โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WARRIXแบรนด์ฮอต ซ่อนค่าไลเซนส์โตแรง

ทันหุ้น

อัพเดต 21 ธ.ค. 2565 เวลา 00.13 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2565 เวลา 00.13 น.

#WARRIX #ทันหุ้น– WARRIXแบรนด์กีฬาดังเข้าตลาดวันนี้ ชูโมเดล 1 ไลเซนส์ ดันยอดขายนอนไลเซนส์พุ่งหลายเด้ง ชี้ได้เงินระดมทุนช่วยกดต้นทุนลงมาได้มากจากเครดิตมาสู่ส่วนลด เดินหน้าเร่งผลิตเพิ่มขึ้นดันรายได้สูง แต่มาร์จิ้นทะยานมากกว่า นำดาต้าบริหารขึ้นราคาได้ไม่กระทบ เดินหน้าวางเกมเพิ่มไลเซนส์ต่อเนื่อง โบรกชี้เป็นแบรนด์ดังน่าสนใจ เป้า 8.80 บาท

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด(มหาชน) หรือ WARRIX จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในวันนี้ (21 ธ.ค.) โดย WARRIX นับเป็นประกอบธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ “วอริกซ์” และอุปกรณ์กีฬา โดยบริษัทได้รับสิทธิ์เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าฟุตบอลทีมชาติไทยตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน สินค้าเสื้อผ้าของบริษัทแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สินค้า Licensed Product ประกอบด้วย สินค้าเกี่ยวกับกีฬาทีมชาติ สินค้าสโมสรฟุตบอล เป็นต้น และสินค้า Non-Licensed Product ประกอบด้วย สินค้าคอลเล็กชั่น สินค้าคลาสสิค สินค้าทำตามคำสั่ง เป็นต้น ในปี 2564 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากสินค้า Non-Licensed Product และสินค้า Licensed Product คิดเป็น 78:22%

มีช่องทางจำหน่าย ได้แก่ ร้านค้าของบริษัท ห้างสรรพสินค้า งานโครงการ ช่องทางออนไลน์ สัญญาตามสัญญาสนับสนุน เป็นต้น บริษัทมีการจัดซื้อสินค้าเสื้อผ้าจากผู้ผลิตภายในประเทศประมาณ 7 ราย โดยมีการควบคุมคุณภาพและมีศักยภาพในการส่งมอบสินค้าให้บริษัทได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในปี 2563 บริษัทได้เริ่มขยายสู่การให้บริการด้านสุขภาพในเขตกรุงเทพฯ โดยเปิดคลินิกกายภาพบำบัด บริเวณสเตเดียมวัน และเดือนตุลาคมปี 2565 ได้เปิดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

WARRIX มีทุนชำระหลังเสนอขาย 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 420 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 180 ล้านหุ้น ราคาไอพีโอหุ้นละ 6.30 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1,134 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 3,780 ล้านบาท

@ตัวจริงเสื้อกีฬา

นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WARRIX เปิดเผยว่า จุดเด่นของบริษัทนั้นคือการออกแบบเสื้อผ้า และฟังก์ชั่นเสื้อผ้าที่สวยโดดเด่นและทันสมัย และสามารถล้ำเทรนด์ของเสื้อกีฬาในระดับโลก เนื่องจากผู้บริหารมีประสบการณ์ในด้านของการจัดซื้อผ้าให้กับแบรนด์ดัง ทำให้เข้าใจถึงเทรนด์และการคัดเลือกเนื้อผ้า ประกอบกับการที่บริษัทมีไลเซนส์ทำให้การแข่งขัน ซึ่งการขายสินค้าไลเซนส์ได้ส่งผลมาสู่สินค้านอนไลเซนส์ค่อนข้างมาก กล่าวคือการขายสินค้าไลเซนส์ 20% จะทำให้บริษัทสามารถขายสินค้านอนไลเซนส์ได้ 80% ยืนยันว่าแบรนด์ของบริษัทแข็งแกร่ง และการเข้าตลาดหลักทรัพย์จะทำให้บริษัทมีทุนหมุนเวียนที่มากขึ้นในการผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการที่สูง และสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้มาก ทั้งในด้านของการขอส่วนลดซัพพลายเออร์ จากเดิมที่ใช้เครดิตอาจจะไม่ได้ส่วนลดเป็นต้น

ทั้งนี้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงราว 50% แต่บริษัทมีต้นทุนคงที่อยู่ ดังนั้นการที่บริษัทได้เงินทุนเข้ามาสามารถสร้างยอดขายได้สูงกว่า 650 ล้านบาท จะทำให้กำไรของบริษัทเขยิบสูงขึ้นได้ โดยปัจจุบันมีอัตรากำไรสุทธิราว 10% บริษัทยังมีการใช้ดาต้าในการดำเนินงานทำให้สามารถปรับเพิ่มราคาสินค้าได้สูงกว่าเงินเฟ้อ และยังมีความต้องการของผู้ใช้อีกด้วย

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนในการก้าวเข้าสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Brand) ขยายจากกลุ่มนักกีฬาและแฟนกีฬา ไปยังเยาวชน กลุ่มคนทุกเพศทุกวัย โดยจะมีการขยายไลเซนส์อย่างต่อเนื่อง ทั้งศิลปินชื่อดัง สถาบันการศึกษา ซึ่งจะส่งเสริมยอดขายให้สูงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการลงทุนโครงการก่อสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา และสำนักงานบริเวณถนนพระราม 9 ด้วย

@เป้า 8.80 บาท

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า WARRIX ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าฟุตบอลทีมชาติไทยตั้งแต่ปี 2560-ปัจจุบัน โดยสามารถสร้างยอดขายจากฐานแฟนคลับ อีกทั้งขยายการรับรู้แบรนด์ไป ตปท. ซึ่งนับเป็นแบรนด์สัญชาติไทยแบรนด์แรกที่ได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตซอล Top 3 ของญี่ปุ่น โดยฐานลูกค้าไม่จํากัดเฉพาะกลุ่มนักกีฬาหรือแฟนกีฬาเท่านั้น รวมไปถึงจําหน่ายผลิตภัณฑ์กีฬา และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ลูกฟุตบอล รองเท้าวิ่ง สปอร์ตบรา เสื้อกางเกงวอร์ม อุปกรณ์โยคะ ฯลฯ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

คาดการดําเนินงานปี 2565 และ 2566 ดีขึ้นอย่างมีนัย โดยไตรมาส 4 นับเป็นไตรมาสที่ดีที่สุด มองอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายบริหารและการขาย (SG&A/Sales) ลดลง ส่งผลให้กําไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 771.3% รายได้ขายและบริการที่ 1,027 ล้านบาท สูงขึ้น 58.5% ประเมินแนวโน้มปี 2566 คาดความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวและการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ประเมินกําไรสุทธิทั้งปี 2566 อยู่ที่ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.7% ภายใต้สมมติฐานรายได้ขายและบริการที่ 1,304 ล้านบาท สูงขึ้น 27.0% ประเมินราคาพื้นฐานในปี 2566 ที่ 8.80 บาทอิง P/E ที่ 28 เท่า

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...