เบรกหัวทิ่ม ร้านกัญชาหัวใส จ้างหมอนั่งเฝ้า หวังเปิดสูบ สธ.ยัน ต้องปิดทันที
เบรกหัวทิ่ม ร้านกัญชาหัวใส จ้างหมอนั่งเฝ้า หวังเปิดสูบ สธ.ยัน ต้องปิดทันที อนุญาตแค่ซื้อกลับบ้าน
ตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ฉบับที่ 2 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่อนุญาตให้มีการใช้กัญชาภายในสถานที่จำหน่าย แม้จะได้รับใบอนุญาตแล้ว แต่มีข้อยกเว้น หากเป็นการจำหน่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ทำให้ผู้ประกอบการหลายคน เข้าใจว่าหากมีแพทย์มานั่งให้คำแนะนำก็สามารถให้สูบกัญชาในร้านได้ จึงมีการว่าจ้างแพทย์วิชาชีพต่างๆ มานั่งให้บริการในร้าน ซึ่งมีการเปิดเผยว่า แพทย์บางคนค่าตัวสูงถึง 5 หมื่นบาทต่อเดือน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีร้านที่ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายช่อดอกกัญชา กัญชง ทั้งดอกสด แห้งและแปรรูป นำแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมมานั่งในร้าน หวังให้ขายกัญชาเพื่อสูบในร้านได้ว่า คำว่า“ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม” ที่เป็นแพทย์สาขาต่างๆ แม้จะมีใบอนุญาต แต่ตามกฎหมายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุว่า แพทย์ต้องปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก สบส. แต่จะยกเว้น 3 กรณี คือ 1.สถานพยาบาลทำเรื่องออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 2.มีการตรวจสุขภาพนอกสถานที่ภายต้การปฏิบัติงานของสถานพยาบาลประจำ และ 3.การไปรักษาผู้ป่วยที่บ้านในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องดูแลใกล้ชิด ทั้งนี้ ถ้าแพทย์ไปปฏิบัติหน้าที่นอกสถานพยาบาลจะมีโทษทางอาญาด้วย
“ตามประกาศข้อที่ 5 ไม่ได้บอกว่าให้แพทย์แผนไทยที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมมานั่งในร้าน และขายกัญชาเพื่อสูบได้ เข้าใจว่าคุณหมอหลายท่าน รับทราบเรื่องนี้แล้ว เมื่อวานก็ได้แจ้งยังกลุ่มของแพทย์แผนไทยฯ ให้รับทราบแล้ว ก็คงไม่มีใครกล้ามานั่ง เพราะเจ้าของร้านแค่ถูกยึดใบอนุญาต แต่แพทย์ผิดทางอาญา มีโทษปรับด้วย ดังนั้น ร้านต้องปิดพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อการสูบในร้าน อย่าให้ทำสังคมเกิดความกังวลมากขึ้น เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากกัญชาในระยะยาว ก็อยากให้ผู้ประกอบการช่วยกัน” นพ.ธงชัยกล่าว
เมื่อถามว่าผู้ประกอบการอ้างว่าหากให้ซื้อกัญชากลับบ้าน จะทำให้ลูกค้าไปใช้ในที่สาธารณะ ก็จะเกิดปัญหามากกว่าใช้ในร้านที่มีการดูแล นพ.ธงชัยกล่าวว่า กรณีนี้เราต้องดูว่าประกาศสมุนไพรควบคุม จะใช้ได้ถึงแค่ไหน ส่วนที่เหลือเราต้องไปใช้กฎหมาย/ประกาศอื่นแทน เช่น การใช้ในที่สาธารณะ ก็จะมีประกาศกรมอนามัย ที่ระบุให้กลิ่นและควันกัญชาเป็นเหตุรำคาญ สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้ตามกฎหมาย
“ยืนยันว่าต้องมีกฎหมายกัญชาโดยเฉพาะมากำกับ ไม่เช่นนั้น ต้องหากฎหมายอีกเยอะมาอ้างอิง ขั้นตอนก็จะยุ่งยากกว่าการมีกฎหมายฉบับเดียว” นพ.ธงชัยกล่าว
เมื่อถามว่าผู้ขายมองว่าการบันทึกข้อมูลผู้ซื้อเป็นการเพิ่มขั้นตอนให้กับร้านและลูกค้า นพ.ธงชัยกล่าวว่า ต้องย้ำว่ากัญชาเป็นสมุนไพรที่กำลังควบคุมอยู่ ถ้าต้องการทำธุรกิจแบบนี้ต้องเข้าใจเรื่องการควบคุม ซึ่งเรายืนยันว่ากัญชาจะไม่ลอยมาเดี่ยวๆ โดยไม่มีอะไรควบคุม เราต้องควบคุมอยู่แล้ว จึงมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดเงื่อนไข เพื่อให้เรามีข้อมูลให้ติดตามและรายงานคณะกรรมการควบคุมสารเสพติดนานาชาติ (The International Narcotics Control Board: INCB) แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ปล่อยให้ใครใช้อย่างเสรี ดังนั้น อย่ามองว่าเป็นภาระ แต่กับการที่จะไม่ได้ใช้เลย เราต้องเลือก
“วันที่ 29 พ.ย. จะแถลงข่าวให้ผู้ประกอบการและประชาชนรับทราบว่ามีความในประกาศอย่างไร แล้วให้เวลาอีก 2 สัปดาห์ จากนั้นจะลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่เราอยากสื่อสารมากกว่าการดำเนินคดี ดังนั้นขอให้ทำให้ถูกต้อง” นพ.ธงชัยกล่าว
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดห้อง “ปุ๊น” ถนนข้าวสาร บริการสูบครบวงจร เจ้าของโชว์ใบอนุญาต โอดสธ.คุมดอก
- แพลนโทเพีย เพื่อคนสายเขียว ถนนข้าวสาร เปิดโซนขายกัญชา-จัดห้อง ‘ซิการ์บาร์’ ให้สูบ