โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

EGCO ลุยต่อครึ่งปีหลัง จ่อปิดดีลลงทุนเพิ่มโรงไฟฟ้าต่างประเทศ

The Better

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 01.57 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • THE BETTER
EGCO Group เดินหน้าขยายลงทุนในต่างประเทศ เร่งเจรจา 4-5 โครงการ เพิ่มพอร์ตพลังงานให้ครบ 1,000 เมกะวัตต์ตามแผนยุทธศาสตร์ โชว์ศักยภาพโรงไฟฟ้า Yunlin ในไต้หวันปีนี้รับรู้รายได้ได้เต็มปี

ดร.จิราพา ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน)หรือ EGCO เปิดเผยถึง ทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงหาโอกาสลงทุนโครงการใหม่โดยเฉพาะในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนในประเทศยังต้องรอแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) ฉบับใหม่ ซึ่งจะมีโครงการโรงไฟฟ้ารายใหญ่ของเอกชนอยู่ในแผนดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ EGCO มีแผนในการเจรจาร่วมทุนหรือซื้อกิจการ ในต่างประเทศ 4-5 โครงการ ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นเป้าหมายของการลงทุนอยู่แล้ว ทั้งสหรัฐฯ ตะวันออกกลางและรวมทั้งไต้หวัน โดยเชื่อว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่อีก 1,000เมกะวัตต์

สำหรับการเข้าไปลงทุนในสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน เกือบ2,000 เมกะวัตต์ โดยเป็นการลงทุนที่รับรู้กำไรสัดส่วน 16-17% ของกำไรรวม เป็นผลการดำเนินงานที่ดี

“ปีนี้ยังมองหาการลงทุนในประเทศที่ไม่มีความเสี่ยง ซึ่งยังอยู่ในกลุ่ม 7 ประเทศที่มีการลงทุนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการลงทุนในสหรัฐนับเป็นประโยชน์กับไทยสอดคล้องกับนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต้องการให้ต่างชาติเข้าไปลงทุน และอาจทำให้ได้รับการพิจารณาในเรื่องการแลกเปลี่ยนการค้าต่างๆได้

ปัจจุบันตลาดพลังงานสหรัฐเติบโตดีมาก ซึ่ง EGCO ยังมองหาโอกาสลงทุนใหม่ๆเพิ่มเติม ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซฯและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)จากรัฐอะแลสกา ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปตท.และ EGCO ถึงความร่วมมือทางธุรกิจ

ดร.จิราพร กล่าวถึง โครงการโรงไฟฟ้า Yunlin ในไต้หวัน ว่า เป็นโครงการที่มีศักยภาพ โดย EGCO Group เริ่มเข้าไปลงทุนในไต้หวันปลายปี 2562 ด้วยการเข้าถือหุ้นใน บริษัท ยุนเหนิง วินด์ พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Yunlin ด้วยเล็งเห็นว่า ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดที่ชัดเจน การตั้งเป้าลดการพึ่งพานิวเคลียร์และถ่านหิน ผลักดันให้พลังงานสะอาดมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งเป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพในการลงทุนพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบไต้หวันเป็นตำแหน่งที่มีลมแรงเป็น ลำดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งรัฐบาลไต้หวันได้ส่งเสริมการลงทุนแก่นักลงทุนต่างชาติ โดยจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียว

ทั้งนี้ Yunlin ดำเนินการโดย บริษัท ยุนเหนิง วินด์ พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Skyborn Renewables ถือหุ้น 31.98% TotalEnergies ถือหุ้น 29.46% EGCO Group ถือหุ้น 26.56% และ Sojitz Corporation ถือหุ้น 12% ภายหลังได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า (Electricity Business License - EBL) เพื่อเดินเครื่องเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัท TotalEnergies รับหน้าที่หลักด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษา (Operations and Maintenance - O&M) ในขณะที่บริษัท Skyborn Renewables ดูแลด้านงานบริหารจัดการโครงการ โดยในส่วนของผู้ถือหุ้นอีกสองราย EGCO Group และ Sojitz Corporation มีบทบาทให้การสนับสนุนด้านการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าและการบริหารธุรกิจในไต้หวัน รวมถึงตัดสินใจในการบริหารงานสำคัญ ต่าง ๆ ของโครงการ

ด้านทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบไต้หวัน ห่างจากชายฝั่งตะวันตกของมณฑลหยุนหลินในไต้หวันเป็นระยะทางประมาณ 8-17 กิโลเมตร ที่ระดับความลึกของน้ำทะเลในช่วง 7-35 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 82 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยกังหันลม 80 ต้น กำลังผลิตต้นละ 8 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิตทั้งหมด 640 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าของไต้หวันผ่านสถานีไฟฟ้าบนฝั่ง 2 แห่ง บริเวณตำบลไถซีและซื่อหู ในมณฑลหยุนหลิน เพื่อขายให้กับ Taiwan Power Company (TPC) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี มีศักยภาพการผลิตไฟฟ้า 2,400 ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับภาคครัวเรือนไต้หวันมากกว่า 600,000 หลังคาเรือน คิดเป็น 90% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนทั้งหมดของมณฑลหยุนหลิน และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ประมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี

อย่างไรก็ตาม Yunlin เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งแห่งแรกของ EGCO Group ที่ดำเนินการในไต้หวัน นอกจากช่วยสร้างพลังงานสีเขียวให้กับไต้หวันแล้ว ยังช่วยเพิ่มกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนตามสัดส่วนการถือหุ้นให้ EGCO Group ประมาณ 170 เมกะวัตต์ ในขณะเดียวกัน ยังช่วยสนับสนุนให้ EGCO Group บรรลุเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ภายในปี 2573 ด้วย

สำหรับผลการดำเนินงาน คาดว่า Yunlin จะสร้างกระแสเงินสดให้ EGCO Group เฉลี่ย 2,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินโครงการเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม - พฤษภาคม 2568) Yunlin มีอัตราการผลิตไฟฟ้า (Capacity Factor) ประมาณ 35% ซึ่ง Capacity Factor เฉลี่ยในระดับที่สูงนี้ ยืนยันศักยภาพของพลังงานลมในพื้นที่ช่องแคบไต้หวันและการสร้างรายได้ในอนาคต

“ความสำเร็จจากการลงทุนใน Yunlin สร้างโอกาสต่อยอดการลงทุนโครงการอื่น ๆ ในไต้หวันในอนาคต เนื่องจากYunlin เปิดตลาดการลงทุนให้ EGCO Group ในไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลงทุนพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน รัฐบาลไต้หวันรู้จัก EGCO Group ในฐานะนักลงทุนไทยที่มีศักยภาพและมีความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการให้สำเร็จ EGCO Group มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งจากโครงการ Yunlin และมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง โดยบริษัทได้มีการเตรียมความพร้อม และแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ โดยเฉพาะในโครงการพลังงานหมุนเวียนและก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม ก็จะใช้องค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้เป็นปัจจัยพื้นฐานในการร่วมพิจารณาต่อไป” ดร.จิราพร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...