โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อภิสิทธิ์’ รับห่วง ปชป.เลือดไหลไม่หยุด จี้ ผู้บริหารพรรคเร่งแก้

WeR NEWS

เผยแพร่ 29 พ.ย. 2565 เวลา 07.31 น.

วันที่ 29 พ.ย.65 ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยร่างพระราชบัญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ว่าตอนนี้ทุกคนรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความชัดเจน บนเวทีทุกคนก็เห็นตรงกันว่าตอนนี้มีปัญหา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทำไมครบถ้วน ทำให้เกิดปัญหา แต่ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.) ศาลก็จะเป็นผู้กำหนดทางออก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าศาลวินิจฉัยว่ามีปัญหาและขัดกันในเรื่องของกฎหมายลูก คงต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายใหม่ แต่ถ้าชี้ว่าไม่ขัดมาตราที่มีการผูกติดกับระบบเดิมก็ไม่ต้องใช้ ค้างไว้เช่นนั้น ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรเลวร้ายถึงขั้นที่ต้องลงถนน ทุกอย่างยังคงต้องอยู่ในกติกาซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่าภายในปีหน้าต้องมีการเลือกตั้ง เพียงแต่ว่าการจัดการเลือกตั้งจะจัดให้ราบรื่นได้อย่างไร ภายใต้ข้อจำกัดที่อาจมีปัญหาในข้อกฎหมาย ที่อาจจะไม่ทันแต่เชื่อว่าจะไม่มีอะไรที่นำไปสู่ความขัดแย้งได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนตัวมองอย่างไรกับกติกาที่มีอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองกติกาเท่าไหร่ รอดูทิศทางของพรรคมากกว่า ซึ่งตอนนี้ตนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ และพรรคยังไม่ได้คุยกับตนในเรื่องนี้ ผมก็มีความเป็นห่วงเรื่องที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนลาออกจากพรรค แต่ก็ต้องเป็นหน้าที่ของผู้บริหารพรรคที่จะต้องแก้ปัญหา โดยมีสมาชิกหลายคนที่ลาออกแล้วโทรมาลากับผมและได้อธิบายเหตุผลให้ฟัง

นอกจากนี้เมื่อถามถึงกรณีที่มีภาพไปรับทานอาหารร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข มีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ ? นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ยังแปลกใจเพราะไม่มีอะไรเลย คุณอนุทินติดเลี้ยงข้าวผมอยู่มื้อหนึ่ง ซึ่งผมก็ได้เลี้ยงคุณอนุทินไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว และได้มีโอกาสไปเจอกับคุณอนุทิน ในงานศพของพี่ชาย คุณสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และ คุณอนุทิน ก็บอกว่าวันหลังเลี้ยงข้าวนะ และคุณสาธิตก็เป็นคนนัดให้ ไม่ได้มีอะไร ซึ่งผมก็คิดว่าการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดทางการเมืองก็ไม่ได้ผิดอะไร ไม่ได้มีนัยยะอะไรอยู่แล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...