โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รายงานใหม่ชี้ AI พลิกโฉมการผลิตไทยสู่ Thailand 4.0 เผยผู้ประกอบการเพียง 2% พร้อมเต็มรูปแบบ

The Reporters

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 11.58 น.

วันนี้ (27 พ.ค. 68) มีการเผยแพร่รายงาน whitepaper ฉบับใหม่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจไทยจากระบบการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ ซึ่งจัดทำโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) (ETDA) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และบริษัท SAP พบว่ายังมีปัจจัยท้าทายหลายประการ โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการภาคการผลิตในไทยเพียง 2% เท่านั้นที่สามารถปรับเปลี่ยนสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งที่ศักยภาพในการนำ AI มาใช้ในประเทศสามารถขยายได้มากถึง 300 กรณีการใช้งานในภาคการผลิต

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สพธอ. กล่าวว่า ข้อมูลเชิงลึกในรายงานนี้จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการนำ AI มาใช้ในภาคการผลิต ซึ่งเป็นกลไกหลักของยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยเน้นย้ำว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะในด้านการกำกับดูแล AI จะเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำอย่าง SAP สะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจไทยได้รับประโยชน์จากนวัตกรรม AI อย่างเต็มที่

ดร.สลิลธร ทองมีนสุข นักวิชาการอาวุโส TDRI ระบุว่า AI มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมนวัตกรรม สร้างโรงงานอัจฉริยะ และสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของไทย หากมีการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย ประเทศไทยจะสามารถสร้างฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเป็นเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและแข่งขันได้ในระดับโลก

รายงานยังคาดการณ์ว่าภาคการผลิตไทยจะมีการนำ AI มาใช้เพิ่มขึ้นถึง 60% ภายในปี พ.ศ. 2568 แม้ปัจจุบันภาพรวมการใช้ AI ในภาคธุรกิจไทยยังอยู่ที่ 18% ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ความต้องการได้ถึง 65% เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 20% ผ่านระบบอัตโนมัติที่เสริมด้วย AI ลดเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร 20% ด้วยการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และลดพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยในที่ทำงานได้ถึง 90%

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในการนำ AI มาใช้คือเรื่องข้อมูล โดยเกือบสองในสาม (65%) ขององค์กรการผลิตมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูล และจำนวนใกล้เคียงกัน (65%) ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอเป็นอุปสรรค

คุณกุลวิภา ปิยวัฒนเมธา กรรมการผู้จัดการ SAP ประเทศไทย กล่าวว่า การสร้าง Business AI ที่ดีที่สุดต้องอาศัยข้อมูลที่ดีที่สุด ปัจจุบัน SAP มีลูกค้ากว่า 34,000 รายทั่วโลก รวมถึงหลายพันรายในเอเชีย ที่ใช้ SAP Business AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ การตัดสินใจอัตโนมัติ และการพยากรณ์ที่แม่นยำขึ้น ด้วย Business AI ที่เกี่ยวข้อง เชื่อถือได้ และมีความรับผิดชอบ ผู้ผลิตไทยสามารถวางใจในความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนด พร้อมรับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0

รายงาน Whitepaper ยังได้เสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมความสำเร็จ ได้แก่ การจัดตั้งกรอบกำกับดูแล AI เพื่อลดความเสี่ยง ปรับปรุงข้อกำหนดทางกฎหมายให้ชัดเจน และผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนผ่านคณะอนุกรรมการในอุตสาหกรรมต่างๆ

ดร.สลิลธร กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่งต้องเริ่มจากการวางยุทธศาสตร์ด้านการกำกับดูแล AI การทบทวนมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และการส่งเสริมการทำงานร่วมกันในระดับสากล ภาคธุรกิจจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาเพื่อเลือกโซลูชัน AI ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ดี

คุณกุลวิภาสรุปว่า ด้วยความร่วมมือและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ภาครัฐและองค์กรชั้นนำอย่าง SAP จะสามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 และด้วยนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะเกิดการเติบโตและความเจริญรุ่งเรืองไม่เฉพาะในภาคการผลิต แต่รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...