โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไขปริศนา “มีมน้ำม่วง” คืออะไร ทำไม Grimace Shake กลายเป็น เทรนด์ ใน TikTok ต่างประเทศ

CatDumb

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2566 เวลา 04.56 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

ช่วงนี้คนที่ติดตามติ๊กต็อกต่างประเทศ หลายคนอาจจะมีโอกาสเห็นคลิปที่กำลังเป็นเทรนด์ของน้ำ Grimace Shake จาก McDonald’s กันมาบ้าง

โดยในคลิปกระแสเหล่านี้ ส่วนมากก็มักจะเป็นเรื่องราวของคนที่ซื้อน้ำอันนี้มาลอง และจบลงด้วยการนอนดิ้น (ทำเป็น) หมดสติบนพื้น เครื่องดื่มหกกระจายราวกับฉากจากหนังสยองขวัญไม่มีผิด

เทรนด์ที่ว่านี้ออกมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่ง McDonald’s ออกเครื่องดื่มฉลองครบรอบวันเกิด 52 ปี "Grimace" มาสคอตสีม่วง ซึ่งมักถูกใช้ในโฆษณาร่วมกับตัวตลก Ronald McDonald นั่นเอง

ที่เป็นเช่นนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะในสายตาของหลายๆ คน เจ้า Grimace นั้น มันแอบดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก (อารมณ์เดียวกับที่บางคนกลัวตุ๊กตาเด็ก) บ่อยครั้งเจ้า Grimace เลยถูกนำไปล้อในเชิงสยองขวัญ

นอกจากนั้นดูเหมือนว่าตัวน้ำเองก็จะมีรสชาติหวานจัดๆ เลยด้วย หลายคนเลยทำคลิปเชิงล้อว่ามันหวานจน "กินแล้วม่อง" ไป

ซึ่งการมาของเทรนด์นี้แน่นอนว่าคงถือเป็นข่าวดีในแง่ยอดขาย แต่ในขณะเดียวกันมันก็ดูจะทำให้หลายคนรู้สึก "เอือมระอา" ไม่น้อย โดยเฉพาะเหล่าพนักงาน McDonald’s ที่ต้องเห็นสินค้าตัวเองโดนเอาไปเททิ้งขว้างตามกระแส

แต่อย่างน้อยๆ ด้วยความที่ Grimace Shake เป็นสินค้าขายจำกัดเวลา มันก็คงเป็นไปได้สูงเลยว่าเทรนด์นี้เองก็จะค่อยๆ หายไปจากโลกออนไลน์ในอีกไม่นานนี้

เลือกชมคลิปที่กำลังเป็นกระแสได้ที่

www.tiktok.com/tag/grimaceshake

ที่มา

www.today.com/food/trends/mcdonalds-grimace-shake-tiktok-trend-rcna91373

www.dailydot.com/news/mcdonalds-grimace-shake-drive-thru-silent/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...