เงินเฟ้อ ต้นทุนภาคการผลิต และความเสี่ยงต่อการรับมือและดูแลความปลอดภัยของแรงงานในต่างประเทศ ดังนั้น การสร้างกลไกรับมืออย่างรอบด้านจึงเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลไม่ควรปล่อยชะล่าใจมองข้าม”นายสมชาย กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการวิเคราะห์ ศึกอิหร่าน–อิสราเอลยังจำกัดวง จับตาราคาน้ำมันโลกทะลุร้อยดอลลาร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th