โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทาทา” ฟื้นชีพ “แอร์อินเดีย” ดึง “สิงคโปร์แอร์ไลนส์” ร่วมทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ธ.ค. 2565 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2565 เวลา 23.54 น.

ภายหลังจากความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการสายการบินระดับชาติ “แอร์อินเดีย” กลับสู่อ้อมอกของผู้ก่อตั้งอย่าง “ทาทากรุ๊ป” เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายในมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นธุรกิจที่ประสบภาวะขาดทุนมาเป็นเวลานาน และล่าสุดทาทายังมีแผนควบรวมกิจการ ยกระดับแอร์อินเดียสู่สายการบินชั้นนำระดับโลก

รอยเตอร์รายงานว่า “ทาทากรุ๊ป” กลุ่มธุรกิจรถยนต์-เหล็กกล้ายักษ์ใหญ่ของอินเดีย เปิดเผยถึงแผนการควบรวมกิจการระหว่างสายการบินแอร์อินเดียกับ “วิสทารา” (Vistara) ซึ่งเป็นสายการบินในอินเดีย ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างทาทาฯกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ส (SIA)

การควบรวมมีเป้าหมายดึงวิสทาราเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับแอร์อินเดีย เพื่อก้าวสู่การเป็นสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ และมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยคาดว่ากระบวนการควบรวมจะเสร็จสิ้นภายในเดือน มี.ค. 2024

ทั้งนี้หลังการควบรวมกิจการ จะทำให้ทาทากรุ๊ปถือหุ้นแอร์อินเดียในสัดส่วน 74.9% และอีก 25.1% จะเป็นของสิงคโปร์แอร์ไลนส์ โดยตามข้อตกลงสิงคโปร์แอร์ไลนส์จะเพิ่มทุนอัดฉีดให้กับแอร์อินเดีย 252 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และพร้อมใส่เงินเพิ่มทุนได้ถึง 615 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากจำเป็นต่อการเติบโตและการดำเนินการในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้

ก่อนหน้านี้ แอร์อินเดียซึ่งก่อตั้งโดย “เจ. อาร์. ดี. ทาทา” อดีตประธานของทาทากรุ๊ปในปี 1932 ในฐานะสายการบินที่มีการตกแต่งอย่างหรูหราและบริการที่โดดเด่น ก่อนที่รัฐบาลอินเดียจะซื้อกิจการในปี 1953 กระทั่งแอร์อินเดียเริ่มประสบปัญหาทางการเงิน พร้อมกับเสียงวิจารณ์เชิงลบจากผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะความล่าช้าในการเดินทางและห้องโดยสารที่ไม่มีคุณภาพ ขณะที่พนักงานและซัพพลายเออร์ก็มักได้รับค่าจ้างไม่ตรงเวลา

หลังจากที่แอร์อินเดียกลับมาอยู่ในมือของผู้ก่อตั้งอีกครั้ง จึงได้มีการเร่งฟื้นฟูกิจการครั้งใหญ่ “นาตาราจัน จันทระเศการัณ” ประธานของทาทากรุ๊ป ระบุว่า “การควบรวมกิจการครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในความพยายามสร้างแอร์อินเดียให้กลายเป็นสายการบินระดับโลก”

ทั้งนี้ การควบรวมกิจการกับวิสทาราจะทำให้แอร์อินเดียมีฝูงบินรวมกันถึง 218 ลำ โดยให้บริการสู่จุดหมายปลายทางภายในประเทศ 52 แห่ง และระหว่างประเทศ 38 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้แอร์อินเดียมีส่วนแบ่งในตลาดการบินภายในประเทศเป็น 24% กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของสายการบิน “อินดิโก” (IndiGo) ที่เวลานี้ครองมาร์เก็ตแชร์ 56% ของตลาดการบินในอินเดีย

ขณะเดียวกัน แอร์อินเดียยังจะขึ้นแท่นเป็นสายการบินระหว่างประเทศใหญ่สุดของอินเดีย และมีศักยภาพในการแข่งขันกับสายการบินจากตะวันออกกลาง ที่เป็นผู้ให้บริการการบินระหว่างประเทศรายใหญ่ในภูมิภาคขณะนี้

ส่วนสิงคโปร์แอร์ไลนส์ก็ได้รับประโยชน์จากการควบรวมกิจการ โดยเฉพาะสิทธิในการเข้าถึงช่องจอดและการจราจรทางอากาศในสนามบินอินเดียและสนามบินนานาชาติที่สำคัญ ส่งผลให้สิงคโปร์แอร์ไลนส์มีฐานที่มั่นคงในอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดการบินที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ในอนาคตแอร์อินเดียยังมีแผนขยายฝูงบินเพิ่มอีก 25% ด้วยการเช่าเครื่องบินพาณิชย์ของโบอิ้งและแอร์บัสเพิ่มอีก 30 ลำ และกำลังพิจารณาคำสั่งซื้อเครื่องบินรูปแบบอื่นอีกหลายร้อยลำ ทั้งยังกำลังควบรวมกิจการระหว่างสายการบินราคาประหยัด “แอร์อินเดียเอ็กซ์เพรส” กับ “แอร์เอเชียอินเดีย” ที่ทาทาเข้าซื้อกิจการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...